จดหมาย
     สวัสดีค่ะ ฉันชื่อ คนดี ฉันอยากจะบอกเล่าเรื่องราวของคำว่า เวรกรรม ให้ท่านผู้อ่านได้รู้ ผ่านจดหมายที่เพื่อนของฉันส่งมา แต่จะขอตัดตอนเฉพาะส่วนที่เกี่ยวกับเรื่องราวสำคัญเท่านั้นนะคะ

จดหมายฉบับที่ 13
      แถวบ้านของเราเชื่อกันว่า หากเราเริ่มรู้สึกว่าไม่ได้อยู่คนเดียวในเวลาที่อยู่คนเดียว รู้สึกว่าหนาวในเวลาที่ควรจะร้อน รู้สึกว่าสิ่งของมันไม่ได้อยู่ที่ที่มันเคยอยู่ และเสียง… เสียงกุกๆกักๆ หรือไม้ลั่นเอี๊ยดอาดในตอนกลางคืน สิ่งเหล่านี้ล้วนบ่งบอกว่า…

เรามีวิญญาณติดตามตัวอยู่

เธอเชื่อไหมละ? ฉันคิดว่าฉันถูกติดตามอยู่

        ตอนที่ฉันเขียนจดหมายถึงเธออาทิตย์ก่อน ฉันกำลังเขียนที่อยู่จังหวัดของเธออยู่เลย …แม่ฮ่องสอน… ฉันตวัดปากกา แต่พอจะขยับมาเขียนรหัสไปรษณีย์ ฉันก็ได้ยินเสียงแปลกๆ
มันดัง ครืด คราด อยู่ข้างๆโต๊ะเขียนหนังสือของฉัน ตรงจุดที่เป็นเงามืดที่แสงไฟจากโต๊ะอ่านหนังสือส่องไปไม่ถึง ข้างๆเก้าอี้ที่ฉันนั่งนี่เอง ตอนแรกฉันคิดว่าเป็นหนู แต่ไม่หรอก ไม่มีหนูที่ไหนทำเสียงได้แบบนั้น แล้วฉันก็เริ่มหนาว หนาวเหมือนหนาวที่ตัวฉันเอง ไม่ใช่เพราะอากาศ พัดลมรุ่นเก่ายังหมุนไปตามหน้าที่ของมัน แต่ฉันกลับรู้สึกว่าตัวสั่น อยู่ดีๆก็รู้สึกถึงความเย็น… เริ่มที่ต้นคอ ไล่ลงไปตามแนวกระดูกสันหลังของฉัน ผ่านด้านบนแผ่นหลัง เลื่อนมาตรงกลาง ฉันแทบได้ยินหัวใจตัวเองเต้นดังมาก ราวกับมีมือ มือที่เย็นเหลือเกิน ลูบหลังฉันเบาๆ ขนฉันลุกซู่ เย็นบนหัวจนรู้สึกว่าผมฉันตั้งทั้งหัวเลย …ฉันกลัวมาก แต่ฉันก็ข่มมันไว้แล้วเขียนเล่าเรื่องราวที่โรงเรียนให้เธอฟังต่อไป

       ฉันคิดถึงเธอนะ ฉันเกลียดบ้านที่ฉันต้องอยู่คนเดียว
       ฉันอยากให้เธอกลับมาอยู่ที่นี่ คิดถึงแม่เธอที่ทำอาหารเย็นให้กินบ่อยๆ คิดถึงพ่อเธอที่มักจะพาเราไปเที่ยวเกาะต่างๆ ขอบคุณที่เขาเป็นหัวหน้าใหญ่ของอุทยานแห่งชาติ นั่นทำให้เราได้มีมุมที่สวยและสะอาดที่สุดเวลาไปเที่ยวเกาะต่างๆ
        และที่มากที่สุด… ฉันคิดถึงเธอ จริงๆนะ เธอไม่น่าย้ายไปเลย ตอนนั้นฉันแทบใจสลาย ก็เธอเป็นเพื่อนคนเดียวของฉันนี่นะ พวกเพื่อนๆไม่มีใครพูดกับฉันเลย เดินผ่านและทำเหมือนฉันไม่มีตัวตน ตั้งแต่เรื่องวันนั้น เรื่องที่เกิดเมื่อสองปีที่แล้ว ซึ่งเธอก็รู้… เธอก็เข้าใจไม่ใช่หรือว่ามันไม่ใช่ความผิดของฉันเลย
       แต่ฉันว่า ‘เขา’ ไม่เข้าใจ …ที่ฉันพูดตอนต้น ที่ฉันบอกว่ารู้สึกว่าถูกวิญญาณตามอยู่ ฉันคิดว่าเป็น เขา
       เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลายๆอย่างทำให้ฉันคิดว่าเป็นเขา ก็มีเขากับเธอที่รู้ว่าอาหารโปรดของฉันคือข้าวมันไก่ร้านป้าปากซอย มีครั้งนึง… จู่ๆถุงข้าวมันไก่ก็มาห้อยอยู่หน้าบ้านฉัน ฉันรีบวิ่งไปที่ร้าน พยายามถามเจ้าของร้านว่าเขามาหรือ เจ้าของร้านบ่ายเบี่ยง เธอไม่ตอบฉัน แล้วเธอก็วิ่งหนีไปเลย โชคร้ายที่ตอนนั้นร้านใกล้ปิดแล้ว มันค่อนข้างดึก คนก็ไม่ค่อยมี ฉันดูออกเลยว่าเธอกลัวมาก เธอไม่กล้าพูดถึงเขาด้วยซ้ำ
        แล้วซักพักเธอก็วิ่งมาปิดร้าน เธอสั่นหัวอย่างเดียวแล้วก็ร้องไห้ ฉันกลัวจนแทบจะร้องไห้ไปกับเธอด้วย…
       ตอบมาเร็วๆนะคนดี ฉันเหงาแล้วก็กังวลเหลือเกิน ฉันต้องการเธอ!
                                                                                                           รักและคิดถึง
                                                                                                                 ฉันเอง

จดหมายฉบับที่ 20
      คนดี… วันนี้อาจารย์จอมโหดที่ฉันเลยเคยเล่าให้เธอฟังเกิดใจดีพาพวกเราไปเที่ยวขึ้นมาแน่ะ ไม่เชิงว่าใจดีหรอก เขาเป็นคนคุมห้องของฉันไปทัศนศึกษาน่ะ มันก็เกือบจะสนุกอยู่หรอกนะ ถ้าหากว่าไม่ได้ไปที่อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสิมิลัน มันเกือบจะดีถ้าฉันได้เจอพ่อเธอที่นั่น แต่แน่ละ มันก็แค่ ‘เกือบ’ จริงมั้ย ในเมื่อพ่อเธอย้ายไปที่อื่นแล้ว

      มันเป็นวันที่โชคร้ายของฉัน จริงๆนะคนดี ต้อกแต้ก… คนที่ใกล้เคียงกับคำว่าเพื่อนของฉันน่ะ เธอซนเป็นบ้าเลย เห็นฉันยอมวิ่งตาม เธอก็วิ่งไปไกลจากคนอื่นๆ ฉันต้องรีบตามเธอไป เป็นห่วงแทบแย่ ฉันวิ่งตามเธอจนเหนื่อย ไกลจนไม่ได้ยินเสียงพูดคุยของคนอื่นๆ เธอรู้มั้ย มันเป็นความบังเอิญที่น่ากลัวมาก ต้อกแต้กวิ่งมาถึงโขดหินแหลม… โขดหินนั้นเอง ที่เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นน่ะ
ฉันกลัวเหลือเกินคนดี รู้สึกเหมือนว่าหัวใจฉันเต้นแรง มันเต้นแรงจนเหมือนจะระเบิดออกมา ภาพเหตุการณ์วันนั้น เหมือนมันเกิดขึ้นซ้ำอีกครั้ง! ฉันเห็นภาพเราสามคน ฉัน เธอ แล้วก็เมษา วิ่งเล่นด้วยกัน ฉันเห็นภาพเธอลื่นตกลงไป คุณพระช่วย! ภาพนั้นสมจริงจนฉันถึงกับร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ ฉันสะดุ้งสุดตัว ฉันคว้ามือเธอไว้ แล้วฉันก็ลื่นตกลงไปเหมือนกัน ฉันว่ายน้ำไม่เป็น เรากรีดร้องเสียงดัง ร้องไห้ เมษายืนอยู่บนนั้น กระวนกระวาย สุดท้ายเขาก็ตัดสินใจกระโดดลงมาช่วยเรา แล้ว…

       แล้วจู่ๆฉันก็วูบ เหมือนเป็นลมไป ต้อกแต้กตกใจมาก ฉันได้ยินเสียงเธอร้องดังลั่น แล้วเธอก็วิ่งไป ฉันเชื่อว่าคงไปตามใครซักคนมา แต่โชคดีที่ฉันเป็นลมแปปเดียว พอฉันตื่นขึ้นมา …ฉันก็พบว่าฉันอยู่คนเดียว

       จู่ๆ ท้องทะเลสีฟ้าสดใสก็ดูจะกลายเป็นสีดำ คนดี เธออาจจะคิดว่าฉันเพ้อเจ้อ แต่มันเกิดขึ้นจริงๆ ฉันได้ยินเสียงลมครางหวีดหวิว แดดจ้าๆหายไป แล้วฉันก็ได้กลิ่น กลิ่นแปลกๆที่ไม่คุ้นจมูก คล้ายกลิ่นธูปก็ไม่เชิง ฉันรีบวิ่งจะกลับไปทางเดิม แต่พอฉันละสายตาจากโขดหินที่เราตกลงไป ฉันก็เหลือบเห็นเงารางๆสีดำ วิ่งผ่านฉันไปด้านหลัง สัมผัสวูบเดียวที่รู้สึกขึ้นมาบอกฉันว่านั่นคือเมษา

        ฉันไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไรถึงมาปรากฏตัวให้ฉันเห็น แต่ฉันว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดีสำหรับฉันแน่ๆ

        หลังจากนั้นฉันก็วิ่งสุดฝีเท้ากลับไปหาคนอื่นๆ ไม่มีใครรู้เรื่องอะไร บางทีต้อกแต้กอาจจะไม่ได้เล่าอะไรก็ได้ แต่ฉันก็สัมผัสได้ว่าทุกคนมองฉันแบบแปลกๆ …ก็ จะว่าแปลกก็ไม่เชิง ปกติก็แปลกอยู่แล้ว แต่วันนี้มันแปลกกว่าปกติที่แปลกน่ะ

พอตอนเย็นฉันกลับบ้านมาก็พบความว่างเปล่าอย่างเคย
ฉันทิ้งกระเป๋านักเรียน วิ่งขึ้นมาบนห้อง เปิดทีวีให้มันมีเสียง
แล้วก็นั่งลงเขียนจดหมายถึงเธอนี่แหละ
บางทีเธออาจจะคิดออกว่ามีเหตุผลอะไรที่เค้าตามหาฉัน ช่วยฉันคิดด้วยนะคนดี !

                                                                                                    รักและคิดถึงมาก
                                                                                                                  จริงใจ

SHARE
Written in this book
LETTER
Writer
PANDAREE
writer
I do believe in fairytale : )

Comments