My memory lovers you

เหตุการณ์ที่ฉันจำหน้าผู้ชายคนนั้นได้ดีคือ ห้องต้นกล้าคณะ เขาเป็นรุ่นพี่ปี 2 ส่วนฉันอยู่ปี 1 วันนั้นเป็นพิธีเทียน ซึ่งเหตุการณ์ในวันนั้น ฉันเหมือนคนโดนผีเข้าอะไรประมาณนี้           (ความเชื่อส่วนบุคคลนะคะ) รุ่นพี่คนนั้นเดินเข้ามายืนอยู่ตรงหน้าฉัน ในขณะที่ฉันเอาแต่ร้องไห้
พี่เขาจับมือแล้วผูกสายสินญจน์ให้ฉัน แล้วบอกว่า  ' ไม่เป็นไรแล้วนะ ' ตอนนั้นฉันก็รู้สึกเฉยๆ ก็ร้องไห้อยู่จะมาแบบ อร๊ายยย!! พี่คนนี้หล่ออะ น่ารัก ฮึ้ยชอบ  ใครมันจะเปลี่ยนอารมณ์ไวขนาดนั้นใช่ไหมคะ คือก็รู้สึกเฉยๆมาตลอด ด้วยความที่ตอนนั้นน้ำตามาเต็มก็จะมองหน้าไม่ชัดมาก แต่ด้วยที่กิจกรรมคณะนั้นมีมากเหลืออออเกิน ซึ่งหมายความว่า ต้องเจอกันบ่อย จนฉันรู้สึกคุ้นๆหน้าพี่คนนั้น จนมองให้แน่ชัด ถึงรู้ว่าพี่เขาคือคนที่ผูกสายสินญจน์ให้นั่นเอง ด้วยความที่พี่เขาเป็นคนน่ารักและนิ่งๆ เวลาเจอกับรุ่นน้องไม่ใช่เพียงแค่ฉันคนเดียวนะคะ พี่เขาก็จะยิ้มให้ ฉันมองแล้วรู้สึกว่าพี่เขาน่ารักมาก ตอนนั้นก็คิดว่าชอบในความน่ารักเฉยๆละมั้ง 

ฉันไม่รู้หรอกค่ะ ว่าเริ่มชอบพี่เขามากขึ้นตั้งแต่ตอนไหน แต่ก็ชอบเรื่อยมาเพราะมันอดยิ้มแล้วเขินพี่เขาทุกครั้งที่เจอไม่ได้
...จนเวลาล่วงเลยผ่านไป 2-3 ปี พี่เขาอยู่ปี 4 ฉันอยู่ปี 3 เพื่อนฉันก็จะรู้ว่าชอบพี่เขานั่นแหละ 
   จนมันบอกว่า 
เพื่อน : พี่เขาจะจบแล้วนะมึงจะไม่บอกความรู้สึกให้เขารู้เลยไง
ฉัน : อยู่ตรงนี้ก็มีความสุขดีแล้วไม่ต้องบอกหรอก
เพื่อน : เอ้า! อย่างน้อยพี่เขาจะได้รู่ว่ามึงคิดไง อีกอย่างมึงเก็บไว้พี่เขาก็ไม่รู้หรอก เผลอๆมึงแหละจะเสียใจเอง
ฉันคิดอยู่พักใหญ่มากกับคำพูดของมัน เออก็จริงเนาะ  และมีประโยคนึงที่แล่นเข้ามาในหัว

                    ' ทำแล้วเสียใจ
                ดีกว่าเสียใจแล้วไม่ได้ทำ '

ฉันจึงตัดสินใจรวบรวมความกล้า ทักเฟสพี่เขาไป 'พี่ ชอบพี่ว่ะ ชอบมานานละ' แล้วพี่เขาก็หาว่าฉันเมาค่ะ 555555 ฉันเลยบอกว่าไม่ได้เมา ไม่ได้อำเล่น ชอบจริงๆ เขาส่งสติ๊กเกอร์รูปยิ้มมา แล้วตอบแค่ว่า 'ขอบใจมากนร้า' ประโยคแค่นี้แหละค่ะที่ทำให้ฉันยิ้มแก้มปริมาก ฉันไม่ได้หวังจะให้มันดีกว่านี้ แต่ฉันหวังแค่ฉันกล้าบอกความรู้สึกที่ฉันเก็บมานานเพียงอย่างเดียว หลังจากวันนั้น เจอพี่เขาบ่อยมากแล้วเหมือนพี่เขาจะเล่าให้เพื่อนฟัง เพื่อนเขาจะล้อฉันตลอด จนฉันวิ่งหนีเขาอยู่สักพักเลยละคะ ด้วยความที่เขินและทำตัวไม่ถูก 
และเมื่อวันใกล้สอบปลายภาคเรียนเทอมที่ 2 มาถึง ฉันยังคงเจอพี่เขาบ่อยขึ้นๆ จนบางครั้งก็แอบถ่ายรูปเก็บไว้ตลอด แล้วมีวันนึงที่ฉันพาเพื่อนไปคืนหนังสือที่ห้องสมุด เราทั้งคู่ ได้นั่งคุยกับเพื่อนพี่เขา พี่เขาก็ระบายๆๆ ความเครียดของเขาให้้เราทั้งคู่ฟัง แล้วจู่ๆก็พูดเรื่องเพื่อนเขา ฉันก็ฟังไปเรื่อยๆ จนพี่เขาพูดออกมาว่า 
            ' เรามาบอกความรู้สึกช้าไปอะ '
 ฉันตอบกลับไปแค่ว่า ' ไม่ช้าหรอกพี่ บอกช้าบอกเร็วมีค่าเท่ากัน ถ้าเขาจะชอบเขาก็ชอบ ถ้าไม่ชอบก็คือไม่ชอบ แค่กล้าบอกก็ดีใจแล้วละ '
การแอบชอบแล้วบอกความรู้สึกของตัวเองออกไปไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่มันเป็นการวัดว่าเรากล้าพอที่จะพูดความรู้สึกของเราออกไปให้เขารับรู้ได้ไหม..สุดท้ายแล้วฉันกับพี่เขาก็ยังเป็นเหมือนเดิม ไม่มีใครเปลี่ยนไป เพราะฉันคิดว่า เรามีหน้าที่บอกความรู้สึกที่แท้จริงออกไป เขาจะรับหรือไม่รับนั่นเป็นสิทธิของเขา ถ้าเรายอมรับแล้วอยู่กับมันได้ มันจะทำให้ชีวิตเรามีความสุขและยังไม่ต้องเสียคนที่เราชอบไปอีก ยังได้เจอ ยังได้พูดคุยเหมือนเดิม นี้แหละมันคือความสุขที่สุดแล้ว...สำหรับคนที่แอบชอบ
#จนทุกวันนี้ฉันก็ยังคิดถึงเขาอยู่
         
        I always smile like an idiot when        I talk to you #เรื่องราวอาจจะดูน้ำเน่าไปหน่อยนะคะ

#toyou  #Springbooks
#N_rnpol
#สุดท้ายเรื่องราวทั้งหมดก็จบลงด้วยความคิดถึง


SHARE
Writer
savesafezone
....
เมื่อคุณถูกกำหนดให้เป็นเซฟโซน

Comments