แรงศรัทธาช่างน่ากลัว
ตอนเด็กๆเนี่ยคำว่า"ศรัทธา"ดูเป็นสิ่งที่ดีเอามากๆ การเชื่อมั่นในสิ่งดีๆอย่างไม่สั่นคลอน ทำตามสิ่งที่ตัวเองเชื่ออย่างไม่ต้องสงสัยอะไรทั้งสิ้น จะทำให้โลกดำเนินไปในหนทางของโลกเป็นไปได้อย่างสงบสุขและถูกต้อง

พอโตมากลับรู้สึกว่า"ศรัทธา"เป็นสิ่งที่น่ากลัวเอามากๆ เมื่อใครคนใดคนหนึ่งหรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เชื่อสิ่งใดแบบไม่ต้องการเหตุผลแถมยังเชื่อมั่นไม่สั่นคลอน

ความน่ากลัวของความศรัทธาข้อหนึ่ง คือการไม่มีเหตุผล แทบไม่มีทางทำให้หลุดลดละจากศรัทธาได้เลย และแทบไม่สามารถเถียงอะไรกับคนที่มีความศรัทธาไม่ตรงกับเราได้
ลองไปเถียงเค้าเข้า"มึงมันไม่รู้""มึงมันไม่เข้าใจ""เราสิรู้จริง""นายต้องศึกษา""นายมันไม่มีจุดยืน" แล้วสุดท้ายก็ปล่อย"คำคมๆ"ซักชุด พอเราอึ้งไป เขาก็เอากลับไปคุยฟุ้งว่าทำให้เรายอมได้................คือเอาจริงๆบางทีมันไม่สมเหตุสมผลระดับที่ไม่รู้จะเริ่มเถียงตรงไหนก่อนดีหนะครับ

ความน่ากลัวข้อสองของศรัทธาคือ คนมีศรัทธามักทำอะไรมีแนวทางชัดเจน เพราะมันไม่ต้องเสียเวลาศึกษาผลกระทบ สงสัยว่ามันได้ผลดี ไม่ได้ผลหรือพาฉิบหาย ทำให้การเคลื่อนไหวต่างๆมันไปได้เร็วมาก ผู้มีศรัทธาสามารถผลักดันสิ่งต่างๆได้เร็วกว่าคนที่มีหลักการมีความรู้จริงๆ.......ถ้ามันดีก็ดีไป แต่ถ้ามันไม่ดีมันก็ฉิบหายเร็วเกินกู้เลยแหละเพราะมันไม่ได้วางแผนสำรองไว้เลย แถมใครบอกว่ามันกำลังฉิบหายก็เถียงอีกว่ามันยังดีอยู่ และปัญหาก็จะถูกปล่อยให้คาอยู่อย่างนั้น

ความน่ากลัวข้อที่สามของศรัทธาคือ ความไม่รู้สึกถึงความบกพร่องของสิ่งที่ตัวเองศรัทธา การไม่มองเห็นปัญหา มันก็ไม่เกิดการแก้ปัญหา ถ้าเป็นการบกพร่องเล็กน้อย สิ่งที่ตัวเองศรัทธามันก็จะไม่สามารถสมบูรณ์ได้ และถ้าศรัทธาในสิ่งที่เลวร้ายสมบูรณ์แบบ ก็ไม่สามารถเลิกเลวร้ายได้เด็ดขาด(ในเมื่อเขามองเห็นกันว่ามันสมบูรณ์ไม่มีที่ตินี่นะ) เมื่อมัน"บกพร่อง"แทนที่จะมองเห็นและทำให้มันดีขึ้นผู้มีศรัทธากลับมองข้ามไปสิ่งที่จะดีเลยไม่ได้ดีเท่าที่ควร เมื่อมันเลวร้ายก็ยิ่งพาความ"เลวร้าย"พุ่งไปอย่างไม่มีอะไรจะมายั้งได้

ความน่ากลัวข้อสี่ของศรัทธาคือ คนเราสามารถไปศรัทธาในตะบักตะบวยอะไรได้เยอะแยะมาก บางคนอาจจะคิดถึงศาสนาเป็นหลัก ซึ่งเอาจริงๆถ้าหมกมุ่นในศาสนาก็เกิดความฉิบหายได้มากไม่น่าเชื่อแล้ว แต่คนเราสามารถศรัทธาในนักการเมือง ระบอบการปกครอง ลามไปถึง18มงกุฎที่พึ่งรู้จัก กลุ่มขายตรง ครีมหน้าขาว แม้กระทั่งน้ำส้วม

รวมกันสี่ข้อก็จะได้คนที่โลกหมุนรอบความศรัทธา พร้อมจะไปชี้หน้าด่าคนที่ไม่ได้ศรัทธาในสิ่งเดียวกัน ต่อสู้กับผู้ที่เห็นต่างคัดค้านตำหนิสิ่งที่ตนศรัทธา ใช้กำลังเพื่อสะกดและต่อต้านผู้อยู่นอกรีด ไม่ได้ศรัทธาในสิ่งที่ถูกต้อง(?)ของโลก เราจะได้เห็นการต่อสู้ระหว่างผู้มีศรัทธากับผู้มีศรัทธาอยู่บ่อยๆ รวมถึงการต่อสู้เพื่อคนที่กำลังทำร้ายตัวเองอย่างไม่ลืมหูลืมตา

แน่นอนเหล่าผู้มี"ศรัทธา"มักจะพูดว่าการมีศรัทธาใน"สิ่งที่ถูกต้อง"เป็นพลังอันยิ่งใหญ่เป็นเรื่องงดงามของโลกใบนี้ คนที่ทำให้โลกวุ่นวายคือคนที่มีมิจฉาทิฐิ ศรัทธาในสิ่งไม่ถูกต้องต่างหาก(และฉันศรัทธาในสิ่งที่ถูกต้อง)..............เอางี้ลองหันมาดูนิดนึง

กลุ่มก่อการร้ายISเนี่ย.......โครตเชื่อเลยนะว่าสิ่งที่ทำเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ระเบิดฆ่าคนไม่รู้เรื่อง ฆ่านักข่าว ฆ่าอิสลามด้วยกันเป็นเบือ ก็ยังเป็นฮีโร่ในกลุ่มทุกคนชื่นชม ผู้ชายบินไปเขตของISเพื่อไปเป็นนักรบพลีชีพ ผู้หญิงบินไปเป็นเมียนักรบอีกที คือทุกคนภูมิใจมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองทำมาก

ลัทธิธรรมกาย.......เชื่อมั่นไม่หวั่นไหวว่าการปรนนิบัติให้พระสงฆ์กินอยู่สบายเนี่ยจะพาขึ้นสวรรค์มีบารมี ซึ่งดูเหมือนจะเป็นจุดมุ่งหมายของลัทธินี้ไปแล้ว

เสื้อเหลือง เสื้อแดง เสื้อหลากสี พาดธงชาติ..........ทุกคนก็เชื่อว่าตัวเองศรัทธาในสิ่งที่ถูกต้อง ซึ่งพวกเอ็งยืนอยู่คนละฟาก มันจะถูกก็จะดูย้อนแย้งไปนะ

คำถามลุ้นล้านคือเราจะทราบได้อย่างไรว่าเราอยู่ใน"ฝั่งที่ถูกต้องจริงๆ"(เน้น"จริงๆ")
เมื่อเรามองเห็นว่าศรัทธาของเขามันไม่ถูกแต่เขาก็คิดว่ามันถูกได้ แล้วจริงๆแล้วศรัทธาของเราที่เราคิดว่ามันถูก มันก็อาจไม่ได้ถูกต้องจริงๆหรือเปล่า?

คำโต้แย้งถัดมาคงไม่พ้น"เรามีสติปัญญา"........ไม่อยากจะพูดซ้ำเดิมเลยว่า.........ใครมาแนวนี้ก็คิดว่าตัวเอง"มีสติปัญญา""รู้จริง"ทั้งนั้นแหละครับ

การมีสติปัญญาคือต้อง"คิด"ต้อง"สงสัย"และ"ต้องหาหลักฐาน"
เตรียมพร้อมว่าสิ่งที่เราเชื่อ สิ่งที่เราศรัทธา อาจไม่ถูก อาจบกพร่อง อาจเลวร้ายจึงนับว่ามี"สติปัญญา"หรือไม่?

ก็นั่นแหละครับ ถ้าเขาสงสัยกันมันก็ไม่เรียกศรัทธาแล้วแหละ
แล้วสรุปเราต้องถึงขั้นศรัทธากันไหม?หรือแค่เชื่อเผื่อใจสงสัยมันไว้บ้างดีกว่า?

***หมายเหตุอันนี้เขียนเพื่อฝึกการเขียน"ศรัทธา"ในที่นี้อ้างอิงเฉพาะ"การเชื่อมั่นอย่างมั่นคงไม่มีข้อสงสัยเท่านั้นนะครับแบบไทยสไตล์ (ไม่ว่าในพจนานุกรมจะว่ายังไง)"******
SHARE

Comments

xxxxxxxxx
3 years ago
น่่ากลัวจริงๆค่ะ ศรัทธาที่มืดบอดจะนำไปสู่สิ่งที่เลวร้าย
Reply
Aniinc
3 years ago
ดีใจมากมีคนอ่านด้วย///นอกเรื่องขออภัย555

เอาจริงๆที่น่ากลัวกว่าคือ เมื่อมีคนศรัทธาอย่างมืดบอดได้แล้วไม่รู้ตัวได้ มันเหมือนเป็นกระจกบอกว่า เราเองก็เป็นคนที่มืดบอดแล้วไม่รู้ตัวได้เช่นกัน (นึกภาพเหมือนตัวเองมองเห็นผีที่ไม่รู้ว่าตัวเองตายแล้ว โดยไม่รู้ว่าตัวเองก็ตายแล้วเหมือนกันหน่ะครับ)
นอกจากลัทธิศาสนาซึ่งเรามันจะรู้ตัวว่าเราศรัทธา เรายังศรัทธาในสถาบัน ในการเมือง ในสีเสื้อ ในโปรดัค ในอะไรอีกหลายอย่าง ที่เรามักไม่รู้ว่าเราโดนมันครอบงำจนมองไม่เห็นข้อเสียที่น่าจะแก้ไขได้หรือถอนตัวทันไปโดยไม่รู้ตัวหน่ะครับ

xxxxxxxxx
3 years ago
จริงค่ะ ทุกวันนี้เราเหมือนโดนถูกครอบงำโดยสื่ออยุ่ตลอดเวลา จนทำให้เกิดmind setบางอย่างโดยไม่รู้ตัวซะด้วยซ้ำ นี่แหละค่ะที่เรียกว่าการถูกครอบงำแบบสมบูรณ์แบบ5555