To you
“กฎการเคลื่อนที่ข้อสามของนิวตันเขียนไว้ว่า ทุกแรงกิริยาย่อมมีแรงปฏิกิริยา ซึ่งมีขนาดเท่ากันแต่มีทิศตรงข้ามกันเสมอ” 
 
ถึงคุณ

ผมจำได้ดีทีเดียว ช่วงเวลาแรกๆที่เราเพิ่งเริ่มรู้จักกัน คุณเคยบอกกับผมว่างานแต่ละชิ้นของผมนั้นช่างไร้หัวใจ ไม่มีความรู้สึกของมนุษย์เอาเสียเลย เปรยๆไปว่าผมอาจจะเป็นหุ่นยนต์ผลิตเนื้อหา เขียนอะไรขึ้นมาตามที่ใครซักคนให้โจทย์ไว้ คงใช่ ผมคงคล้ายหุ่นกระป๋องในเรื่อง wizard of oz หุ่นกระป๋องผู้ร่วมเดินทางไกลแสนไกล เพื่อวิงวอนเพียงหัวใจจากพ่อมดในตำนาน ผมเดินทางไปบนเส้นทางนั้น นานแสนนานจนได้เจอคุณ คุณผู้ไม่มีพลังวิเศษอันใด แต่คุณสามารถเสกหัวใจใส่ในหุ่นกระป๋องธรรมดาให้เขาได้รู้ว่าแท้จริงแล้วเขาไม่ใช่คนหยาบกระด้างเกินไป เขายังมีหัวใจที่สามารถใช้เพื่อใครได้อยู่ และคนนั้นก็คือคุณ

.

นานพอดูนับตั้งแต่วันที่คุณหายไป จนวันที่ผมดีใจเพราะรู้ว่าคุณกำลังกลับมาอีกครั้ง ช่วงเวลาตั้งแต่ได้เห็นข้อความของคุณทักมาครั้งนั้น มันอาจดูเวอร์เกินไป แต่เชื่อไหม ว่าข้อความสั้นๆแค่คำว่าคิดถึงมันกลับทำเอาหัวใจผมที่เคยฟีบแฟ้บคล้ายลูกโป่งถูกปล่อยลมออกฟูฟ่องกลับมาเต้นไม่เป็นจังหวะ ผมสัญญากับตัวเองว่าการกลับมาของคุณในครั้งนี้ แม้มันจะเป็นความสัมพันธ์ที่แสนบอบบางจนแทบจะแตกสลายได้ตลอดเวลา แต่ผมก็ยังอยากรักษาความสัมพันธ์นี้ให้คงอยู่ตลอดไป

.

หากผมเป็นหุ่นยนต์อย่างที่คุณว่า ตอนนี้ผมคงเป็นหุ่นยนต์ไร้เดียงสาที่เพิ่งทำลายความสัมพันธ์บางอย่างลงไป เป็นหุ่นยนต์ที่เอาแต่พยายามหาข้อผิดผลาดของกฎการเคลื่อนที่ข้อสาม ทำตามโปรแกรมที่วางไว้ หวังเพียงว่าความห่วงใยที่ให้คุณไปมันน่าจะได้รับการตอบสนองกลับมาในปริมาณเท่าๆกัน ผมพยายามเข้าหาคุณ พยายามสอบถามข่าวคราวความเป็นไป จนในบางครั้งมันอาจมากเกินทนไหว มากเกินกว่ามนุษย์คนหนึ่งซึ่งไม่ได้คิดอะไรจะอยู่ในจุดสบายใจ ยิ่งผมทุ่มไปมากแค่ไหน ยิ่งกลายเป็นว่าสิ่งที่ได้รับกลับมากลายเป็นการทำให้เราห่างกันออกไปเรื่อยๆ เหมือนผมโยนลูกบอลเข้าหากำแพงด้วยความรู้สึกทั้งหมดทีมี แต่แล้วลูกบอลนั้นกลับกระเด็นมากระแทกหน้าจนเจ็บปวด

.

ในบางจังหวะเวลาผมยอมรับเลยว่าผมรู้สึกไม่พอใจเวลาใครโคจรเข้ามาใกล้คุณ รู้สึกแบบนั้น ทั้งๆที่เราไม่ได้เป็นอะไรกันอย่างที่คุณพยายามพูดย้ำเสมอๆนั่นแหละ เพียงแต่ผมอาจใช้ความรู้สึกของมนุษย์เอาแต่ใจมากเกินไป พยายามกีดกันคุณจากใครก็ตามที่พยายามเข้ามาอยู่ในวงโคจรของคุณ พยายามพูดใส่ร้ายจนคุณอึดอัด และกลายเป็นว่าความสัมพันธ์ของเราต่างดำรงอยู่ด้วยความระแวดระวัง ไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจ และนั่นอาจเลยจุดสบายใจจนทำให้คุณตัดสินใจอยากห่างผมไปไกลแสนไกล ไม่ผิดหรอก ชีวิตเป็นของคุณ ทุกการตัดสินใจในความสัมพันธ์ล้วนขึ้นอยู่กับคุณทั้งนั้น หากจะจบลงไป ผมคงไม่คาดหวังอะไรมากไปกว่าให้คุณได้เจอใครซักคนที่เขารักคุณด้วยหัวใจ ไม่ทำให้คุณมีน้ำตา และสามารถรักษารอยยิ้มบนใบหน้าของคุณให้อยู่ได้ตลอดกาล

.

คุณเคยถามว่าผมชอบคุณที่ตรงไหน ผมตอบไม่ได้หรอก สุดท้ายคำตอบของคำถามนั้นก็เป็นเพียงการพยายามบ่ายเบี่ยงไปว่าผมชอบคุณที่คุณเป็นคนแบบนี้ เพียงเท่านั้น ไม่มีสิ่งใดมากไปกว่านั้น คุณเป็นมนุษย์ มนุษย์คนหนึ่งซึ่งทำให้ผมเสียน้ำตาได้อย่างไม่อาจระงับได้ ทำให้ผมกลายเป็นเด็กขี้แยเวลาพ่ายแพ้ต่อความรู้สึกที่ว่าคุณกำลังจะหายไปในเร็ววันนี้

.

ชีวิตจริงมันไม่เหมือนโลกแฟนตาซีในนิยายที่อ่านเสมอไปหรอก คุณคงอ่านหนังสือมามากพอที่จะเข้าใจในประโยคที่ผมต้องการเอ่ย มันไม่มีเจ้าชาย และคุณก็ไม่ใช่เจ้าหญิงแสนดี เราต่างเป็นตัวละครในโศกนาฏกรรมของกันและกัน รอคอยวันที่นิยายจะเปิดไปจนถึงหน้าสุดท้าย เราต่างรู้ตอนจบด้วยกันทั้งคู่ และไม่รู้ว่าจะฝืนยืนไปได้นานแค่ไหน

.

หรือที่จริง ผมอาจเป็นเพียงผู้ร้ายในคราบชายที่แสนดีมาตลอด และตอนนี้ผลลัพธ์จากการกระทำนั้นกำลังย้อนกลับมาเล่นงานตัวผมเองเสียแล้ว ต่อให้พยายามแค่ไหน กฏเหล็กของตัวร้ายคือการได้รับผลของการกระทำเสมอ และวันนี้ผมเข้าใจความรู้สึกนั้นแล้ว วันเวลาที่คุณต้องการจะไป มันช่างว่างเปล่าเหลือเกิน ว่างเปล่าจนผมคิดว่าผมเป็นสิ่งมีชีวิตที่ดำรงชีวิตในโลกนี้แต่เพียงผู้เดียว

.

ชั่วขณะหนึ่ง ผมดีใจมากเลยนะที่รู้ว่าเร็วๆนี้เรากำลังจะได้ไปดูหนังด้วยกัน อย่างที่บอก ผมไม่ใช่ผู้ชายโรแมนติกหรอก และผมก็ย้ำเช่นนั้นเสมอ ผมไม่รู้เลยว่าจะสร้างความประทับใจในการเจอกันในแต่ละครั้งได้อย่างไร แต่ผมก็อยากให้การพบกันของเรามีหลักฐานยืนยันบางอย่างบ้าง คุณเคยบอกว่าคุณชอบตัวอักษรมากกว่าการสนทนาผ่านทางคำพูด เพราะตัวอักษรมันจะดำรงอยู่ของมันอย่างนั้นตลอดกาล และไม่หายไปไหนไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเพียงใดก็ตาม เมื่อวาน ระหว่างอยู่ในร้านหนังสือ ผมหยิบโปสการ์ดมาใบนึง ตั้งใจจะเขียนเก็บเอาไว้ก่อนจะส่งให้คุณในช่วงเวลาที่เราได้เจอกัน นั่นแหละ โปสการ์ดใบที่อยู่ในภาพปกนั่นแหละ อันที่จริง ผมยังคิดถึงคุณเสมอนะ คุณผู้แต่งตัวเก่งเสียเหลือเกิน เก่งจนผมคิดว่าผู้ชายธรรมดาที่ใส่เสื้อสีซ้ำๆกันตลอดเวลาจะสามารถสร้างความประทับใจอะไรให้คุณได้ไหม

.

ขอบคุณคุณสำหรับทุกช่วงเวลาดีๆที่เคยมีให้กันมาตลอด หากต่อไปมันจะมีสิ่งใดที่ดึงให้คุณกลับมาวนเวียนอยู่ในวงโคจรของผมอีกครั้ง ผมก็ยินดี ยินดีแม้รู้ว่าคุณไม่สามารถเชื่อใจผมได้ตลอดไปอีกแล้ว เศษแก้วแห่งความสัมพันธ์ที่ผมพยายามต่อมันขึ้นมาก็ไม่รู้เลยว่ามันจะคงสภาพต่อไปได้นานเพียงใด

.

ในความเศร้า ผมอาจเป็นชายหนุ่มผู้กระโจนลงทะเลสาปลึก ดำดิ่งลงไปในความสิ้นหวัง จมกับมันอย่างนั้น และหวังว่าถ้าผมจนกับมันมากพอ แรงดันน้ำจะผลักผมขึ้นมาให้สูดหายในได้อีกในวันใดวันหนึ่ง

.

ยังคงรู้สึกดีกับคุณเสมอๆ และอยากสานต่อความสัมพันธ์นี้ไปด้วยกัน แม้มันอาจเป็นเพียงมิลลิเมตรสุดท้ายของเทียนไขก่อนจะสูญสลายไปตลอดกาล แต่หากมันได้ส่องสว่างมากพอให้ผมได้เห็นรอยยิ้มของคุณในช่วงเวลาสั้นๆ เท่านั้นก็มากพอแล้วในการประคับประคองความสัมพันธ์นั้นให้มอดไหม้ไปจนนาทีสุดท้าย

.

ขอบคุณคุณอีกครั้งที่ทำให้ผมรู้ว่าที่จริงแล้ว หัวใจหุ่นกระป๋องของผมไม่หยาบกระด้างจนเกินไป มันยังเต้นแรงพอให้สั่นไหวได้ในทุกการกระทำของคุณเสมอๆ
SHARE
Writer
khaikung
storylog reader
เป็นคนธรรมดาที่ชอบหาเรื่องใส่ตัว ยินดีที่ได้รู้จักครับ IG : khaikung_journey , Ask.fm : @khaikung

Comments

phmpn
2 years ago
ชอบมากๆเลยค่ะ เขียนได้ดีจริงๆ:)
Reply
littlesunshine
2 years ago
บางครั้งเราอาจเสพติดชอบความเจ็บปวดก็ได้เนาะ ทั้งๆที่รู้ว่าต้องจาก แต่ก็ยังขออยู่ในคสพ แบบนั้น
Reply
Whitesand
12 months ago
เวลาผ่าน การเขียนย้ายสู่platformที่editได้ตลอดเวลา ความเท่ห์โดยromanticizeกับอักษรมีรากฐานจากศิลปะยืนยาวกลายเป็นเรื่องไม่เท่ห์ ประเด็นนี้น่าคิดมาก
ราวมือแห่งเวลาหล่น'ไม่'บนประโยค ศิลปะ_ยืนยาว
ตลกร้ายกว่านั้นเป็นแรงปฏิกิริยาเพียวพอกันต้านกลับวาทะอันยิ่งยง
Reply
Cloverleaf
8 months ago
ประคับประคองความสัมพันธ์ให้อยู่ในจุดที่สบายใจทั้ง 2 ฝ่าย มันไม่ง่ายเลยนะคะ ถึงวันที่เราคิดถึงเขามากขึ้น ต้องการอยู่ใกล้มากขึ้น เราจะรู้สึกว่าเขาห่างไกลออกไป ทั้งๆ ที่เขาก็เหมือนเดิม เราเรียกร้องกาเขามากกว่าเดิมจนเขาอึดอัด จนเหมือนเราผลักเขาออกไปด้วยความต้องการที่มากกว่าเดิมของเรา... พอเราเริ่มคิดว่าคงไม่มีเขาอีกแล้ว จัดการกับความรู้สึกตัวเอง อยู่ในที่ของเรา เขาก็กลับมาพร้อมกับคำว่า “คิดถึง” ซึ่งเป็นคำที่ทำให้เราอ่อนแอ แพ้ทุกทาง แล้วก็ทานแรงดึงดูดไม่ไหว กลับไปหาเขาอีก เพราะแค่เพียงอยากรักษาความสัมพันธ์ที่ริบหรี่เหมือนแสงเทียนใกล้มอดเต็มทีไว้จนมิลลิเมตรสุดท้าย
Reply
Masterz
18 days ago
เราต้องเว้นระยะแค่ไหน มันถึงปลอดภัยต่อความสัมพันธ์ที่พอดีสำหรับ “เธอ”
Reply