A Good in Goodbye.
คุณเชื่อรึป่าวว่าทุกอย่างมีสองด้านเสมอ แม้จะเป็นเรื่องดีสุดๆเมื่อพิจารณาดีๆก็อาจมีอีกด้านที่ไม่สวยงามซ่อนอยู่ ส่วนเรื่องเลวรายก็เช่นกัน ถ้าเรารวบรวมสติปัญญาที่มีแก้ปัญหา ท้ายที่สุดก็สามารถเปลี่ยนเป็นบทเรียนที่มีค่าได้

เมื่อฉันอายุได้ 25 ปี ก็มีเหตุการณ์ที่ตอกย้ำความเชื่อนี้อีกครั้ง ฉันได้ทุนเรียนไปเรียนภาษาที่ประเทศจีน 1 ปี ตอนนั้นฉันได้พบกับผู้ชายรุ่นน้องชาวเกาหลีคนนึง เขาอายุน้อยกว่าฉันประมาณ 3-4 ปี แต่ด้วยหุ่น นิสัยและบุคลิกหลายๆอย่างทำให้เค้าดูเป็นผู้ใหญ่กว่าอายุจริงมาก

เขาเป็นผู้ชายขี้อาย เงียบๆ จะคุยเยอะเฉพาะกับคนที่สนิท อาจจะมีเก็กบ้าง ทำตัวไม่ถูกบ้างเวลาสาวๆเข้าหาเพราะเขาเป็นนักฟุตบอลทีมมหาลัย แต่เขาก็เป็นคนที่มีน้ำใจและสุภาพบุรุษสุดๆ

แรกๆฉันก็กรี๊ดตามประสาติ่งเกาหลีเหมือนที่เคยกรี๊ดผู้ชายคนอื่น เมื่อก่อนเวลาแอบชอบใครก็ชอบซื้อขนม ซื้อของแล้วฝากเพื่อนไปให้ แต่ก็ไม่เคยให้หนุ่มๆเหล่านั้นรู้เลย เพราะแค่ได้แอบชอบ ได้ซื้อของ ได้เห็นเขากินและฝากขอบคุณกลับมา ฉันก็พอใจแล้ว ฉันไม่ค่อยยุ่งเรื่องรักในวัยเรียนเท่าไหร่(น่าจะยุ่งหน่อยเน้อ 55+) 

แต่สำหรับหนุ่มเกาหลีคนนี้มันไม่เหมือนที่ผ่านมาเรามีเพื่อนกลุ่มเดียวกัน เพราะเขาเป็นเกาหลีที่ไม่ชอบอยู่กับเกาหลีด้วยกัน แต่กลับชอบอยู่กับเด็กไทยมาก และทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้นจากความเป็นเพื่อนในกลุ่มนี่เอง

ฉันเองก็แสดงออกว่ากรี๊ดเขาอย่างเปิดเผยเพราะคิดว่าจะแซวหรือหยอดมุกเสี่ยวๆฮาๆอาไรไปนางก็ไม่รู้เรื่องอยู่แล้ว ก็เลยไม่เคยหมกเม็ดอาไรเลย แต่ด้วยความไกล้ชิด ได้ไปไหนมาไหนด้วยกัน ได้ช่วยเหลือแก้ปัญหาอาไรมาด้วยกัน ก็เริ่มได้เห็นนิสัยที่โคดจะดีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ 

ยกตัวอย่างคร่าวๆ ทุกปาร์ตี้หรืองานต่างๆที่จัด เขาจะอยู่จนเป็นคนสุดท้ายไม่ว่าจะอยู่บนหอหรือร้านต่างๆเพื่อช่วยเก็บของ เก็บเก้าอี้และทำความสะอาดเสมอ, เวลาอยู่ในดงเด็กไทย ไม่ว่าจะโดนพวกเพื่อนผู้ชายแกล้งโหดและซาดิสแค่ไหน เขาก็ไม่เคยโกรธหรือถือสาเพื่อนเลย(หรือฟังไม่รู้เรื่องว่าเพื่อนหลอกด่าก็ไม่รู้😂) แม้ว่าจะเหนื่อยแค่ไหน ถ้าเพื่อนต้องการความช่วยเหลือ เขาก็พร้อมลุกจากเตียงไปช่วยเพื่อนเสมอ ฯลฯ 

ขณะที่ฉันเขียนนี้ก็เป็นเวลาเกือบสองปีแล้วที่กลับไทยทำให้ไม่ได้ติดต่อกันเลย ถึงฉันจะจำเรื่องราวดีๆต่างๆได้ไม่ละเอียด แต่ฉันยังจำความรู้สึกดีๆและความประทับใจในตัวเพื่อนคนนี้ได้เสมอว่าเขาเป็นคนดีแค่ไหน 

และแล้ววันที่น่าตื่นเต้นสุดๆก็มาถึง อยู่ดีๆวันนึงหลังเลิกเรียนเขาเข้ามาขอวีแชทฉัน ฉันดีใจมากกกก!!! ถึงกับมึนว่าเกิดอาไรขึ้น เพราะปกติถึงจะอยู่กลุ่มเดียวกัน แต่เราแทบไม่คุยกันเพราะถึงฉันจะเสี่ยวแต่ก็ขี้อายสุดๆเหมือนกัน กลับถึงห้องวันนั้นฉันก็ทักไปก่อน ถามว่ามีธุระอาไรรึป่าว เขาก็บอกว่าป่าว แค่อยากแอดเป็นเพื่อนไว้เฉยๆ และหลังจากนั้นฉันก็ทักไปคุยกับเขาทุกวัน😊


เด๋วมาเขียนต่อนะคะ 
SHARE
Writer
yuzhenstory
DEEPER
Emotional advice for free✨. If ever there is no one to turn to, I'm here for you :')

Comments