แด่มนุษย์แปลกแยกทกคน เริ่มเสแสร้งซะตั้งแต่ตอนนี้! เสแสร้งให้มันเข้าเส้น!
"ไม่ล่ะ เราไม่อยากเสแสร้งเพื่อเข้ากับคนอื่น มันเจ็บปวด"
เพื่อนของฉันพูด สำหรับคนอื่นเขาเป็นชายหนุ่มผมยาว สวมเสื้อกันหนาวสีทึบตัวเดิมทุกวัน บุคลิกเก็บตัวและแปลกแยก แต่สำหรับฉันเขาเป็นหนุ่มขี้อายที่ฉลาดมีไหวพริบ ตลกอย่างคาดไม่ถึง เบื้องหลังผมยาวรุงรังนั้นมีใบหน้าที่ประดับรอยยิ้มอยู่เสมอ สิ่งที่เขาเองไม่รู้ก็คือ นอกจากสำหรับฉันแล้ว สำหรับคนอื่นที่เริ่มมีโอกาสรู้จักเขาเพียงน้อยนิดก็คิดแบบนั้นเช่นเดียวกัน เพียงแต่เขาไม่เคยเปิดโอกาสให้ใครได้เข้าสู่โลกของเขามากไปกว่าผิวเผินเลย ด้วยเหตุผลที่ว่า "กลัวว่าตัวเองจะไม่ได้เป็นอย่างที่อีกฝ่ายคาดหวังให้เป็น" แต่กระนั้นเขาก็เหงาเหลือเกิน
"ทำไมการเสแสร้งจะต้องเจ็บปวดด้วย?" ฉันถามเขา
"มันไม่ใช่ตัวเราอ่ะ เราเคยพยายามทำ มันเหนื่อย เรากลับห้องมาแล้วเราอยากจะร้องไห้"
"ทำไมจะไม่ใช่ตัวเธอล่ะ เธอเลือกที่จะเสแสร้งเองนี่?"
ฉันถามต่อ เขาไม่ตอบ "ถ้าเธอเลือกที่จะเป็น ไม่ว่าจะเป็นแบบไหน มันก็คือตัวเธอ" ฉันยิ้ม 
คนเรามักมีแนวโน้มที่จะมีความคิดด้านลบต่อคำพูดบางคำ หรือการกระทำบางอย่าง โดยที่มันไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น การแสแสร้งแกล้งทำเป็นสิ่งที่แย่ การฆ่าตัวตายเป็นสิ่งที่บาป ทั้งๆที่ในบางครั้งมันสามารถเป็นการกระทำที่กล้าหาญ เพื่อจะเลือกจุดจบของชีวิตตัวเอง กรณีนี้ก็เช่นกัน 
"ฉันเคยผ่านจุดนั้นมา ฉันเข้าใจเธอ" ฉันพูดต่อ ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งไม่กี่ปีก่อนหน้านี้ ฉันเคยเป็นคนแปลกแยกและเข้าถึงยากยิ่งกว่าเพื่อนคนนี้หรือคนไหนๆ แต่ตอนนี้ฉันกลายเป็นคนที่เพื่อนของฉันบอกว่า "เป็นคนเดียวที่เชื่อมตัวเขากับสังคม" ตั้งแต่มีโอกาสได้ย้ายโรงเรียน ฉันในช่วงวัยรุ่นตอนต้นที่เบื่อหน่ายกับความเหงาพยายามค้นหาตัวตนใหม่ แน่นอน เริ่มจากการเสแสร้ง เริ่มจากการพยายามยิ้มและเข้าหาผู้คนก่อนทั้งๆที่อึดอัดเหลือเกิน ทั้งอึดอัด สับสน ประหม่า ทรมาน จนอยากจะกลับบ้านไปร้องไห้ ไม่ต้องพบเจอใครอีกเลย จนกระทั่งฉันเริ่มสนุกไปกับมัน จนกระทั่งมันทำให้ฉันได้พบผู้คนที่วิเศษ วิเศษจนกระทั่งความอึดอัด ประหม่า สับสนนั้นกลายเป็นสิ่งไร้สาระ
"Fake it, til make it เคยได้ยินไหม " ฉันเว้นวรรค เพื่อนของฉันพยักหน้าแบบไม่ใส่ใจ
"อันที่จริงสำหรับฉันมันไม่เชิงเป็นการพยายามเป็นสิ่งที่เธอไม่ได้เป็นนะ" ฉันพูดต่อ
มันคือการพยายามค้นหาว่าอะไรคือสิ่งที่เธอสามารถเป็นได้                                                เพียงแต่เธอไม่เคยลองเป็น"เธอคิดว่าเธอไม่ใช่คนชอบพูดคุย เพราะเธอไม่เคยลองพูดคุยกับใครก่อนต่างหาก จะบอกให้ 
จริงๆเธอเป็นคนตลกออกนะ" เขาไม่ตอบ ฉันพูดต่อ
"โอเค มันเหมือนเป็นการพยายามเป็นอะไรที่เธอไม่ได้เป็น ยิ้มทั้งที่ไม่ได้อยาก พูดคุยทั้งที่ไม่ได้ชอบ แต่อย่างน้อยมันทำให้เธอรู้ว่า เธอก็ทำแบบนั้นได้ เธอก็เป็นแบบนั้นได้ อย่างน้อยที่สุด เธอก็แกล้งเป็นแบบนั้นเพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้" เขาเริ่มแสดงสีหน้าคล้อยตามแล้ว
"ฉันไม่ได้บอกให้เธอพยายามเข้ากับทุกคนในโลก แต่การเข้าหาคนอื่นมันเป็นการเปิดโอกาสให้เธอได้เจอกับคนที่เหมาะกับโลกของเธอ"
"ฉันก็ไม่ได้มีเพื่อนมากมายขนาดนั้น เห็นไหม ยังไงฉันก็ยังเป็นคนเพี้ยนคนเดิม เพียงแต่เป็นคนเพี้ยนที่เข้าถึงง่ายน่ะ" เพื่อนของฉันหัวเราะจนตาหยี ใบหน้าเชื้อสายจีนของเขาดูไร้เดียงสาและน่ารัก แม้กระทั่งสิวผดเม็ดเล็กๆสีแดงข้างแก้มที่เขาเกลียดชัง สำหรับฉันมันกลับดูคล้ายเลือดฝาดบนแก้มของเด็กๆ เป็นสีที่แต่งแต้มใบหน้าขาวเผือดของเขา
"ทุกคนรอบข้างฉันก็รู้ว่าฉันเพี้ยน แต่นั่นไม่ได้ทำให้พวกเขาเกลียดฉันนี่ การเข้าหามันคือขั้นแรก ที่เหลือก็เรียนรู้ที่จะเข้าใจกันไปเรื่อยๆ แน่นอน คนที่รับฉันไม่ได้ก็มี เยอะด้วย แล้วไงล่ะ ช่างแม่ง" ฉันยักไหล่แล้วพูดต่อ "ถ้าฉันไม่ทักเธอวันแรกในคลาส เราก็คงไม่ได้มานั่งกันอยู่ตรงนี้ ฉันก็คงจะมองเธอเป็นคนนอกเหมือนคนอื่นๆ ซึ่งมันเป็นเรื่องน่าเศร้าโคตรๆ"
"อีกอย่างนะ ฉันมีความเชื่อว่าทุกคนล้วนมีความแปลกความเพี้ยนเป็นของตัวเอง เรามีหน้าที่เก็บซ่อนมัน พยายามทำตัวธรรมดาเพื่อเข้ากับคนอื่น เพื่อกลมกลืนไปกับสังคม และเพื่อสังเกตการณ์แบบเงียบๆ มองหาโอกาสที่จะเจอกับคนแปลกอีกคนที่พอดีกันกับเรา คนที่เราสามารถแสดงความแปลกของเราต่อหน้าเขาได้ และได้รับสิทธิในการเข้าถึงความแปลกของเขา"
เพราะฉะนั้นอย่าเรียกมันว่าความแปลกแยกเลย เรียกมันว่าความพิเศษที่สงวนไว้ดีกว่า
เอาล่ะเพื่อนรัก ปั้นหน้ายิ้มสิ แล้วออกไปกินข้าวด้วยกัน ไปกับฉัน ไปกับเพื่อนของฉันที่กำลังจะกลายเป็นเพื่อนของเธอ ถ้าไม่ใช่วันนี้ก็พรุ่งนี้ มะรืนนี้ เมื่อไหร่ก็ได้ที่เธอพร้อม ที่ใบหน้าของเธอพร้อม ที่ทรงผมของเธอพร้อม ที่การแต่งตัวของเธอพร้อม ที่จิตใจของเธอพร้อม
"สักวันหนึ่งถ้าเธอเกิดติดใจในการเสแสร้งจนเปลี่ยนไปจริงๆ ก็อย่าเสียใจหรือสับสนไปล่ะ" 
ฉันพูดทิ้งท้าย
เธอไม่ได้กำลังสูญเสียตัวตนหรอก เพราะเราที่เปลี่ยนไป ก็คือเราคนเดิมนี่ล่ะ

SHARE
Writer
Manifesto
a tofu
เต้าหู้ไข่ไม่นอน

Comments