Ovarian Lottery: ความโชคดีในสายตาของ Warrent Buffett
เราเชื่อว่า Warren Buffett เป็นหนึ่งใน idol ของใครหลายๆ คน (รวมถึงตัวเราเองด้วย)

บางคนอาจจะนับถือ Warren Buffett ในแง่ของความสามารถ ในแง่ของความรวย หรือไม่ก็ในแง่ของความใจดีที่ต้องการบริจาค 99% ของความมั่งคั่งของตัวเองให้คนอื่น

แต่มีอีกเรื่องนึงของ Buffett ที่เราชื่นชอบและนับถือมาก ถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยได้เห็นคนอื่นๆ พูดถึงกันเท่าไหร่ ซึ่งก็คือเรื่องของมุมมองทางสังคมของ Warren Buffett ซึ่งก็เป็นพื้นฐานที่สำคัญของความใจบุญของ Warren Buffett นั้นเองด้วย

ในหลายโอกาสเราจะเห็น Warren Buffett พูดในทำนองที่ว่า หนึ่งในสิ่งที่เค้ารู้สึกว่าโชคดีมากคือการได้เป็นผู้ชนะ "ovarian lottery" หรือพูดในอีกแง่นึงคือการที่เค้าโชคดีที่ได้เกิดถูกที่ถูกเวลา ได้เกิดมาเป็นชายผิวขาวในอเมริกาในช่วงปี 1930's

เพราะถ้าเค้าเกิดมาเป็นชาวผิวสีหรือเป็นผู้หญิงในช่วงเวลานั้น หรือถ้าไปเกิดในประเทศที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความสามารถในการลงทุนแบบที่เค้ามี ตัวเค้าเองก็คงไม่สามารถมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในแบบที่เป็นมาหรอก

ซึ่งความรู้สึกที่ว่าตัว Warren Buffett นั้น "โชคดี" ที่ได้เกิดมาในสถานการณ์แบบนี้ก็เป็นที่มาของแนวคิดความใจบุญและแนวคิดทางด้านการเมืองของตัวเค้าเอง โดยหลาย ๆ ครั้ง Warren Buffett ได้ตั้งคำถามให้คนฟังได้ลองมานึกถึงสถานการณ์ทางสังคมที่เป็นอยู่ทั้งหลาย

ลองนึกภาพตามดู ว่าถ้าสมมติว่าเราสามารถมีอำนาจในการกำหนดกฏเกณฑ์ต่างๆ ในโลกนี้ได้เต็มที่ โดยที่ข้อกำหนดทุกอย่างของเราจะมีผลตามนั้นไปตลอดทั้งชีวิตของเราและของลูกหลานเรา แต่มีข้อแม้ว่าเราต้องกำหนดกฎพวกนั้นก่อนที่เราจะรู้ว่าเราจะเกิดมาเป็นใครและอยู่ที่ไหน มีพ่อแม่เป็นยังไง มีสภาพแวดล้อมยังไง

ถ้าเราไม่รู้อะไรเลยว่าจะเกิดมาเป็นใครในคนจำนวนกว่าเจ็ดพันล้านคนในโลกนี้ เราจะอยากให้โลกนี้มีกฎเกณฑ์อะไรยังไงบ้าง?

แน่นอนว่าสำหรับตัวเราเอง เพราะเราเป็นพวกที่ไม่ค่อยชอบความเสี่ยงนัก ก็คงต้องอยากให้โลกนี้มีกฎเกณฑ์ที่ทำให้คนเรามีความเท่าเทียมทางโอกาสประมาณหนึ่ง ก็คงไม่ต้องถึงกับให้ทุกคนมีเงิน มีทุกอย่างเท่ากันหรอก แต่เราก็คงจะอยากเห็นว่าคนที่โชคร้ายที่สุดก็ควรที่จะมีโอกาสลืมตามอ้าปากได้บ้าง เพราะว่าถ้าสมมติว่าเราต้องไปเกิดอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น เราก็คงอยากที่จะได้มีโอกาสเหมือนกัน

และในขณะเดียวกัน ถ้าเราโชคดีเกิดมาในสถานการณ์ที่ทำให้เราสามารถประสบความสำเร็จได้ดี ก็ต้องอย่าลืมว่า สิ่งที่เราได้รับมามันก็ขึ้นอยู่กับหลายอย่างที่เราเองก็ไม่สามารถควบคุมได้ด้วย มันเป็นเรื่องของความโชคดีบางอย่างที่ทำให้เราได้มีโอกาสที่เรามีนี้ และเพราะฉะนั้นเองเราก็ควรที่จะคำนึงถึงสิ่งที่เราสามารถให้กับคนอื่น ๆ ที่อาจจะไม่ได้โชคดีเหมือนเรานักด้วย

ซึ่ง Warren Buffett เองก็คิดประมาณเช่นนี้เหมือนกัน ก็เลยทำให้เค้ามีความเชื่อทางการเมืองที่ค่อนข้างจะเอนเอียงไปทางการเก็บภาษีคนรวยไปเพื่อไปช่วยเหลือคนที่อาจจะเกิดมามีโอกาสน้อยกว่า และความคิดเช่นนี้ก็มีส่วนส่งผลทำให้ตัว Warren Buffett เองมีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะบริจาคความมั่งคั่งที่เค้าสะสมมาเกือบทั้งหมดอีกด้วย

เหตุผลที่นึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมาก็เพราะ ล่าสุดก็เห็นมี documentary ชื่อ "Becoming Warren Buffett" ออกมา ซึ่งเราเองก็ยังไม่ได้มีโอกาสที่จะดูหรอกนะ แต่พอเห็นบทความที่พูดถึงว่า ใน documentary นี้ Warren Buffett ก็มีการพูดถึงเรื่องความโชคดีที่เค้าเกิดขึ้นมาถูกที่ถูกเวลาอีกครั้ง (https://qz.com/898294) ก็เลยอดที่จะกลับมานึกถึงแนวคิดนี้ของ Warren Buffett ไม่ได้ ถึงตอนนี้เราเองอาจจะไม่ได้มีพร้อมไปหมดซะทุกอย่างแบบที่ Warren Buffett มี แต่เราก็เชื่อว่าเราเองก็โชคดีมากกว่าอีกหลายคนในประเทศนี้ เพราะฉะนั้นแล้วถ้าเป็นไปได้ เราก็คิดว่าเราควรที่จะหาทางช่วยเหลือคนอื่น ๆ ด้วยเหมือนกัน

(จริง ๆ แล้วแนวการคิดแบบนี้ก็คือ "veil of ignorance" thought experiment ของนักปรัชญา John Rawls นี่เอง หากใครต้องการอ่านเพิ่มเติมก็ลองเริ่มต้นได้จากที่หน้าวิกิพีเดียนี้ละกัน https://en.wikipedia.org/wiki/Veil_of_ignorance)


Books:
Tap Dancing to Work: Warren Buffett on Practically Everything, 1966-2013 by Carol J. Loomis: http://amzn.to/2kUrJ48


Other Links:
http://www.hbo.com/documentaries/becoming-warren-buffett

https://qz.com/898294

http://www.newyorker.com/business/currency/becoming-warren-buffett-the-man-not-the-investor

https://www.youtube.com/watch?v=wYDwYWtlECk

https://en.wikipedia.org/wiki/Veil_of_ignorance

Image Credit: https://pixabay.com/en/lottery-sweepstakes-bingo-bass-drum-174132/
SHARE
Writer
Cloud9
นักอ่านแอบเขียน
https://www.facebook.com/1Thing.1Thing

Comments