The relativity of Growing
"ฉันจะไม่โตขึ้นไปเป็นผู้ใหญ่แบบนั้น.."
เด็กหนุ่มครุ่นคิด ในใจจับความรู้สึกต่อต้านเบาๆ

"คือผู้ใหญ่เป็นอะไรกัน หน้าเคร่งเครียด วิตก วันๆคุยแต่เรื่องงาน นี่พวกเค้าเคยเป็นเด็กบ้างหรือเปล่าเนี่ย.." 
คิดพลางขมวดคิ้วย่นไปทางพ่อ สงสัยในใจว่าพ่อแม่เขาต้องเกิดมาแล้วโตเลยแน่ๆ

ไม่เคยเป็นเด็กชัวร์ ดูนี่สิ สนุกจะตาย..

ว่าแล้วก็เล่นหุ่นจำลองอย่างสนุกสนาน รู้ตัวอีกทีก็เย็น กับข้าววางบนโต๊ะ ยังไม่อยากกิน
'ก็ยังอยากเล่นอยู่เลยนี่นา.. ทำไมเวลาผ่านไปเร็วจัง..'

..

"เด็กพวกนี้.. วันๆไม่คิดจะทำอะไรเลยหรือไง.." ชายวัยกลางคนครุ่นคิดพลางทานอาหารเย็น
ปากไม่รับรู้รสชาติ เคี้ยวอย่างรวดเร็วเพื่อให้พิธีเชิญสารอาหารเข้าสู่ร่างกายเสร็จอย่างเร็วที่สุด

"มากินข้าวได้แล้วลูก บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าให้โมโห ทำเป็นเรื่องยาก.. แค่กินให้เสร็จๆไป!"
ระหว่างพูดเริ่มลืมตัว ขึ้นเสียงเล็กน้อยตอนจบประโยค

เด็กหนุ่มหยุดเล่น เดินมากินข้าวอย่างถูกบังคับ นั่งอิดออดด้วยความที่หาเหตุผลไม่เจอว่า
'ทำไมต้องกินเมื่อไม่อยากกิน' แต่ก็เบื่อที่จะเถียงกลับ เพราะพ่อมักพูดกรอกใส่หูเสมอๆว่า
"มันจำเป็นต้องทำ"

..

'เห้อ.... เมื่อไหร่มันจะโตกันนะ รู้ไหมว่ามันเหนื่อยขนาดไหน กับการต้องเจอโลกภายนอก ไหนจะเรื่องงาน เรื่องเงิน เรื่อง... .... ....' ความคิดดังในหัวอีกระยะใหญ่ พอรู้ตัวอีกที ลูกก็กลับไปเล่นหุ่นจำลองอีกแล้ว จานข้าวลูกหมดไปอย่างรวดเร็ว เก็บจาน ล้างจาน ทำความสะอาด มุ่งตรงไปพักผ่อน

นอน พรุ่งนี้ยังต้องเหนื่อยอีกเยอะ

..

เด็กน้อยคนเดิมยังคงเล่นหุ่นจำลองไปอย่างนั้น
พลางวาดฝันต่างๆนาๆ ว่าอยากจะเป็นนักสร้างหุ่นยนต์ อยากเป็นผู้กำกับหนัง
จินตนาการช่างโลดแล่น ทำได้ไม่ได้ไม่สนใจ เห็นภาพแล้วก้าวไปก็น่าจะมีทาง

..

คุณพ่อพยายามข่มตานอนเพราะจำเป็นต้องนอน
แต่ก็นอนไม่หลับเพราะเรื่องการงานและสิ่งต่างๆมารุมเร้า
คิดวกไปวนมากับปัญหาที่แก้ไม่จบ อยู่ดีๆก็ผลอยหลับไปพบกับความฝันอันประหลาด

..

ความฝันเลือนลางของเด็กชายผู้ไม่อยากโต กับ ชายกลางคนที่ถูกผูกมัดด้วยความจำเป็น
พ่อลูกมองหน้ากันอยู่คนละเขตแดนชีวิต 
พ่อที่เข้าใจความเป็นมาของเด็กน้อย และเด็กน้อยผู้ซึ่งเข้าใจสิ่งที่เขากำลังจะกลายเป็น

คนทุกคนเคยเป็นเด็ก แต่ก็ต้องโตเป็นผู้ใหญ่

ดวงตาของทั้งสองยังคงจ้องกัน ขณะที่กำลังถูกเคลื่อนให้เหินห่างกันมากขึ้น
ทำไมความที่เราเคยเป็นเด็ก ไม่ทำให้เราเข้าใจลูกมากขึ้นได้เลย
ทั้งๆที่เคยผ่านมาก่อน แต่ทำไมถึงกลายมาเป็นผู้ใหญ่ที่น่าเบื่อและผ่านร้อนหนาวมาได้ขนาดนี้

"เย็นชาจัง" เสียงลูกน้อยกรีดร้องกังวาลในความฝัน
ลูกน้อยที่บัดนี้ถูกเคลื่อนไปไกลสุดลูกหูลูกตาในจักรวาลดำมึด กว้างใหญ่ไฟศาล
สิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่ในความฝัน คือความรู้สึกขยักแขยงและต้องการสลัดสิ่งที่เรียกว่า
'ความจำเป็น' ทิ้งไปเสียหมดสิ้น

..สะดุง..

เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น
แต่ลูกน้อยที่นอนข้างๆยังไม่ตื่น

เป็นเช้าวันจันทร์ที่สดใส ผู้ใหญ่ร่างโตแบกหัวใจเด็กรักสนุกออกมาจากเตียง
ดวงใจสัมผัสได้ถึงความว่างโล่ง บางอย่างในความฝันบอกให้ตัดอะไรบางอย่างออกไปจากสันดาน
ความอิ่มเอิบและพอใจในสิ่งที่มีแผ่ซ่ายทุกอนูร่างกาย

ระหว่างลุกขึ้น.. ตาเหลือบไปเห็นลูกน้อยที่กำลังนอนยิ้มหวานกับความฝันข้างๆ
พ่อเคลื่อนมือไปลูบหัวเด็กน้อยเบาๆ
ไม่แน่ใจว่ากระซิบบอกกับตัวเองหรือลูกน้อยให้ฟังกันแน่

"บางที ไม่ต้องรีบโตก็ได้.. เจ้าหนุ่มน้อย"

Photo Credit : http://www.miscw.com/wp-content/uploads/2016/06/father.jpg
SHARE
Writer
Moommong
writer photographer
ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์ระบายปัญหาแห่งแรกของไทย : www.moom-mong.com มีปัญหาชีวิตอยากระบาย มาระบายได้เลยครับ ชีวิตมีเรื่องราวมากมาย หมื่นแสนปัญหา ร้อยพันความสมหวัง มากเกินกว่าจะยึดติดอยู่ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งได้ 'มุมมอง' เกิดขึ้นมาเพื่อเตือนสติผู้อ่าน ให้อย่ามองอะไรเพียงมุมเดียว.. ทุกเรื่องราว มีมิติ มีความลึก มีมุมมีองศา สามารถมองเรื่องดีเป็นร้าย ร้ายเป็นดีได้เสมอ.. อยู่ที่ทัศนคติของคน ว่าจะมีปัญญาพลิกแพลงได้มากน้อยเท่าไร.. หากชอบรบกวนกดติดตามเพจเฟสบุ๊ก: มุมมอง ด้วยนะครับ

Comments