การหายไปกับฤดูฝนของหญิงสาว
ชอบเสียงฝนตก  พอๆกับการไม่ชอบความเปียกแฉะของน้ำที่เกิดจากฝน  สองสิ่งจะมาพร้อมกันเสมอ . . . อยู่ที่เราจะคำนึงถึงความชอบหรือความไม่ชอบมากกว่ากัน

          วันนี้ฝนตกแต่เช้า นาฬิกาปลุกเลยกลายเป็นเสียงเม็ดฝนพร่ำที่ฟังดูเหมือนเพลงคลาสสิกที่โน็ตไม่ตายตัว  ฉันลืมตาตื่น แล้วพาตัวเองไปเก็บผ้าที่ตากตรงระเบียงด้วยอาการง่วงหลังจากลุกจากที่นอน เวลาฝนตก ฝนมักมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของคนเราเสมอ แต่ก็อยู่ที่ความรู้สึกของคนๆนั้นจะสัมผัสได้แบบไหน

          พลางคิดในใจว่าฝนวันนี้อาจเป็นฤกษ์ดีที่ต้นฉบับนิยายของฉันจะผ่าน บก.สำนักพิมพ์สักแห่งหนึ่ง ฉันรีบเปิดดูกล่องข้อความเข้าในเมล

          "ไว้ทางเราจะติดต่อกลับน่ะครับ" 
          "นิยายของคุณไม่ใช่ทางของตลาด"
          "ลองพิมพ์หนังสือขายเองไหมครับ" 

          คำปฎิเสธจากสามสำนักพิมพ์ในวันนี้ของฉัน เรียบง่ายและสั้นๆเหมือนเดิม แต่ฉันนิ่งเฉยเหมือนมันเป็นภาพซ้ำปกติ ขนาดนักเขียนระดับโลกอย่าง เจเค สตีนเฟนรวมถึงมูรากามิก็คงเคยได้รับการปฎิเสธเหมือนกันในวันนี้ แต่วรรณกรรม กวีหรือบทเพลงที่ตกผลึกแล้วก็จะเป็นอมตะเหนือกาลเวลา

          นักเขียนหลายคนคงเหมือนวิ่งมาราธอนตามความฝันที่ไม่มีเส้นชัย แต่คนมากมายก็พร้อมที่จะวิ่งต่อไปเรื่อยๆ เพราะรู้สึกดีเสมอที่ได้วิ่งในทางของตัวเอง  ขนาดปลาแซลมอนยังว่ายทวนน้ำข้ามมหาสมุทรตามสัญชาตญาณว่าจะเจอสิ่งพิเศษหรืออย่างกับแพะภูเขาที่กล้าเสี่ยงไต่ผาสูงแม้จะต้องแลกด้วยชีวิตของตัวมันเอง 
          

          งานเจ้าหน้าที่ในหอสมุดของฉันก็เป็นงานที่เรียบง่ายและตื่นเต้นเสมอเมื่อเจอหนุ่มสาวมาจูบล้วงกันในมุมชั้นหนังสือ แต่วันนี้หอสมุดกลับเงียบสนิทไร้เงาคนที่เคลื่อนย้ายร่างเมื่อกระทบแสง ฉันยังคงเช็กหนังสือเข้าออกเก่าใหม่ต่อไปตามปกติ


          "มีนิยายเรื่อง อาเทอร์กับตำนานจอมกษัตริย์เปล่าครับ" เสียงผู้ชายคนหนึ่งถามฉัน

          "ลองพิมพ์ชื่อหนังสือในคอมดูค่ะ"  ฉันก้มหน้าตอบไปสั้นๆ 

          "ขอบคุณครับ"


          นิยายของฉันเป็นแนวจิตวิทยาอารมณ์แล้วก็ซ่อนปริศนาแบบนิยายสอบสวนไว้นิดหน่อย อาจไม่ซับซ้อนถึงขนาด อกาทาคิตตี้ หรือจบหักหลังเหมือนสรจักร์ แต่ก็อาจพาคนอ่านให้เกิดจิตนาการตามหรือไม่ก็เลิกอ่านก่อนที่จะถึงครึ่งเล่มของนิยาย


          "ไม่มี เวลาในขวดแก้วของอาจารย์ปภัสสรหรือครับ ผมค้นหาแล้วไม่เจอ"  เสียงคุ้นเคยจากชายคนเดิมที่จะแวะเวียนมาทุกสัปดาห์ 

          ฉันเงยหน้าขึ้นมองพร้อมกับขยับแว่นสายตา เขายิ้มที่มุมปากแบบอารมณ์ดีในวันที่ฝนตกและผู้คนเร่งรีบกางร่มในกระเป๋า หน้าตาเขาดูอบอุ่นเวลายิ้มแบบนี้ ฉันคิดในใจเมื่อตั้งใจมองใบหน้าของเขาไกล้ๆ 

          "ถ้าในระบบค้นหาไม่มี ก็แสดงว่าไม่มีค่ะ" 

          "มีหนังสืออะไรพอแนะนำให้ผมอ่านบ้างครับ พวกนิยาย" เขายิ้มนิดๆเหมือนเดิม 

          รายชื่อหนังสือหลายเรื่องที่ฉันแนะนำไป พลางคิดในใจว่าผู้ชายคนนี้มีทีท่ามาจีบฉันแน่ๆ 
ผู้หญิงหนอนหนังสือวัยเกือบสามสิบที่ผ่านการกลั่นกรองข้ามเวลาอย่างฉันก็พอจะเดาออกได้ไม่ยาก และท้ายที่สุดเขาก็ขอช่องทางติดต่อของฉันด้วยท่าทีอยากรู้จักและสุภาพเรียบร้อย 


          
          เสียงฝนและฟ้าร้อง ดังผ่านลอดเข้ามาในห้องเวลายามสาย วันนี้เป็นวันหยุดของฉัน และเป็นวันที่ฝนตกอีกเช่นเคย  ฉันถือถ้วยกาแฟดำร้อนที่พึ่งรินจากกาต้มไปวางหน้าโน็ตบุ๊ค เช็กอีเมลของเขาคนนั้นที่ปรากฎข้อความชวนคุยเรื่องหนังสือและไปจบที่ชวนออกเดท หลังจากคุยส่งผ่านทางข้อความมาเกือบเดือน ฉันตอบตกลงโดยไม่คิดอะไรมาก


          
          นิยายเรื่องใหม่ของฉันมีพล๊อตเรื่องที่ว่าพระเอกย้อนเวลากลับไปแก้ความผิดพลาดของตัวเองในอดีตแล้วก็ได้พบกับนางเอกและหลงรัก แล้วพระเอกก็ย้อนเวลาไปเพื่อหานางเอกอยู่เรื่อยๆ จนวันหนึ่งก็พบว่านางเอกหายไปโดยไม่มีสาเหตุ ร่องรอยหรือกระทั่งประวัติในเวลานั้น พระเอกออกย้อนเวลาตามหาเท่าไหร่ก็ไม่พบนางเอกที่เขารัก เหลือทิ้งไว้แค่โปสการ์ดรูปทะเลกับข้อความไว้ดูต่างคิดถึง


          
          ร้านอาหารกึ่งบาร์เป็นที่นัดหมายของฉันและเขา ทั้งร้านเต็มไปด้วยผู้คนที่มุงกันอยู่หน้าจอถ่ายทอดบอลโลกนัดชิง แต่เราสองคนนั่งอยู่หน้าบาร์เทนเดอร์โดยไม่สนใจผลการแข่งเหมือนเคยรับรู้มาก่อนแล้ว เราพูดคุยกันไปหลายเรื่อง ชายคนนี้มีความเหมือนฉันแบบน่าแปลกใจ อารมณ์สงบนิ่งให้รู้สึกอบอุ่นเมื่ออยู่ไกล้ๆ ฉันเริ่มรู้สึกเหมือนตกหลุมรักเขามานานแล้ว ทั้งที่ผ่านมาแค่เดือนเดียว เพลงรักที่เปิดกับเครื่องเสียงของร้านจบลงไปอีกเพลงบวกกับอาการมึนเมาจากเครื่องดื่มสองแก้ว พาจบลงที่เรามีอะไรกัน ณ โรงแรม ในคืนที่ฝนตกอีกเช่นเคย 
    
          เริ่มต้นความสัมพันธ์แบบคบหา แต่เราสองคนเจอกันไม่บ่อย ฉันไม่ถามเรื่องส่วนตัวของเขา พอๆกับที่ฉันไม่อยากเล่าเรื่องส่วนตัวของฉันแก่เขาเหมือนกัน ฉันมีความสุขกับงานเจ้าหน้าที่หอสมุดและเขียนนิยายเรื่องใหม่ๆต่อไป แต่ฤดูฝนกำลังจะจบลงแล้ว และเวลาก็ต้องเปลี่ยนแปลงตามแรงหมุนของโลกต่อไป ซึ่งฉันอาจถูกแรงหมุนนั้นให้หายไป 


          " ซซซซซู _ _ _ ซ ซ ซ ซ ซ่ - - คืม! " 

          เสียงฝนตกดังมาจากลำโพงที่เปิดไว้ ก่อนที่ฉันจะเข้านอนเมื่อคืน ยังดังจนถึงเมื่อฉันกดปิดในตอนเช้านี้ แล้วเปิดดูอีเมลตามเดิมในตอนเช้า

          "ทางสำนักพิมพ์ของเราสนใจจะทำสัญญาเช่าซื้อนิยาย"เจ้าดำกับเจ้าแดง"ของคุณในการจัดพิมพ์เป็นรูปเล่ม โปรดติดต่อกลับด้วยค่ะ"

          นิยาย"เจ้าดำกับเจ้าแดง" เป็นเรื่องของหมาไทยสองตัวที่พลัดหลงกับเจ้านายของพวกมันในเหตุการณ์สึนามิ เจ้าดำกับเจ้าแดงเลยต้องหาทางกลับบ้านในระยะทางไกล เรื่องราวระหว่างทางกลับบ้านของเจ้าดำเจ้าแดงก็จะพาให้พบทั้งความสุข ความทุกข์ และดีใจเมื่อกลับถึงบ้าน แต่ก็มาพร้อมกับเรื่องเสียใจตามหลังที่รู้ว่าเจ้านายของเจ้าดำเจ้าแดงได้จากโลกนี้ไปแล้ว 


          
          นิยายของฉันก็คงจะจบลงได้แล้ว  เสียงเครื่องไทร์ แมชชีน ดังขึ้นพร้อมกับเตือนว่าสิ้นสุดฤดูฝนของฉันแล้ว ฉันคงต้องกลับไปยังอนาคตอันห่างไกลกว่าอนาคตที่เขาคนนั้นจากมา และเขาจะตามหาฉันไม่พบตลอดกาล มันเป็นสิ่งที่ฉันต้องยอมรับซ้ำๆในความผิดพลาดของอดีตและก็ขอบคุณเช่นกัน ฉันฝากลูกหมาสองตัวให้เขารับไปเลี้ยงแทนความรักของเขาที่มีต่อฉัน โดยฉันตั้งชื่อให้พวกมันว่า "เจ้าดำกับเจ้าแดง" 

ความผิดพลาดในอดีตที่ไม่ชอบ อาจกลายเป็นความชอบในอนาคต . . . อยู่ที่เราจะคำนึงถึงความชอบหรือความไม่ชอบมากกว่ากัน
          








          

          













SHARE

Comments

Kindness
2 years ago
เขียนดี^^
Reply
tot_thiti
2 years ago
ขอบคุณ ^_^