วันนี้คุณคุยกับใครหรือยัง?
บนโลกที่มีประชากร 7,000 ล้านคน คุณคุยกับใครบ้าง?

พ่อ แม่ พี่ น้อง ลุง ป้า น้า อา ปู่ ย่า ตา ยาย
เพื่อน เพื่อนร่วมห้อง เพื่อนร่วมโรงเรียน เพื่อนร่วมมหาลัย เพื่อนชมรม เพื่อนร่วมงาน เพื่อนที่ออฟฟิศ เพื่อนที่ออกกำลังกาย
คุณครูใจร้าย หัวหน้าจอมเนี้ยบ ลูกค้าเรื่องมาก แม่ค้าร้านประจำ ลุงยามหน้าดุ พี่วินขี้โกงหน้าปากซอย
นับรวมกันก็สัก 100...200...500...1,000...5,000 คน

คุณได้อะไรจากคนเหล่านั้นบ้าง

วันนี้ผมได้มีโอกาสพูดคุยกับพี่ผู้หญิงคนหนึ่งที่ตั้งแผงขายเต้าฮวยฟรุ๊ตสลัดกับหมูย่างไม้ลีบๆ ในงานหนังสือมหาวิทยาลัยเชียงใหม่

ด้วยความต้องการสัมภาษณ์เขา ผมเดินเข้าไปทักทายด้วยรอยยิ้ม แนะนำตัวอย่างสุภาพนอบน้อม อธิบายสิ่งที่ผมทำและที่มาที่ไปของมัน ปิดท้ายด้วยการขออนุญาตสัมภาษณ์เพื่อลงเพจ

"ไหนๆ พี่ช่วยอะไรได้บ้าง" พี่สาวถามขึ้นมาอย่างเป็นกันเอง ทำให้ความเกร็งของผมหายไปแทบหมด

บทสนทนาพาเราไปถึงเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ของพี่เขา วนไปที่แฟนเขา วกกลับมาที่เรื่องลูก แล้วไปจบที่สภาพสังคมแวดล้อม
"พี่ไม่ชอบบรรยากาศของกรุงเทพฯ เลย ผู้คนมันเห็นแก่ตัวไปหมด รอยยิ้มก็ไม่มีให้กัน ชีวิตก็เร่งรีบ ค่ากินค่าอยู่ก็แพง ทุกอย่างต้องแย่งกัน ต้องแข่งขันกัน อยู่แล้วเหนื่อย"
พี่สาวเล่าถึงชีวิตแกสมัยอยู่กรุงเทพฯ บ่นนู่นบ่นนี่หยิบนู่นจับนี่มาเปรียบเทียบกันให้ผมฟัง

ผมฟังเรื่องราวของพี่เขาอย่างตั้งใจ เห็นด้วยบ้างไม่เห็นด้วยบ้าง ตั้งคำถามตามประเด็นที่ไปถึง หยิบเอาความสงสัยขึ้นมาต่อบทสนทนาต่อไป

สิบกว่านาทีผ่านไปผมก็ปิดเทป พูดขอบคุณพี่เขา แล้วลุกขึ้นเตรียมจะลา
ไม่รู้อะไรมาดลใจหรือใครเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนา แต่มันดันมีเรื่องให้เราคุยกันต่อ
ผมยืนเกาะเก้าอี้อยู่สักพักก็กลับลงไปนั่งที่เดิม
ผมนั่งคุยกันไปอีกสักพักใหญ่ๆ ภายใต้บรรยากาศเดิมๆ เหมือนที่ผมสัมภาษณ์พี่เขาเมื่อกี๊

เพียงแต่ครั้งนี้ ผมไม่ได้อัดเทปอีกต่อไปแล้ว

คนเราได้เปรียบสิ่งมีชีวิตอื่นก็ตรงนี้
เราเป็นสัตว์สังคม เรามีการรวมกลุ่ม มีการคบค้าสมาคม มีการติดต่อสื่อสารกันผ่านตัวกลางที่เรียกว่า 'ภาษา'

ภาษาทำให้เราสื่อความคิด ความเห็น สิ่งที่เราต้องการออกไปให้มนุษย์อีกคน (หรืออีกหลายคน) รับรู้ได้ เกิดการตอบสนอง การแลกเปลี่ยน และการต่อยอด
เกิดพัฒนาการเป็นอารยธรรม วัฒนธรรม และนวัตกรรมสืบทอดต่อกันมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ตกมาถึงรุ่นเรา

ข้อดีของการพูดคุยกันคือมันทำให้เราได้เข้าใจผู้อื่นมากขึ้น มันทำให้เราได้รู้ว่าอีกฝ่ายคิดอะไร หรือรู้สึกอะไร
การพูดคุยทำให้เราเห็นโลกในมุมที่ไม่เคยมอง ได้อยากลองในสิ่งที่ไม่เคยทำ
แม้ในวันที่ล้า การพูดคุยก็ยังต่อคำพูดดีๆ ไว้ให้กำลังใจ จุดแรงไฟแรงฝันแรงบันดาลใจให้กับเรา

แต่ยิ่งเวลาผ่านไป สังคมมนุษย์เริ่มใหญ่ขึ้น แต่เรากลับพูดคุยกันน้อยลง
เรา 'คิด' ของเราไปเองว่าคนอื่นเป็นยังไง คิดอะไร และต้องการอะไร
เรา 'ตัดสิน' ของเราไปเอง โดยไม่ถามเจ้าตัวสักคำว่าความจริงเป็นอย่างไร
ความขัดแย้งมากมายเกิดขึ้นจากการไม่ยอมพูดกัน ความเข้าใจผิดสร้างรอยร้าวให้ความสัมพันธ์มาแล้วมากมาย
เพื่อนต้องผิดใจกัน แฟนกันต้องเลิกรา พี่น้องต้องร้องไห้ แม่ลูกต้องขาดกัน

ทั้งหมดเกิดจากการใช้พรสวรรค์ของมนุษย์ในทางที่ผิด
เรามีเครื่องมือสื่อสารสุดแสนวิเศษอยู่ในมือ แต่เราดันไม่ยอมใช้มัน

ในสังคมที่เติบโตขึ้น เราพูดคุยกันน้อยลง
เรากลัวที่จะต้องคุยกับใครก็ไม่รู้ คนที่เราไม่รู้จัก
เราสร้างกำแพงขึ้นมากั้นเราจากคนแปลกหน้า คนที่ไม่ใช่เพื่อนหรือพี่น้องของเรา

รู้สึกไหม ว่าเราเสียโอกาสอะไรไปมากมาย
เรากำลังใช้พรสวรรค์ที่เราได้มาอย่างทิ้งๆ ขว้างๆ

อยากให้ลอง
ลองคุยกับคนอื่นดู
ลองคุยกับคุณลุงที่นั่งข้างๆ บนรถไฟฟ้า พี่พนักงานขายตั๋วหน้าโรงหนัง หรือน้องนักเรียนที่ยืนรอข้ามถนนด้วยกัน

รับรองว่าจะได้เจออะไรดีๆ อีกเยอะเลยล่ะ :)


31/01/2017
SHARE
Written in this book
สักวันหนึ่ง...
ในแต่ละวันที่ผ่านไป ใครเล่าประสบเรื่องใดที่ผ่านมา

Comments

DreamerGlint
3 years ago
ในสังคมที่เติบโตขึ้น
เราสร้างกำแพงขึ้นมา
กั้นเราจากคนแปลกหน้า
^^
Reply
Kamatep
3 years ago
ใครก็ไม่รู้ นัดเจอเฉย 5555
DreamerGlint
3 years ago
555555