Dad
มนุษย์พ่อนี่ไม่ธรรมดาเลยนะ 

ตระกูลของพ่อเป็นผู้ดีเก่าจากในวัง ต้นตระกูลเคยทำงานถวายพระมหากษัตริย์จนได้รับพระราชทานนามสกุลมา  พ่อเป็นเด็กนักเรียนนอก จบปริญญาโทจากอเมริกา เป็นพี่ใหญ่ของน้องๆอีก3คน นั่งคงทำให้พ่อมีความเป็นผู้นำสูง พ่อก็คงแบกอะไรไว้เยอะ ส่วนปู่ก็เป็นคนเก่ง ปู่ก็คงสอนพ่อให้ใช้ชีวิตอย่างมีสาระอย่างที่ปู่เป็นน่ะแหละ และนั่นคงเป็นสาเหตุว่าทำไมพ่อจึงเป็นคนพูดน้อยแต่ทำเยอะ เพราะพ่อเป็นแบบนี้ พ่อไม่ค่อยพูด แต่พ่อทำให้ดูมากกว่า ทำให้พ่อดูเป็นนักธุรกิจที่สุขุม เก่งและใจเย็นอยู่เสมอ เรื่องที่ผมมองว่ายาก พ่อทำให้มันดูง่ายลงไปได้ทุกอย่าง 

ปัจจุบันนี้พ่อทำงานอยู่ที่บริษัทสายการบินต่างประเทศ กลับบ้านได้แค่เดือนละครั้ง ครั้งละประมาณ5วันเท่านั้น แล้วก็ต้องบินกลับไปใหม่ เพราะหน้าที่การงานที่มั่นคงของพ่อ ทำให้ผมค่อนข้างมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่ามาตรฐานคนทั่วไป (ในความคิดของผมนะ) ผมมีบ้านเดี่ยวอยู่กับแม่และน้องสาว ผมมีหอพักทำเลดีที่มหาวิทยาลัย ผมและแม่มีรถส่วนตัวใช้คนละคัน คุณยายอีก1คัน รถVanกว้างๆสำหรับให้น้องมีที่เล่นอีก1คัน พ่อให้เงินผมใช้เดือนละเป็นหมื่น แต่ผมก็ไม่เคยสุรุ่ยสุร่ายหรอกนะ ของแบรนด์เนมผมก็ไม่รู้จัก 

อ่านมาถึงตรงนี้ คุณคงรู้สึกว่าผมอวดรวย หรือพ่อผมรวยใช่หรือเปล่า คุณต้องอ่านต่อให้จบก่อนนะ 

ผมมีโอกาสได้ลองไปเยี่ยมพ่อที่ต่างประเทศรอบนึง พ่อพักอยู่ในคอนโดสูงที่บริษัทดูแลให้ ภายนอกคอนโดดูดีน มีสระว่ายน้ำ มีมินิมาทในคอนโด ก่อนผมจะขึ้นไปที่ห้อง ผมคิดว่าพ่อคงอยู่สบายแหละ เป็นพนักงานระดับนี้ แต่ทุกอย่างที่ผมคิดมันผิดจริงๆ 

ห้องของพ่อธรรมดาเหลือเกิน อย่าเรียกว่าธรรมดาเลย ห้องของพ่อแทบไม่มีของใช้อะไรเลย หอพักผมที่มหาลัยยังดูหรูกว่าอีก คุณลองนึกภาพนะ ผมเปิดเข้าไป ห้องนั่งเล่นของคอนโดพ่อ มันคือห้องนั่งเล่นจริงๆ มันทำได้แค่นั่ง เพราะมันมีแต่โต๊ะ1ตัวกับเก้าอี้ที่ดูไม่เข้าชุดกับโต๊ะ2-3ตัว ถัดเข้าไปเป็นโต๊ะวางทีวีและโซฟาที่ดูไม่เข้ากับห้องอีกเหมือนกัน ไม่มีชั้นวางของอื่นๆเลย ผมเปิดดูอาหารในตู้เย็น อาหารของพ่อมีแค่พวกขนมปัง ชีสแผ่น แยม หรือไส้กรอกแบบห่อๆเหมือนเซเว่นบ้านเรา เตียงนอนพ่อคือเตียงนอนจริงๆ มันทำได้แค่นอน มันเป็นเตียงแบบเอาตัวเตียงมาวางนอนกับพื้นเลย ไม่ใช่เตียงแบบมีขาหรืออะไรด้วยซ้ำ ไวไฟที่พ่อใช้ก็เป็นแค่pocket wifi ที่ความเร็วเรียกได้ว่าผมไม่อยากแย่งพ่อใช้เลยแหละ  
 
ผมร้องเฮ้ยเลย นี่พ่ออยู่ยังไง พ่อก็ตอบแบบไม่ได้คิดอะไร  
เหมือนตอนเป็นนักเรียนแหละ ไม่เห็นเป็นไรเลย
วินาทีนั้นในใจผมก็อยากจะเถียงออกไปนะ เฮ้ยคือมันไม่ใช่ไงพ่อ นั่นพ่อเป็นนักเรียน ตอนนี้พ่อเป็นเจ้าคนนายคนแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป แล้วผมก็เดินดูรอบๆที่ตรงนั้น จริงๆก็จะหลบออกมาแอบปาดน้ำตานิดหน่อย ก็ให้พ่อเห็นมันน่าอายนี่หว่า 5555 

พ่อไม่เคยบอกผมหรือบ่นให้ฟังเรื่องที่ทำงานเลย เป็นแม่ที่รู้เลยแอบมาเล่าให้ผมฟัง ความแตกต่างด้านวัฒนธรรมและศาสนา ทำให้พ่อที่เป็นหัวหน้างานไม่ได้รับความเคารพยำเกรงเท่าที่ควร งานพ่อต้องเพิ่มมากขึ้น กลับมาบ้านครั้งสุดท้ายเมื่อ3-4วันก่อน น้ำหนักพ่อดูลดลงไปเยอะเลย แต่กลับมาทุกครั้งพ่อจะพาผมกับแม่และน้องไปกินอาหารดีๆกันทุกที ตั้งแต่เด็กๆพ่อจะสอนเสมอว่าเป็นผู้ชาย อย่าเลือกกินเยอะ กินให้เป็นให้หมดทุกอย่าง ห้ามกินอาหารเหลือ เวลาไปบ้านสาว พ่อแม่เขาจะได้ปลื้ม (ว่าไปนั่นพ่อคุณ) นั่นก็ทำให้ผมกินอาหารได้เกือบทุกชาติเลย ไทย จีน ญี่ปุ่น อิตาเลี่ยน เยอรมัน แขก ผมกินได้หมด 

มันน่าเจ็บใจเหมือนกันนะ ที่พ่อไม่เคยเล่าอะไรที่พ่อเจอไห้ฟังเลย แต่พ่อก็เป็นของพ่อแบบนี้ ปีนึงผมคุยกับพ่อไม่น่าจะถึงพันประโยค ถามพ่อว่าที่ทำงานเป็นไงบ้าง พ่อก็ตอบแค่ผิวๆ อืม ก็ไม่แย่, อืม ก็ อยู่ได้ ฯลฯ พ่อไม่เคยเล่าแบบว่าเอ้อไอ้แขกนี่มันทำงานไม่ได้เรื่อง เจ้านายพ่อนี่มันเขี้ยว ฯลฯ ไม่ล่ะ การบ่นทำนองนี้ผมอยู่กับพ่อมา20ปีไม่เคยได้ยินสักประโยค ย้ำว่าสักประโยค มันไม่มีจริงๆ ผมไม่เคยเข้าใจเลยว่าจิตใจของพ่อทำด้วยอะไร ทำไมพ่อถึงแกร่งได้ขนาดนั้น 

พ่อเป็นต้นแบบของผมเสมอตอนที่ผมเจออะไรที่ fuck up (พูดให้เข้าใจง่ายๆ) พ่อทำให้ผมบอกตัวเองได้ว่า ถ้าเป็นพ่อ พ่อคงไม่บ่น พ่อคงเลิกคิดเล็กคิดน้อยแล้วลงมือทำ ก่อนที่ใครจะมาสั่งพ่อ พ่อเป็นอย่างนี้ทุกที 

อย่างครั้งสุดท้ายที่ผมไปส่งพ่อ พ่อก็สะพายเป้1ใบ กระเป๋าลาก1ใบ นั่งรถของผมไปลงหน้าปากซอยหมู่บ้าน ผมก็ถามนะ

 "พ่อจะลงแค่ตรงนี้เหรอครับ"

 "เรียกแทกซี่ไปน่ะแหละ ไม่เป็นไรหรอก"
 
แล้วพ่อก็ลงจากรถ สะพายเป้ มือลากกระเป๋าข้างนึง  แล้วก็เดินต๊อกแต๊กๆออกไป 
... คือไอ้ท่าทางที่เหมือนจะไปเดินเล่นนั่นพ่อกำลังจะออกนอกประเทศนะพ่อ 555 
ดูสิแค่ไปส่งที่สนามบินพ่อยังไม่ใช้งานผมเลย 

มาถึงตรงนี้ผมจะบอกว่า คุณพ่อไม่ใช่พ่อแท้ๆของผมหรอกนะ แม่ผมแต่งงานใหม่ พ่อแท้ๆของผมเป็นใครผมก็ไม่รู้หรอก ผมเจอพ่อคนนี้ตอนผม3ขวบแล้ว ผมเป็นลูกติดของแม่ มันเป็นโชคดีของผมและแม่ที่เจอกับพ่อ มันไม่ใช่เป็นเรื่องของเงินหรอก แต่คนแบบพ่อหายากมากจริงๆ คนที่ไม่ได้เป็นพวกAttention Whore คนที่ทำอะไรให้ผลของการกระทำมันเปล่งเสียงแทนคำพูด เรื่องเล่าของพ่อมีอีกเยอะ คำสอนของพ่อหลายๆอย่างมันทำให้ผมเป็นคนที่ใช้ชีวิตได้มีค่ามากขึ้น ทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง ตอนเด็กๆก่อนเจอพ่อผมก็ลูกชาวบ้านๆนี่แหละ พูดจาไม่มีหัวไม่มีหาง เพราะแม่ก็มัวแต่ทำงานตัวเป็นเกลียว ไม่ได้มีเวลาอารมบ่มนิสัยผมเท่าไหร่ ทำให้เข้ามาบ้านพ่อช่วงแรกก็ไม่เป็นที่ต้อนรับของครอบครัวเขา มีบาดแผลทางใจหลายอย่างทีฝังมาจนทุกวันนี้ และพ่อก็คงจะรับอะไรแทนผมและแม่มาเยอะมาก แต่ผมก็เด็กเกินกว่าจะรู้เรื่องหรือจำอะไรได้ 

ผมคิดจริงๆนะ ว่าผมอยากจะเป็นอย่างพ่อได้บ้าง พ่อเป็นคนที่ยิ่งใหญ่สำหรับคนรอบข้างเสมอ หลังจากพ่อเกษียณแล้ว ถ้าพ่อจะได้อยู่อย่างสบายๆบ้างก็คงดี แต่พ่อคงไม่อยู่เฉยๆหรอก แน่ๆเลย 

ถ้าพ่อโชคดีพ่ออาจจะได้อ่านไอ้ที่ผมเขียนก็ได้นะ แต่พ่อก็ไม่เล่นsocial mediaเลยสักอย่างนี่สิ 

:)
 
 
 

   






 


SHARE

Comments

Chutamatsu
2 months ago
อ่านแล้วคิดถึงพ่อ พ่อของคุณนิสัยคล้ายๆพ่อของเราเลย ^^
Reply
Guarantee
2 months ago
คุณพ่อน่ารักจัง
Reply
AquaDrehz
2 months ago
ลอง Dialogue มาใช้พูดคุยกับครอบครัวไหมครับ
ผมว่าก็จะลองเหมือนกัน
Reply
blitunv
2 months ago
อ่านแล้วนึกถึงพ่อเราเลยค่ะ เป็น role model หลายๆด้านในชีวิตเราเลย
Reply
hayitsme
2 months ago
ขอบคุณทุกความคิดเห็น การให้กำลังใจ และคำแนะนำนะครับ
Reply