คุณที่ทำให้ผมสัมผัสถึงความรักอีกครั้ง...
-1-
ผมจำไม่ได้แล้วว่าหลงรักการเดินทางตั้งแต่ตอนไหน รู้เพียงแต่ว่าในทุกโมงยามที่ผมออกย่ำไปบนโลกใบนี้ ผมมีความเหงาติดตัวไปด้วยเสมอ 

มีคนเคยบอกผมไว้ว่า...สิ่งที่จะคลายความเหงา นั่นก็คืออ้อมกอดของใครสักคน อ้อมกอดที่จะคอยซับทุกอณูความรู้สึกในวันหดหู่หรือสดใส อ้อมกอดที่จะคอยถ่ายโอนความอบอุ่นในวันที่หัวใจเหน็บหนาว อ้อมกอดที่จะคอยแบ่งปันและแบ่งเบาเรื่องราวต่างๆที่มีแต่เราและเขาเท่านั้นที่เข้าใจ...

ผมยิ้มให้กับคำบอกเล่า เพราะผมเข้าใจในสิ่งเหล่านั้นเป็นอย่างดี จริงอยู่ที่ผมเองก็จำไม่ได้ว่าเมื่อไหร่กันที่ผมหลงรักการเดินทาง แต่เมื่อนึกย้อนกลับไปก็จำได้แต่เหตุบางอย่างที่ทำให้ผมตัดสินใจออกไปเผชิญโลกกว้าง 

การโดนทิ้งร้างอย่างโดดเดี่ยว  นั่นแหละที่ทำให้ผมเก็บกระเป๋า ติดสมุดว่างเปล่าสักเล่ม จากนั้นก็หอบเอาความโศกเศร้าไปโยนทิ้งที่ไหนสักที่ ฝังกลบมันไว้ เอ่ยอำลา ก่อนจะหันหลังกลับมาแล้วโอบรับความสดใสที่อยู่เบื้องหน้า 

หากความจริงคือผมคิดผิด ความเศร้ามันแค่พลางตัวไปสักพัก เพราะแท้จริงมันฝังตัวอยู่ในหัวใจของผมมาโดยตลอด ในทุกมุมถนนที่ผมและใครคนหนึ่งเคยเดินผ่าน ในเพลงโปรดที่เคยชื่นชอบด้วยกัน ในบางประโยคที่ตามหลอกหลอนในห้วงความคิดคำนึง 

ครั้งหนึ่งผมนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ ผมเงยหน้ามองใบไม้ที่ล้อเล่นอยู่กับสายลม ผมเห็นใบไม้ใบหนึ่งที่ลอยละลิ่วล่วงหล่นจากต้น มันแน่นิ่งอยู่บนพื้น และเมื่อเวลาผ่านไปใบใหม่ก็จะทำหน้าที่แทนมัน ส่วนมันก็จะค่อยๆผุพังและโรยรา ผมสูดหายใจแล้วนึกถึงมุมถนนที่เปลี่ยนไปจากเดิม นึกถึงเพลงที่เคยกินใจแต่ไม่อบอุ่นหัวใจในวันที่ผมฟังมันอยู่คนเดียว นึกถึงคำสัญญาที่มันไม่มีทางเป็นไปได้ 

ทุกสิ่งจะค่อยๆหายไป สิ่งเก่าๆจะถูกทดแทนด้วยสิ่งไหม่ แล้วสิ่งที่ถูกตัดออกไปจะถูกลืม...
และผมเองก็คือหนึ่งในความหลงลืมเหล่านั้น...    


-2-
ผมเคยซื้อหนังสือเพียงเพราะคำโปรยที่มันกระแทรกใจผมเข้าอย่างจัง!
"หัวใจถูกสร้างมาเพื่อแตกสลาย" ผมไม่รู้จักนักเขียนที่ชื่อ Oscar Wilde มาก่อน แต่คำโปรยนั้นทำผมถึงกลับน้ำตาซึม ผมอ่านชื่อหนังสือแล้วพบว่ามันเชื้อเชิญผมอย่างหนัก ผมใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงในการอ่านหนังสือเล่มนั้น ผมปิดหนังสือลงแล้วพบว่า ผมได้อ่านความรู้สึกใต้ก้นลึกในหัวใจของใครคนหนึ่งอยู่ เรื่องราวมันเต็มไปด้วยความเศร้า ความโหยหา อาวรณ์ ความหวัง และความสิ้นหวัง 

แต่น่าฉงนที่เรื่องราวเหล่านั้นมันปลอบประโลมหัวใจผมอย่างแผ่วเบา 
ความเศร้าของผมถูกปลอยโยนด้วยความเศร้าของเขา 
ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ มันก็เหมือนกับคณิตศาสตร์ ที่ ลบ คูณ ลบ กลายเป็นบวก

"ที่ใดมีความเศร้า" ของ Oscar Wilde มันทำให้ผมไม่หวาดกลัวต่อความเศร้าอีกต่อไป 


-3-

To You...

ขอโทษที่ร่ายยาว เพราะก่อนหน้านี้ผมถามตัวเองมาตลอดว่า ถ้าจะเขียนอะไรถึงคุณสักอย่าง ผมก็อยากจะสารภาพว่า "คุณทำให้ผมตกหลุมรักอีกครั้ง หลังจากที่หัวใจของผมถูกตรึงไว้ใต้สุสานน้ำแข็ง" 

ใช่, คุณคือคนนั้น

คุณ...ที่คนแปลกหน้าอย่างผมแอบเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆในถานะเพื่อนนักเดินทาง 

คุณสะดุดหัวใจผมเพราะท่องโลกเหมือนกัน คุณเยียวยาหัวใจของผมด้วยบทเพลงดีดีจากวง Kodaline ที่คอยส่งให้ผมฟัง คุณแชร์ทัศนคติดีดีให้ผมจากสิ่งที่คุณอ่านหรือไปเจอมา คุณแบ่งปันรอยยิ้มและเสียงหัวเราะที่ทำผมอบอุ่นใจ คุณทำให้การเดินทางของผมไร้ความเหงาในวันที่เราสาวเท้าไปด้วยกัน 

และยิ่งไปกว่านั้นผมแน่ใจชัดว่าผมรู้สึกบางอย่างกับคุณ เพราะในตอนที่คุณตกอยู่ในสถานะการณ์ที่ไม่ปลอดภัย ความห่วงใยของผมถาโถมไปหาคุณอย่างหาที่สุดไม่ได้ ทั้งในชีวิตและหัวใจ   

น่าแปลกที่ใครบอกไว้ ว่ารักไม่ต้องใช้เหตุผล ในเมื่อผมมีตั้งหลายข้อที่ทำให้รู้ว่าการสั่นไหวของหัวใจล้วนมาจากคุณ...


-4-

ผมซวนเซนิดหน่อยในวันที่การสารภาพความรู้สึกเป็นอันต้องถึงจุดยับยั้งสถานะที่ผมวาดหวังไว้ 
อย่างว่าความรักเรายัดเยียดให้ใครไม่ได้หรอก แต่เมื่อรู้สึกแล้วจะให้ผมหลงลืมคุณไปก็คงไม่ได้ 
และเท่าที่ผมจะทำได้คือเคารพในทางเลือกของคุณ เพราะนั่นคือสิ่งที่ยืนยันได้ว่าผมแคร์หัวใจของคุณอยู่ 

ผมไม่เสียใจทีี่ได้สารภาพความรู้สึกอย่างหมดเปลือก ผมไม่เสียใจที่ความรักของผมถูกปฏิเสธ แต่ผมจะเสียใจมากถ้าผมเก็บความรู้สึกดีดีที่มีต่อคุณไว้คนเดียว    

ผมรู้ว่า การรู้สึก กับ การไม่รู้สึก มันเป็นอย่างไง ผมเข้าใจสิ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในหัวใจของผมเป็นอย่างดี เพราะในโลกนี้ไม่มีใครชอบโดนบังความรู้สึกกันหรอก 

อย่าห่วงว่าผมจะรับมือกับความเศร้าเหรือความเจ็บปวดได้หรือเปล่า คุณก็รู้ว่ามันคือเพื่อนแท้สำหรับผม เพื่อนที่คอยตบบ่าแล้วบอกว่า "...ถึงจะผิดหวังก็พักทำใจสักหน่อย แล้วค่อยรักใครใหม่อีกสักหน หากมันย่ำแย่ขนาดที่ว่าเจ็บช้ำอีกที มันก็คุ้มไม่ใช่เหรอที่วันหนึ่งจะได้เจอคู่ชีวิตที่เราตามหา..."

สำหรับผมความเศร้าไม่ใช่สิ่งน่ากลัว เพราะมันทำให้หัวใจผมละเอียดละอ่อน และสอนให้ผมเสพช่วงเวลาของความสุขอย่างเต็มที่ 

โลกนี้ล้วนเต็มไปด้วยความแน่นอนของความรักและความเศร้า หมุนเวียนกันเป็นฤดูกาลของหัวใจ 


-5-

ผมยังเฝ้ามองดูคุณอยู่ห่างๆจากตรงนี้ เป็นเพื่อนนักเดินทางผู้อาจจะไม่แสนดีเท่าไหร่ แต่ขอให้ไว้ใจว่า สิ่งที่ผมอยากเห็นจากคุณมากที่สุด นั่นคือ ความสุขและรอยยิ้มบนใบหน้า 
แม้ว่าผมจะไม่ใช่ปลายทางของความสุขเหล่านั้นก็ตาม 

แต่เชื่อสิ ว่าวันหนึ่งผมก็จะได้เจอปลายทางของผมเช่นกัน 





หันมองมาทางนี้ยังคงมี เสียงหัวเราะเสียงร้องไห้ปนกันไป
รากความรักนั้นมันหยั่งลงไปลึกเท่าไหร่ กิ่งใบมันก็ไปไกลเท่านั้น


ฉันยิ้มให้กับความรัก ฉันยิ้มให้ความเสียใจ
ฉันยิ้มให้คนรักที่เขาเดิน จากไป โดยในใจยังคงมีกันเหมือนเคย


ยินดีที่ยังมีรัก ยินดีที่ยังเสียใจ
เป็นเหตุผลที่ยืนยันว่าความรักยังไม่หายไป 
 ยังอยู่ในใจคนในใจเรา...ในใจ 


...ขอให้ความรักอยู่กับคุณ


ยินดี-Boy Imagine 


ยินดีที่ได้พบคุณ
ยินดีที่ได้รัก 
ยินดีที่ได้สารภาพ 
และเรื่องราวนี้คงตอบคำถามคุณได้ว่า ยุคสมัยนี้ก็ไม่เสมอไปที่...ความรักจะมักง่าย!



ขอบคุณที่เข้ามาเป็นความสุข

ขอบคุณที่ทำให้ผมสัมผัสถึงความรักอีกครั้ง...


SHARE
Writer
McPITCH
ธารดารา
มันอยู่ที่ว่าคุณอ่านเรื่องของผมแล้วนึกถึงใคร

Comments

Decmber
4 years ago
ขอให้ความรักอยู่กับคุณ...
Reply
McPITCH
4 years ago
:)
DreamerGlint
4 years ago
ความเศร้ามันแค่พลางตัวไปสักพัก
เพราะแท้จริงมันฝังตัวอยู่ในหัวใจ

เราก็เลยใช้ชีวิตที่สร้างความสุขมาทับมันซะ
ให้ความเศร้าตกลึกลงเป็นชั้นหินที่อยู่ล่างที่สุด
ทุกอย่างค่อยๆเกิดขึ้น เมื่อมี...เข้ามา
Reply
McPITCH
4 years ago
:)
Reply
JeansMT_SUT
4 years ago
ทำไมอ่านแล้วอิน 5555 ดีใจด้วยนะครับที่ได้สารภาพรัก ขอให้ความรักได้เกิดขึ้นกับคุณอีกครั้งนะครับ
Reply
McPITCH
4 years ago
ความรักไม่เกิดขึ้นกับผมอีกแล้วล่ะฮะ....

เพราะมันอยู่กับผมเสมอ :)
K_bee
4 years ago
ทำไมเจ็บใจแปร๊บๆ
Reply