อย่าดูถูกความเหงาของผู้หญิงกันนักเลย
อย่าดูถูกความเหงาของผู้หญิงกันนักเลย
แม้จะเป็นความเหงาเพียงแค่เสี้ยววินาที

เธอมุ่งหน้ามาร้านประจำ 
และหย่อนตัวลงที่นั่งหน้าบาร์ พร้อมสั่งเครื่องดื่ม
คนมากหน้าหลายตาเข้ามาทักทายเธอเรื่อยๆ
แต่ในใจของเธอนั้นได้แต่หงุดหงิด
ที่หวังว่าจะได้เจอเขาเดินเข้ามาในร้าน
เดินมากวนประสาท พร้อมส่งสายตาทะเล้น และลงเอยด้วยคำว่า
‘เดี๋ยววันนี้ไปส่ง’

เธอรู้ดีว่ามันเป็นความคิดโง่ๆ
เพราะในคืนนี้ เขาไม่ได้อยู่ในประเทศด้วยซ้ำ
คนเราจะหวังอะไรลมๆแล้งๆขนาดนี้
เธอมาที่นี่ทำไม?

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา
แล้วเปิดเข้าไปดูแชทเฟสบุ๊ค
แถบ favorites ลำดับแรกไม่ใช่เขา
แต่เป็นชายหนุ่มรุ่นน้องคนสนิท 
สนิทมากกว่ารุ่นน้องหรือเพื่อนชายทั่วไป..
เธอตัดสินใจทักไป อยากจะชวนให้เขาออกมาอยู่เป็นเพื่อน
เพราะคิดว่าหนุ่มน้อยคนนี้
จะสามารถช่วยคลายเหงาและทำให้เธอพ้นจากอาการพร่ำเพ้อ
แต่ก็ไร้วี่แววที่เขาจะตอบตกลง..
เขาเมินเฉยต่อคำพูดทุกคำที่เธอบอกไป
แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
เธอวางโทรศัพท์ลง ตัดสินใจละความพยายาม

ชายคนหนึ่งที่เธอคิดถึง
อยู่ต่างแดนกับคนของเขา
ชายอีกคนที่คิดว่าจะพึ่งพาได้ คนที่เคยอยู่ด้วยกันหลายค่ำคืน
กลับไม่เคยปรากฏตัวเวลาที่เธอต้องการ

ความรู้สึกหม่นหมองถาโถมเข้ามา
ผู้คนรอบตัวกระโดดโลดเต้นอย่างสนุกสนาน
แต่อารมณ์น้อยใจกลับคืบคลานเข้ามาในหัวใจที่บอบบางซึ่งขัดกับบุคลิกของเธอ

มุกตลกของคนในร้านก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น

เธอดื่มอย่างต่อเนื่อง แล้วหันมองคนรอบๆอีกครั้ง
เธอตัดสินใจสลัดความคิดแย่ๆออกไป แล้วเริ่มขยับตัวตามจังหวะ
ยิ่งเป็นเพลงที่รู้จักกับจังหวะที่คุ้นเคยเธอก็ยิ่งขยับตัวแรงขึ้น
จนเธอลุกขึ้นร่วมวงเต้นในที่สุด
แต่ก็เต้นได้ไม่นาน
เพราะถึงเวลาปิดร้านแล้ว ประตูหน้าถูกดึงลง
คนต่างทยอยเดินเข้ามารวมกันด้านใน

เธอทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวหนึ่ง ติดฝาผนัง
ก้มหน้ากดโทรศัพท์ ไร้การติดต่อจากเขาทั้งสอง
ก่อนที่ความรู้สึกหม่นๆนั้นจะกลับมากระแทกหัวใจเธออีกครั้ง 
สายตาเธอเลื่อนไปหยุดที่เท้าคู่หนึ่งหยุดอยู่ตรงหน้า
‘ไม่ดื่มต่อแล้วหรอ’

เธอเงยหน้าขึ้นสบสายตาที่คุ้นเคย..
เธอจำเขาได้ดี เขาเคยอาสาไปส่งเธอครั้งหนึ่ง
และยังเป็นเพื่อนของชายหนุ่มที่เธอเฝ้าคิดถึง

และแล้วบทสนทนาของเธอและเขาก็เริ่มต้นขึ้น
เธอย้ายไปนั่งหน้าบาร์ที่เดิมของเธอก่อนจะลุกไปเต้น
เขาเองก็หยิบแก้วแล้วเดินมานั่งข้างเธอ
ราวกลับว่ามีแรงดึงดูดบางอย่างที่ทำให้เธออยากใกล้ชิดกับเขา
เขาเองก็มีท่าทีสนใจในตัวเธอ
พวกเขาต่างแลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกัน
ทำให้ทั้งสองขยับเข้าใกล้กันโดยไม่รู้ตัว
เธอนั่งไขว้ขาบนเก้าอี้บาร์ข้างๆเขา
ทำให้ขาของเธอไปซ้อนอยู่บนขาที่แข็งแรงของเขา
เขาวางมือลงบนขาเธอ มันมีน้ำหนักแรงมากพอที่ทำให้เธอรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง
เธอเผลอไปวางมือข้างๆเขา
นิ้วก้อยของทั้งสองกระทบกันทำให้เขาและเธอสะดุ้งเล็กน้อย
แต่ก็ไม่ได้ยกมือหนี

เธอหันมาสบตาเขา สายตาที่เต็มไปด้วยคำถามและความต้องการ
เธอหันหน้าหนี ขณะที่เขายังไม่สามารถละสายตาจากเธอได้
ทุกคนรอบๆยังคงพูดคุยด้วยความสนุกสนานเฮฮา 
รวมถึงหนุ่มสาวที่กำลังปิดบังความต้องการไว้ภายใน 
ไม่ให้คนอื่นได้รับรู้นอกจากกันและกัน

ดูเหมือนว่าเขาไม่กล้าที่จะส่งสัญญาณหรือทำอะไรเธอไปมากกว่านี้
อาจเป็นเพราะเขารู้อยู่เต็มอกว่า
เธอคนนี้ เป็นของเพื่อนรักของเขา
แม้ว่าเพื่อนรักจะมีสาวอื่นที่เขาตกลงปลงใจอยู่แล้วก็ตาม
เธอคนนี้ก็เป็นคนพิเศษอีกคนเช่นกัน
แต่เรื่องนี้ เขาไม่มีสิทธิ์ตัดสินใจคนเดียว

เธอค่อยๆขยับมือเข้าไปใต้ฝ่ามือของเขา
เขาค่อยๆหันมามองเธอ สายตาตั้งคำถามที่เขาเองก็รู้คำตอบอยู่แล้ว
เธอไม่หันไปมองเขาสักนิด
แต่นิ้วของเธอยังคงตวัดไปมาอยู่ใต้ฝ่ามือเขา
เขาสูดลมหายใจเข้าแล้วยืดตัวขึ้น 
มืออีกข้างหนึ่งที่เป็นอิสระจากการควบคุมของเธอคีบบุหรี่อยู่
เขาค่อยๆยกมันแล้วดูดเข้าไปเต็มๆเหมือนว่ากำลังสกัดกั้นอารมณ์ของตน

เธอที่กำลังใช้นิ้วมือป่วนอารมณ์เขา 
หันไปคุยกับคนอื่นได้อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
เขาเองก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ ที่เห็นว่าเธอร้ายไม่ใช่เล่นๆ...
"จะกลับรึยัง"
เธอกระซิบถามเขา
"อือ ไปสิ" เขาและเธอร่ำลาคนอื่นๆแล้วเดินออกนอกร้าน
ไปสู่เป้าหมายที่พวกเขาตั้งไว้ในคืนนี้

ภายในห้องสี่เหลี่ยม ที่มีเพียงตู้และ
โซฟาที่มีความกว้างพอให้หนุ่มสาวทั้งสองกอดรัดกันได้อย่างเร้าอารมณ์
ชายหนุ่มดูคลั่งไคล้ในร่างกายเธอมากเสียจนทุกอย่างจบลงอย่างรวดเร็ว
เธอเองก็พอใจกับวิธีการของเขา
ขณะที่เธอนอนหนุนแขนเขา ทั้งสองแนบชิดกันบนโซฟาในห้องสี่เหลี่ยม

ก่อนที่เขาจะผล็อยหลับไป
ในหัวเธอกำลังตัดสินใจระหว่าง
นอนหนุนแขนเขาไปเรื่อยๆ
แล้วตื่นมาเผชิญกับความรู้สึกเมื่อเจอหน้ากันในตอนเช้า
กับ..
ลุกขึ้นแล้วเข้าไปนอนในห้องนอน 
เมื่อเขาตื่นแล้วก็สามารถจากไปโดยไม่ต้องร่ำลา.. ?




SHARE

Comments