#HONGMARK คุณที่อยู่ข้างบ้าน EP.0 บทนำ



    °cover photo » ©evilorbit on tumblr°

※ ขอบคุณที่สนใจนะคะ ※










" 39 จริงๆเหรอ ผมไม่เชื่ออ่ะ"

 



เอ่กอี้ เอ๊ก เอ๊ก~~~~ เอ๊ก อี้ เอ๊ก เอ๊ก~~~~~

เสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นในยามเช้า ปลุก ยางฮงวอน คนที่อยู่ในสภาพหลับเป็นตายเพราะเล่นเกมจนดึกจนดื่นถึงตีสามให้ตื่นขึ้นมา เมื่อวานมันวันศุกร์ใช่มั้ยล่ะ ก็เลยนัดตีดอทกับเพื่อน แปบๆ ก็ดึกซะละ เล่นขนาดนั้นแล้วยังต้องมาตื่นตอน 6 โมงเช้า ใครจะมีแรงลุกขึ้นไปปิด แต่เพราะเสียงริงโทนที่ตั้งเป็นเสียงไก่ขัน พอฟังนานๆ เข้าก็ทนไม่ไหวเลยต้องลุกขึ้นมาปิดอยู่ดี



เอ่กอี้ เอ๊ก เอ๊ก เอ่กอี้ เอ๊ก เอ๊ก~~~~~~~ เอ๊------

กริ๊ก 



ปิดละ


รำคาญโว้ย...
ถ้าไม่ติดว่าพวกมึงทอดแดกอร่อยนะ กูจะสาปพวกมึงให้สูญพันธุ์แม่งให้หมดเลย อยู่ไปก็แสบหู


แน่นอนว่า พอกำจัดเสียงน่ารำคาญเสร็จ ฮงวอนก็ต้องฟุบตัวลงไปนอนอีกครั้งเหมือนอย่างที่ทำในทุก ๆ เช้าวันหยุด เพราะร่างกายของคนเราต้องได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอ จะได้โตเร็วๆ แม่บอก!



"ฮงวอน ตื่นแล้วเหรอลูก ลงมารดน้ำต้นไม้หน่อย อากาศกำลังดีเลย" 
.....เสียงคุณแม่ที่อยู่ชั้นล่างดังขึ้นมา ทำให้แผนการนอนต่อในวันหยุดสุดสัปดาห์เพื่อเพิ่มเปอร์เซนต์การเจริญเติบโตของ ยางฮงวอน พังไม่เป็นท่า จะปฏิเสธก็ไม่ได้ ถึงการนอนจะดีต่อสุขภาพแต่ก็ไม่มีอะไรเป็นประกาศิตเท่าคำพูดของท่านแม่อยู่แล้ว

แม่ฮะ.. ผมดูพยากรณ์เมื่อคืน เขาบอกว่าเย็นนี้พายุจะเข้า(จังหวัดอื่น) ขอไม่รดได้มั้ย...




พูดได้ที่ไหน จะโดนด่าเอาน่ะสิ










"เดี๋ยวนะตาฮง นี่ลูกจะออกไปสภาพแบบนี้เหรอ?" คำถามของผู้เป็นแม่ ทำให้ ยางฮงวอน ผู้ตั้งใจจะรีบไปรดน้ำต้นไม้ให้เสร็จเร็ว ๆ แล้วกลับมานอนต่อ ต้องเดินกลับมาดูสภาพตัวเองหน้ากระจก 

ตัวเขาที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตสีขาว ตรงกลางมีใบหน้า เช กู วารา เด่นเป็นสง่า มีลายใบไม้สามแฉกสีเขียว และคำว่า smoke weed everyday สกรีนอยู่ข้าง ๆ ตรงท่อนล่างเป็นกางเกงบอลทีมเ*ลซีสีน้ำเงิน ยาวถึงแค่ครึ่งต้นขา(อันที่จริงเคยยาวกว่านั้น แต่ตอนนี้อ้วนขึ้นนิดหน่อย กางเกงเลยดูสั้นลง ๆ ) ส่วนสภาพหน้ากับทรงผมน่ะเหรอ บอกเลยว่าเซอร์จนดูโสโครก...




ถ้าออกไปข้างนอกสภาพนี้มันก็น่าอายแหละ



แต่แค่ออกไปรดน้ำต้นไม้เอง แถมอยู่ในรั้วบ้านด้วย ไม่เห็นต้องอายเลยนี่?


"แบบนี้แหละแม่ แค่ต้นไม้หน้าบ้านเอง แถวบ้านเราไม่มีใครอยู่ซักคนหรอก เขากลับบ้านกันหมดละ เหลือแต่บ้านเรานี่แหละ ใครจะมาเห็นสภาพฮง?" หมู่บ้านที่ฮงวอนอยู่ เป็นหมู่บ้านจัดสรรที่ส่วนใหญ่จะเป็นคนต่างจังหวัดที่เข้ามาทำงานในเมืองนี้อาศัยอยู่ เมื่อวันหยุดสุดสัปดาห์มาถึง ทุก ๆ บ้านแถวนี้จะพร้อมใจพากันกลับบ้านที่ต่างจังหวัดกันหมดโดยไม่ได้นัดหมาย ส่วนครอบครัวของฮงวอนเป็นหนึ่งในไม่กี่ครอบครัวที่เป็นคนท้องที่ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้ และเพราะวันหยุดแบบนี้ไม่มีใครอยู่ เมื่อไหร่ที่แม่ของฮงวอนออกจากบ้านไปหาเพื่อน ๆ เขาจะอาศัยโอกาสนี้เปิดลำโพงฟังเพลงเสียงดังลั่นหมู่บ้านทันทีโดยไม่ต้องเกรงใจใคร



แถมเมื่อเดือนก่อน คุณป้าบ้านข้าง ๆ ที่รู้จักกันมานาน ก็ย้ายไปอยู่ต่างประเทศกับสามีใหม่แล้ว ที่นี่เวลานี้เลยดูเงียบเหงา ไร้สิ่งมีชีวิตเข้าไปใหญ่



เพราะงั้นบอกเล้ย ฮงวอนไม่อ๊าย

"อะ งั้นตามใจ" ผู้เป็นแม่เอ่ยกับลูกชายของตน ก่อนจะหันหลังกลับไปจัดการบัญชีรายรับ-รายจ่ายของบ้านที่กองอยู่บนโต๊ะ








"อากาศดีนะครับวันนี้"


บรรยากาศช่วงเวลา 6 โมงเช้าของวันนี้เงียบสงบ มีรถแค่ไม่กี่คันที่กำลังโลดแล่นอยู่บนท้องถนน ช่วงเวลาหลังจากนั้นนั่นเอง หน้าต่างของบ้านแต่ละหลังที่อยู่ตามริมทางเริ่มเปิดออก เป็นการบอกนัย ๆ ว่า พร้อมเริ่มต้นการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว ผู้คนเริ่มออกจากตัวบ้านเพื่อสูดอากาศยามเช้า บางคนออกมาเก็บผ้าที่ตากไว้ บางคนเดินไปตลาดเช้า บางคนก็มาวิ่งออกกำลังกายแถว ๆนั้น และบางคนก็ออกมาเล่นกับสุนัขที่หน้าบ้าน


มาร์ค ลี กำลังมองทุกความเคลื่อนไหวเล็ก ๆ เหล่านั้นจากที่นั่งข้างคนขับในรถบรรทุกเล็ก ๆ ที่กำลังบรรทุกข้าวของเครื่องใช้ของเขา ไปที่บ้านหลังใหม่ 

ตัวเขาเองก็เพิ่งจะกลับถึงเกาหลี ที่ที่ชื่อว่าเป็นบ้านเกิดของของเขาเมื่อคืนนี้ หลังจากที่ไปอยู่แคนาดามาเป็น 10-20 ปี เขากลับมาเพราะถูกบริษัทที่นู่นจับย้ายให้มาประจำสาขาที่นี่ และเนื่องจากว่าบ้านของพ่อแม่อยู่อีกจังหวัดนึง ซึ่งไกลจากที่ทำงานพอสมควร ก็เลยมีความจำเป็นมากที่จะต้องซื้อบ้านแถว ๆ นี้


"อากาศตอนเช้ามันก็ดีแบบนี้แหละครับคุณ วันนี้ฟ้าก็สดใส ฤกษ์งามยามดีนะครับที่ย้ายบ้านเวลานี้ ฝนจะได้ไม่ตกใส่ของ" คนขับรถพูดกับมาร์คหลังจากที่ได้ยินประโยคเมื่อซักครู่ ทำเอามาร์คที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ ต้องเลื่อนสายตาที่มองจากริมทางไปยังท้องฟ้า 



จริงด้วย.. วันนี้ฟ้าปลอดโปร่งเชียว 
"อย่างกับสายไหม" เขามองก้อนเมฆแล้วพึมพำกับตัวเองเบา ๆ



"แต่ห่างจากสถานีรถไฟพอตัวอยู่นะเนี่ย แถวนี้มีรถเมล์ที่ต่อไปสถานีรถไฟฟ้าบ้างมั้ยครับ?" เนื่องจากบริษัทของมาร์คอยู่ห่างจากบ้านใหม่พอตัว ออกจากหมู่บ้านแล้วก็ต้องไปขึ้นรถไฟฟ้าต่ออีก ถึงจะได้ถึงที่ทำงาน พอดีเห็นแถวนี้รถดูน้อย ๆ ด้วย เขาเลยกังวลนิดหน่อยว่าจะไม่มีรถไปส่งที่สถานี
"มีหลายสายอยู่นะครับ ไม่ต้องเป็นห่วง" 
โอเค.. เขาสบายใจแล้ว

"ถ้างั้นผมก็โอเคแล้วล่ะที่ซื้อบ้านที่นี่" มาร์คถอนหายใจอย่างโล่งอก
"อ้าว ตอนซื้อไม่ได้มาดูไว้ก่อนเหรอครับ?"
"อ๋อ ไม่ครับ ฝากคนรู้จักมาดู"


"แต่เก่งนะครับ ยังหนุ่มอยู่เลยก็ซื้อบ้านอยู่เองได้แล้ว ที่แถวนี้แพ้งแพง" ประโยคนี้ทำให้มาร์คลีถึงกับอุทานเป็นเสียง โฮะโฮ่~ ออกมา "อ้าว ผมพูดอะไรน่าขำเหรอครับ?" คนขับถามแบบเขิน ๆ แต่ตาก็ยังคงจ้องไปที่เส้นทางของถนนตรงหน้า
"ไม่หนุ่มหรอกครับ จะ 40 แล้วเนี่ย" มาร์ตตอบ
"อะไรนะครับ??" พอได้ยินดังนั้น คนที่สนทนาด้วยก็เบิกตาโตออกมาด้วยความประหลาดใจ "หน้าเด็กมาก ผมนึกว่าเพิ่ง 30 ซะอีกคุณ เอ้อ.. ต้องเรียกว่า 'พี่' สิ" คนขับพูดแบบยิ้มๆ มือก็หักพวงมาลัยโค้งไปยังทางเข้าหมู่บ้าน "แล้วเมียพี่ล่ะครับ ย้ายมาด้วยกันมั้ย พี่แต่งงานรึยัง?"

ประโยคที่เขาถามทำเอามาร์คหน้าหุบยิ้มไปซักพักก่อนจะหันหน้าไปตอบ "แต่งแล้วครับ มีลูกสาวคนนึง.." มาร์คหยุดประโยคไว้ตรงนั้น แล้วพูดต่อ "แต่พวกเขาอยู่แคนาดา คงยังไม่มาพร้อมหน้ากันเร็ว ๆ นี้หรอก.."

"อ่า บ้านแถวนี้ปลูกต้นไม้เยอะจัง" มาร์คเปลี่ยนเรื่องหลังจากที่เริ่มจะรู้สึกอึกอัก
"นั่นสิครับ มาเป็นรั้วต้นไม้เลย โอ้ หลังนั้นไงครับบ้านพี่" คนขับรถชี้ให้มาร์คดู
"ดูดีกว่าในรูปนะครับเนี่ย 5555 "






เสียงรถที่ดังใกล้เข้ามา ปลุกยางฮงวอนให้ตื่นจากความง่วง 'ไอ้ชิบหาย เกือบได้ยืนหลับตอนรดน้ำต้นไม้เป็นประวัติศาสตร์โลกแล้ว' เขามองหาเสียงตัวการ ก่อนจะเห็นรถบรรทุกที่ด้านหลังมีแต่เฟอร์นิเจอร์


อ๋อ มีคนย้ายบ้านนี่เอง..

ใครจะย้ายเข้าย้ายออกกูไม่สนหรอก กูง่วง


ฮงวอนรดน้ำต้นไม้ต่อโดยไม่สนใจใยดีสิ่งแวดล้อมต่างๆบนโลก จนรถบรรทุกคันนั้นมาหยุดอยู่ที่บ้านหลังใกล้ ๆ เค้า อ้อ ย้ายเข้ามาแถวนี้สินะ ไม่สิ


ย้ายมาข้างบ้านกูเลยนี่หว่า..

ใครกัน!!?


ด้วยความสงสัยและอยากเผือก(?) ฮงวอนก็เลยแกล้งมายืนรดน้ำต้นไม้ตรงรั้วฝั่งขวาของสนามหน้าบ้าน ที่ติดๆ กับบ้านที่มีคนย้ายมานั่นแหละ
"เดี๋ยวพวกผมขนพวกของที่ไม่ใช่ตู้ไปกองไว้ที่ห้องนั่งเล่นนะครับ" เขาเห็นคนขับรถที่ลงมาขนตู้ พูดกับใครซักคนที่นั่งอยู่บนรถตรงที่นั่งข้างคนขับ คนที่ซื้อบ้านหลังนี้ซินะ..


แต่ใครจะเป็นเพื่อนบ้าน บอกไว้เลย ยางฮงวอนสุดหล่อ เทพซ่าส์พระเจ้าธอร์คนนี้ไม่สานสัมพันธ์ด้วยหรอกครับ หยิ่ง 

ที่มาส่องก็เพราะอยากรู้ว่าใครมันมาซื้อบ้านหลังนี้แค่นั้นแหละ 


"โอเค ขอบคุณมากครับ หลังจากนี้ผมจะจัดของเอง พวกหนังสือมันเยอะ" อ้าว ก้าวเท้าลงมาแล้ว โหย รองเท้าเก่าคร่ำครึเชียว ที่แท้ก็พวกตาแก่เหี่ยวๆ นี่เอง

"แหม ก็ดีนี่ครับ ได้นั่งอ่านหนังสือในบ้านบรรยากาศแบบนี้ออกจะดี ด้านในสวยน่าอยู่มาก พี่น่าจะรีบไปดู" โอ้โห บทสนทนา สุนทรีย์ซะไม่มี อ่านหนังสือในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต นี่มันความต้องการหลังเกษียณของพวกตาแก่หัวขาวชัดๆ อย่ามาตายข้างบ้านกูก็แล้วกันนะครับ
"จริงเหรอครับ แหม ดีจัง ต้นไม้แถวนี้ก็เยอะ อากาศดีน่าดู" ใช่ครับลุง ที่มันเยอะเพราะกูนี่แหละ แม่ใช้รดอยู่ได้ทุกวันทั้งเช้าทั้งเย็น ต้นไม้หรือปลาก็ไม่รู้ ขาดน้ำไม่ได้เล้ย อ้าว ลงจากรถมาแล้วเหรอ ไหนๆ ขอยลโฉมตาแก่หัวขาวหน่อย...



ขาว... 

ขาวจริงด้วย...

แต่ไม่ใช่หัว


กูหมายถึงผิว!!! อมชมพูด้วยไอ่สัส!!!!


ยางฮงวอนยืนค้างอยู่กับที่ จ้องคนที่เพิ่งลงจากรถเมื่อกี้อย่างไม่วางตา ก่อนจะหลุดจากภวังค์เมื่อเห็นว่าคนที่เขาจ้องเมื่อสักครู่ บังเอิญหันมาสบตากับเขาพอดี



ตะ.. ตาโตดีจัง..



ไม่ ยางฮงวอน หยุดความคิดมึงเดี๋ยวนี้ มึงไม่ได้พิศวาสผู้ชายโว้ย แถมแก่อีก



แต่ก็นะ
คนอะไรวะ หน้าตาน่ารักแต่เสือกหัวทอง เสื้อเชิ้ตแขนยาวที่แต่งมานั่นก็.. กลัวคนไม่รู้เหรอครับว่าทำงานแล้ว โอเค ถ้าดูแต่หน้ากูก็ไม่รู้ กางเกงขายาวสีน้ำตาลกับรองเท้าหนังแก่ๆ การแต่งตัวที่มองจากดาวพลูโตก็รู้ว่าเชย นี่มันคุณลักษณะอันสำคัญของตาเฒ่าหัวงูที่อาบอบนวดแถวโรงเรียนกูพึงมีทุกประการเลยนี่หว่า


อ่า.. แต่ทำไมคนนี้ดูแตกต่างวะ


ดูน่ารักบริสุทธิ์.. เดี๋ยว กูคิดอะไรของกู

"หวัดดี" !!! คนตาโตที่ว่า ยกยิ้มแล้วโบกมือให้ ทำเอาคนที่ยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ถึงกับสะดุ้ง จนเผลอยกมือตอบกลับไป แม่ง ดูไม่หยิ่งเลยกู ว่าแต่...



รอยยิ้มนั่นมันอะไรกันวะ? ไอ้แก้มตอบๆ แบบนั้น แถมหน้ายังเล็ก เล็กกว่ามือกูอีก ปากเรียวๆ สีเลือดหมูตามสไตล์คนแก่ เออ มีตีนกาด้วยนิดนึง แต่ก็ดูดีอ่ะ ผมหยิกๆ ทองๆ ทั้งๆ ที่มันดูเหมือนฝอยขัดหม้อแท้ๆ แต่กลับทำให้คนตรงหน้าดูน่ามองอย่างประหลาด


ละ... แล้วเขาจะมองกูด้วยทำไม......


เมื่อเห็นคนมาใหม่จ้องตัวเองกลับ ฮงวอนก็ได้แต่สงสัย จ้องกูทำไม อะไรติดหน้ากู ถ้าติดก็มาหยิบออกให้กูสิ โด่ คิดได้แล้วก็เขย่าเสื้อ(แก้เขิน) เป็นการคลายร้อน เพราะรู้สึกว่าตัวเองเริ่มจะเหงื่อออกเยอะละ



เดี๋ยวนะ เสื้อ? หรือว่า...



"เสื้อสวยดีนะ" เมื่อได้ยินดังนั้น ยางฮงวอนถึงกับก้มลงไปมองสภาพตัวเองตามที่อีกคนพูดก่อนจะเข้าใจสถานการณ์ทุกอย่าง 



กูว่าแล้ววววววววววววว เชชชชช กูวววววว วาาาาาา ร่าาาาาาาา 







ปึ้ง!!! 


ยางฮงวอนผู้มั่นใจกับการแต่งตัวของตัวเองในช่วงแรกของเรื่อง วิ่งหนีเข้าบ้านไปซะแล้ว...


"อ๊ากกกกกกกกกกกกก อายโว้ยยยยยยยยย เหี้ยเอ้ยยยยยยยย" เขาโวยวายอยู่ตรงมุมประตูหน้าบ้านที่ตอนนี้ใส่กลอนอย่างหนาแน่นเหมือนกลัวใครจะเปิดเข้ามา ในใจตอนนี้มีแต่คำว่า อายชิบ อายชิบหาย กูต้องการที่ระบ๊ายยยยยย เออ ลืมปิดน้ำสายยางก่อนเข้ามาอีก! กูมันขยะของโลกใบนี้ กูไม่ควรเกิดมา กูไม่ควรเกิดมาแล้วเดินได้ ถ้ารู้ว่าเกิดมากูจะได้เดินไปตลาดแล้วเจอเสื้อลายเชกูวาราแล้วอยากได้จนต้องอ้อนแม่ซื้อเพื่อมาขายขี้หน้าในวันนี้ กูขอไม่เกิด!!!!!!

ภาพที่คนตาโตยิ้มให้แล้วชี้มาที่เสื้อของเขาเมื่อกี้มันแวบเข้ามาในหัว ไม่รู้หรอกว่ายิ้มชมหรือว่ายิ้มสมเพช แต่ที่แน่ๆ มันทำให้ฮงวอนรู้สึกแปลกๆ


อยู่ๆ ก็รู้สึกร้อนหน้า กูเป็นอะไร!?


"แม่งๆๆๆๆ แม่งงงงงงงงงงง----"
"ตาฮง!!! เงียบหน่อย!!! เสียงดังอยู่ได้ อายชาวบ้านเค้า!!!!" แม่ที่กำลังทำบัญชีอยู่หน้าทีวีตะโกนบอกลูกชายตัวเองที่กำลังโวยวายอยู่ด้วยเสียงที่ฟังแล้วรู้ได้เลยว่ารำคาญสุดๆ


ห้ะ? ชาวบ้าน? ว่าแล้วก็เหลือบไปมองข้างนอกหน้าต่าง เห็นคนตาโตที่ตัวเองเพิ่งวิ่งหนีออกมาเมื่อกี้ ยืนมองมาที่บ้านเขาด้วยสีหน้างงๆ สงสัยคงจะอึ้งที่กูวิ่งออกมาเมื่อกี้งั้นสิ




โอเค กูน่าจะเชื่อแม่ 






SHARE
Written in this book
ความขี้ชิปของหนู
ชิปอะไรเว่อวังขนาดนี้อ่า
Writer
badlittlegirl
Reader/Shipper
งอแงอ่ะ

Comments