กลั้น
“โอ๊ยยย เมื่อไหร่เด็กจะมาครบสักที เบื่อ” เสียงอาจารย์จ๋อมที่คุมรถของผมบ่น

“ช้ามาตั้งชั่วโมงแล้ว เมื่อไหร่จะถึง ม.บูรพา ละเนี่ย” ม.บูรพา คือจุดหมายปลายทางของการเดินทางวันนี้

ในรถบัสที่ผมอยู่ อาจารย์จ๋อมนั่งตรงข้างหน้าสุด คนที่นั่งถัดจากนั้นลงมาก็คือผม ผมชื่อ 'ขา' นักเรียน ม.4 ธรรมดาๆ ที่ผลการเรียนใช้ได้ สนใจเรื่องที่ไม่มีใครสนใจ และที่สำคัญคือเหงาจนชิน

จริงๆ ผมเองก็ไม่อยากมาค่ายทะเล(ค่ายที่ผมกำลังจะไป)หรอก แต่พ่อแม่ อาจารย์ รวมทั้งเพื่อนสนิทคนเดียวของผมคะยั้นคะยอให้ผมไป

เอาเป็นว่า..ไปก็ไป

“นายดูเซ็งๆ นะ ขา” ยะพูด

'ยะ' เป็นเพื่อนสนิทคนเดียวที่ผมรู้จักและคุยด้วยตั้งแต่ ม.1 และก็ยะสมชื่อครับ ไม่เข้าใจหรอครับ บ้านหลังที่สาม(ถัดจากโรงเรียน)ก็คือยะ ผมพูดงงหรอ? ช่างเถอะ...

“ไม่มีอะไรหรอก ผมจะหลับล่ะ” ผมพูด แล้วนั่งหลับไป


ผมตื่นมาอีกทีตอนที่อาจารย์จ๋อมตะโกนเรียกนักเรียน ตอนนั้นรถจอดถึง 'แหลมทอง' หรือบริเวณหน้า ม.บูรพา จำได้ว่าตอนนั้นเวลาประมาณสามทุ่ม อาจารย์จ๋อมแจกเงินให้นักเรียนไปหาซื้ออาหารกินเอง ยะบอกกับผมว่าตอนรถถึงร้านโมจิแม่กุหลาบ(ร้านอาหารแห่งหนึ่งในจังหวัดนครสวรรค์)ตอนเที่ยง ผมเองก็หลับยาว.. ทำให้ไม่ได้กินข้าวกลางวัน

จริงหรือ? ผมนึกในใจ ท้องเองก็แสบมากๆ แล้ว

“งั้นรีบไปกินข้าวเถอะ เดี๋ยวขึ้นรถช้าแล้วอาจารย์จะว่า” ผมบอกแล้ววิ่งลงจากรถ


บริเวณแหลมทองนั้น 'ทอง' สมชื่อครับ มีแต่ห้างและร้านอาหารราคาแพงมากซึ่งผมไม่ชอบเลย แต่ผมเองก็หาร้านอาหารข้างถนนแถวนั้นไม่เจอ เวลาก็ปาไป 20 นาทีแล้ว

สุดท้ายต้องซื้อของที่เซเว่นกินตามระเบียบ รู้สึกสมเพชตัวเองมาก มาค่ายทั้งทีแต่ต้องพึ่งร้านเซเว่น

พอกินเสร็จ ผมมารอที่รถ ผมเจอคนมานั่งรอตรงไม้หินอ่อนหน้ารถ ผมจำหน้าได้ว่าเธอเองก็นั่งรถคันเดียวกันกับผม บังเอิญว่าตรงแถวนั้นมีไม้หินอ่อนแค่ตัวเดียว ผมก็เลยถือวิสาสะเข้าไปนั่งรอด้วย ผมนั่งตรงไม้หินอ่อนด้านหนึ่ง ส่วนเธอนั่งไม้หินอ่อนอีกด้าน

“เฮ้ย นายกลั้นหายใจตอนรถข้ามแม่น้ำบางปะกงหรือเปล่า?” เธอเอ่ยขึ้นดื้อๆ

“กลั้นหายใจ? ทำไมหรอ? ไม่เห็นรู้เรื่องเลย ผมหลับตลอดทาง” ผมเอ่ยทั้งยังงงอยู่

“แกไม่รู้หรอว่าพอนั่งรถมาถึงสะพานข้ามแม่น้ำบางปะกงให้อธิษฐาน ถ้าสามารถนั่งกลั้นหายใจได้ตลอดที่รถข้ามสะพาน แล้วสิ่งที่เราขอจะสมหวัง อาจารย์จ๋อมพูดออกไมค์กับทุกคนบนรถเลยนะ สงสัยจะหลับยาวจริงๆ” เธอพูดพลางหัวเราะเบาๆ

จากนั้นผมก็คุยหลายต่อหลายเรื่องกับเธอ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้รู้จักกับ 'ตี้' ใครหรอ? ก็ชื่อผู้หญิงคนนั้นแหละครับ


ตอนแรกผมคิดว่ากิจกรรมแรกในค่ายจะมีสาระมาก แต่จริงๆ สถานที่แรกคือศาลนาจา ผมประหลาดใจมาก

“อ่านกำหนดการบ้างสิ” ยะบอกผม

จากนั้นก็ไปชมป่าชายเลน และสถาบันวิทยาศาสตร์ทางทะเลซึ่งผมไม่ได้ไปนานมากแล้ว รู้สึกว่าโซนสัตว์ทะเลน้ำเค็มยังไม่เปลี่ยนแปลงจากที่เคยไป แต่ผมก็ว่ามันดีกว่าอควอเรียม 'ใกล้บ้าน' ซะอีก แล้วอาจารย์ก็ปล่อยให้นักเรียนไปเล่นทะเลที่หาดบางแสน

ตอนนั้นเพื่อนๆ ไปเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน ส่วนผมเองก็ได้รู้จักเพื่อนใหม่ เพื่อนคนนี้มีประสบการณ์มาก ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ เขาเองก็อยากจะระบายความรู้สึกให้กับคนที่เปิดใจรับฟัง

ผมรู้จักเพื่อนใหม่ขณะที่ฝ่าเท้าสัมผัสทะเลและเศษขยะ...


ตกดึกมีการรักษาตัวอย่างกั้ง(Mantis shrimp) ซึ่งผมทำได้ค่อนข้างแย่เพราะควักเนื้ออกไม่หมด แม้จะฉีดฟอร์มาลีนเข้าไปหลายเข็มแล้ว หลังกลับจากค่ายกลิ่นก็ยังไม่หายเหม็น

วันถัดไปอาจารย์แบ่งนักเรียนออกเป็นสองกลุ่ม... กลุ่มหนึ่งไปศึกษาระบบนิเวศทางทะเลที่ค่ายสัตหีบ กลุ่มหนึ่งไปทัศนศึกษา แล้วอีกวันก็สลับกัน

สถานที่ผมไปทัศนศึกษาในวันแรกคือ สวนเสือศรีราชา ศูนย์อนุรักษ์พันธุ์เต่าทะเล และเรือหลวงจักรีนฤเบศร

อีกวันหนึ่ง... เป็นการศึกษาระบบนิเวศทางทะเลและป่าชายเลน โดยการศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนนั้นวิทยากรให้นักเรียนทุกคนถอดรองเท้าแล้วก็เดินป่าชายเลน.. หนึ่งในประสบการณ์ที่สุดยอดในชีวิต

ทุกคนได้แผลที่เท้ากลับไปฝากพ่อฝากแม่

ส่วนกิจกรรมศึกษาระบบนิเวศทางทะเล ทหารให้ทุกคนดำน้ำจริง เสียดายที่ผมปอดแหก อดเลย..

คืนสุดท้ายมีกิจกรรมรอบกองไฟ การแสดงสนุกมาก แล้วก็ได้อาหารว่างมื้อดึกเป็นอาหารทะเลมื้อเดียวในค่ายทะเล.. ข้าวต้มถ้วยหนึ่ง.. ใส่กุ้งกับปลาหมึกเล็กน้อย

สรุปแล้ว.. ค่ายทะเลมีอะไรที่สนุกสนานและความประทับใจมากมาย ขึ้นอยู่กับว่าแต่ละคนจะเก็บมันได้หรือไม่ และที่สำคัญผมได้เพื่อนเพิ่มขึ้นเยอะมาก...

ตอนนั่งรถกลับบ้าน ผมตั้งใจว่าจะไม่นั่งหลับคารถอีก... 

พอรถข้ามแม่น้ำบางปะกง ผมคิดคำอธิษฐานแล้ว และก็เริ่มกลั้น...


ผมรู้สึกตัวอีกทีตอนรถจอดที่โรงเรียนแล้ว

ผมไม่รู้ว่าคำอธิษฐานของผมจะสมหวังหรือไม่?

ผมไม่รู้

และไม่อยากรู้

'แต่ต้องทำ'
SHARE
Written in this book
ความหวังดั่งหิ่งห้อย
รวมงานเขียน พ.ศ. 2560
Writer
Moreyearold
Normal person
แก่ขวบ...คนธรรมดาที่ชอบเสพความคิดผ่านตัวอักษร และขีดเขียนบ้าง นาน นาน ที

Comments