บทที่ 2 เธอใช้ชีวิตที่ไม่เคยมีอยู่
คุณจะเข้าใจสิ่งที่ฉันเจอมาได้อย่างไร
แม้คุณจะถาม แม้คุณจะรับฟัง
คุณไม่ได้มองมันผ่านตาคุณเอง
คุณไม่ได้ยินด้วยหูของคุณจริงๆ
คุณไม่เคยสัมผัสมัน

คุณไม่ได้เดินบนเส้นทางของฉัน
คุณไม่เคยได้เห็นสิ่งที่ฉันเห็น  
ฉันจำเรื่องตอนเด็กไม่ได้มากนัก มันมักจะมีเพียงเหตุการณ์เล็กๆ ที่แสนเจ็บปวด
ไม่ได้ชวนให้นึกถึงจนทุกวันนี้

ไอเดนเป็นคนเก่งที่สุดในหมู่พี่น้อง เขาได้รับจดหมายเชิญเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังของโลก
เนื่องจากรางวัลที่เขาไปกวาดมาแล้วทั่วโลก จากความสามารถทางคณิตศาสตร์ของเขา
พี่ชายของฉันทุกคนนั้น การได้เกรด A ไม่ใช่เรื่องยาก
พวกเขาไม่ได้ใช้ความพยายามมากนัก เมื่อมองจากในมุมมองของฉัน

ฉันเริ่มรับรู้ว่าโลกนี้แบ่งแยกคนด้วยการเปรียบเทียบก็ตอนที่โรงเรียน
เปลี่ยนการแบ่งห้องระหว่างชั้นปีตามเกรดเฉลี่ย
ในตอนนั้นฉันก็เพิ่งรู้ว่า ฉันไม่ใช่เด็กที่เรียนแย่อะไร ในขณะเดียวกัน
หากฉันพยายามขึ้นมานิดหน่อย เกรด A ก็ได้มาอย่างไม่ยากเย็น
แต่เมื่อเทียบกันแล้ว ฉันยังห่างไกลจากไอเดนนัก

แล้วฉันก็เริ่มกลายเป็นเด็กเรียน ด้วยความคาดหวังตามสมการความสุขของคนทั้งโลก
ที่ว่าเราต้องเรียนให้เก่ง เข้ามหาวิทยาลัยดีๆ เรียนจบมาทำงานได้เงินเยอะๆ
แล้วเราก็จะมีความสุข
ในตอนนั้น ฉันก็แค่คิดว่าเด็กเรียนเก่ง ก็จะมีคนชมแค่นั้นแหละ
ฉันก็แค่อยากมีคนชม อยากมีคนรัก
ทำไมมันยากนักนะ

วันคืนผ่านไป
ไม่ว่าเกรด A กี่ตัว ก็ไม่สามารถเติมความปรารถนาในใจของฉันให้เต็มได้เลย
แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันค้นพบ คือ สายตาที่ฉันเคยมองไอเดน สายตาที่ชื่นชมแต่ขณะเดียวกันก็เย้ยหยันมองว่าสิ่งเหล่านั้น ฉันช่างโชคดีที่เกิดมามีมากกว่าคนอื่นเขา
สายตาที่ฉันเคยทิ่มแทงคนอื่น ตอนนี้มันหวนกลับมากระหน่ำแทงฉัน
และฉันก็ได้แต่ตะโกนอยู่ในใจว่า มันไม่ได้ง่ายแบบที่คุณเห็นนะ
ฉันใช้ความพยายามมากมาย เพื่อให้คุณเห็นฉันที่เป็นอย่างนี้

หลายปีต่อมา การเรียนดีไม่ได้ส่งผลให้มีความสุข
เกรด 10 ฉันที่เริ่มกลายเป็นสาว เริ่มรักสวยรักงาม 
ฉันช่างโชคร้ายที่เกิดมาในยุคที่นิยมชมชอบคนผ่ายผอมอ้อนแอ้นอรชร
ช่วงชีวิตแห่งความทุกข์ทรมานของฉัน ก็เริ่มมาตั้งแต่ตอนนั้น

ฉันไม่ใช่คนอ้วน ในชีวิตแทบไม่เคยเฉียดคำว่าอ้วนเลยด้วยซ้ำ
แต่คุณลองนึกถึงช่วงก่อนหน้าที่ยุคเราจะฮิตสาวออกกำลังกาย หุ่นมีกล้ามนิดๆ ละก็
คงไม่พ้นยุคที่โรคอะนอเร็กเซียเฟื่องฟูที่สุด
คุณคงมองว่าฉันบ้า ที่ฉันมองดูเธอพวกนั้นแล้วกลับคิดว่า ช่างเป็นโรคที่แสนโชคดีอะไรเช่นนั้น
แต่ฉันขอเตือน ให้จำสำนวนฝรั่งสำนวนหนึ่งไว้ให้ขึ้นใจ
Be Careful What You Wish For 
ด้วยนิสัยเพอร์เฟคชั่นนิสม์ ไม่กี่เดือนหลังจากฉันเริ่มลดน้ำหนัก
โรคที่ฉันโหยหาก็มาอยู่ในอ้อมอกฉันแบบไม่ทันตั้งตัว

มันไม่ได้สวยงามแบบที่ฉันเคยคิดฝัน
ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองผอมพอที่จะหยุดการควบคุมอาหาร
ฉันออกกำลังกายอย่างหนัก มีครั้งนึงที่ฉันออกกำลังกายติดต่อกันถึง 5 ชั่วโมง
เหงื่อท่วมตัว แต่ฉันกลับรู้สึกดี เพราะแคลอรี่ของวันนี้ต้องหมดไปแน่ๆ
แต่ขณะนั้นน้ำหนักฉันเพียง 85 ปอนด์เท่านั้น
ผู้คนรอบกายเริ่มทักทายห่วงใยฉันถึงรูปร่างที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
แต่นั่นกลับทำให้ฉันรำคาญใจ ฉันหวาดระแวงตลอดเวลา กลัวผู้คนทักเรื่องน้ำหนัก
ขณะเดียวกันก็หิวโหย แต่ก็ไม่ได้รับประทานสิ่งใด
และยังคงต้องออกกำลังกายอย่างหนักทุกวัน
ฉันมั่นใจว่าไม่กี่เดือนที่ฉันกำลังหมกมุ่นกับการลดน้ำหนัก 
สิงโตของฉันกลับตัวใหญ่ขึ้นรวดเร็วโดยที่ฉันไม่ทันสังเกต

กว่าจะรู้ตัว ฉันหันกลับไปพบว่าสิงโตตัวใหญ่ผู้หิวโหย 
กำลังหมายจะตะปบฉันด้วยกรงเล็บที่คมกริบนั่น

ฉันผู้อ่อนแอพ่ายแพ้และล้มลง
ขณะนั้นเอง ที่สมองของฉันทนรับความเครียดที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่ไหว
และพ่ายแพ้แก่สิงโตตัวนั้น

และหลังจากนั้น ฉันก็ไม่เคยกลับเป็นคนเดิมได้อีกเลย


SHARE
Written in this book
ฉันคือคนพิการ ที่ครบ 32
ประสบการณ์ผู้ป่วยโรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล โรคประสาททางจิต โรคอะนอเร็กเซีย โรคบูลิเมีย

Comments