if you don't know, now you know

คุณคือรักแรกในความทรงจำของฉัน 

แน่นอนล่ะ คุณไม่เคยรู้หรอกเพราะเราไม่เคยรู้จักกัน มีแต่ฉันคนเดียวแหละที่รู้จักคุณ 
แหม ก็คุณออกจะฮอตซะขนาดนั้น นักกีฬาหนุ่มสุดหล่อ แถมยังพ่วงตำแหน่งประธานนักเรียนอีกด้วยนะ 
เฮ้อ แล้วในโรงเรียนนี้จะมีใครบ้างล่ะที่ไม่รู้จักคุณ

ส่วนฉันน่ะเหรอ.. แค่เด็กหญิงขี้อายที่มีส่วนสูงต่ำกว่ามาตรฐาน ตัวดำแถมยังตัดผมซอยสั้นเต่ออีกแน่ะ เออจะว่าไปตอนนั้นคนอาจจะมองฉันเป็นหนูหิ่นก็ได้นะ แต่ฉันไม่ได้โด่งดังแบบหนูหิ่นหรอก ฉันน่ะเป็นหลืบในโรงเรียนเลยล่ะมั้ง นอกจากเพื่อนรุ่นเดียวกันแล้วคงไม่มีใครรู้จักฉันหรอก
 
คุณรู้มั้ย ครั้งแรกที่ฉันมีตัวตนอาจจะเป็นตอนหลังเลิกเรียนที่ฉันเล่นแบตมินตันอยู่กับเพื่อน ซึ่งบังเอิญเพื่อนคุณรู้จักเพื่อนฉัน ก็เลยพาคุณเข้ามาเล่นด้วยกันกลายเป็นสองคู่ 
อืม ตอนนั้นล่ะมั้งที่คุณจะมองเห็นฉันอยู่ในสายตาบ้าง (ก็คุณต้องคอยมองลูกแบตที่ฉันจะตีส่งไปนี่เนอะ) ตั้งแต่เริ่มเล่นจนจบเกมส์ เราไม่ได้พูดหรือทักทายอะไรกันเลย ฉันก็ทำได้แค่ส่งกระแสจิตผ่านลูกแบตที่ฉันตีไปเท่านั้นล่ะ ไม่รู้ว่าคุณจะรู้จักชื่อฉันหรือยัง แต่อย่างน้อยคุณก็ต้องรู้บ้างแหละว่าฉันเป็นน้องมอหนึ่งในโรงเรียนนี้

คุณรู้มั้ย ปีถัดมา น้องของเพื่อนฉันจับได้คุณเป็นพี่รหัสด้วยนะ ก็ต้องมีการสอบถามข้อมูลส่วนตัวกันบ้างใช่มั้ยล่ะ ฉันน่ะก็ทำเป็นแอบเนียนๆ ถามข้อมูลคุณจากเพื่อนมา ฉันรู้แล้วนะว่าอาหารโปรดของคุณคือข้าวผัดกะเพราแต่คุณไม่กินใบกะเพรา (ซึ่งตอนนี้ก็กลายมาเป็นอาหารโปรดของฉันเหมือนกันล่ะ) ที่คุณใส่เสื้อสีชมพูอยู่บ่อยๆ เป็นเพราะแม่คุณชอบสีนี้ก็เลยซื้อแต่เสื้อสีนี้มาให้คุณ (ซึ่งตอนนี้มันก็กลายมาเป็นสีโปรดที่ฉันชอบมากที่สุดเหมือนกันล่ะ) 
ยังมีอีกหลายเรื่องเลยล่ะที่ฉันรู้เกี่ยวกับตัวคุณ บางทีฉันอาจจะรู้จักตัวคุณมากกว่ารู้จักตัวเองซะอีกนะ

แต่เราใช้ชีวิตอยู่ในโรงเรียนเดียวกันแค่ 3 ปีเท่านั้นล่ะคุณก็เรียนจบแล้ว 
เฮ้อ นี่ฉันจะได้ได้เจอคุณอีกมั้ยนะ


ปีถัดมา ในงานรับน้องที่รุ่นของฉันเป็นคนจัด คุณก็กลับมาอีกครั้งในฐานะตัวแทนศิษย์เก่า แน่นอนล่ะว่ารุ่นน้องนี่ขอถ่ายรูปกับคุณจนต้องต่อแถวกันเลยล่ะ ส่วนฉันน่ะหรอ ทำงานวนไปค่ะ! แต่แล้วโอกาสของฉันก็มาถึงเมื่อเพื่อนฉันก็เป็นหนึ่งในแฟนคลับของคุณเลยลากฉันมาต่อแถวด้วยกัน ฮ่าๆ เอาความจริงแล้วฉันนี่ดูกระตือรือร้นมากกว่าเพื่อนอีกนะเพราะรูปเดียวสำหรับฉันเคยไม่พอ เพื่อนจ๋าจงกดชัดเตอร์วนไปค่ะ จากรูปแรกที่คุณยืนหน้านิ่ง ก็เผลอหัวเราะออกมาจนฉันเขิลรีบวิ่งกลับแทบไม่ทัน พอมาดูรูปในกล้องแล้ว เฮ้อ ฉันรู้แล้วว่าคุณขำอะไร.. ก็สภาพฉันน่ะสิ! ดูได้ทีไหนกัน ทำงานมาทั้งวัน หน้าตามอมแมม จากผมหน้าม้าที่ตัดไว้เพื่อความคิขุอาโนเนะถูกรัดขึ้นไปเป็นจุกน้ำพุอีกแน่ะ ไม่น่าเลยรูปคู่รูปแรกและรูปเดียวของฉัน

2 ปีถัดมา ฉันก็ได้บังเอิญเจอคุณอีกครั้งที่บ้านของฉันเองล่ะ ฮ่าๆ แน่นอนว่าคุณไม่ได้มาหาฉันหรอกแต่เป็นพี่ชายของฉันต่างหาก นั่นทำให้ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณเป็นเพื่อนในทีมฟุตบอลที่พี่ฉันออกไปเตะด้วยกันทุกวัน โอเค ครั้งหน้าฉันจะไม่บ่นเวลาพี่ไปเตะบอลละแต่จะขอตามไปด้วยคนนะ ฮี่ๆ แถมที่บ้านฉัน คุณแม่ฉันรู้จักกันแม่คุณด้วยนะรู้มั้ย ก็ตอนนั้นที่ฉันเป็นนักกีฬาโรงเรียนลงแข่งวิ่ง มีคุณแม่ไปนั่งเชียร์ติดขอบสนาม ส่วนแม่คุณก็ไปนั่งเชียร์น้องชายคุณแข่งบอลติดของสนาม นั่นทำให้แม่ของเรานั่งอยู่ด้วยกันจนคุยกันถูกคอ แต่ตอนนั้นฉันไม่รู้นี่นาว่าคุณมีน้องชายด้วย วันนั้นล่ะมั้งที่เป็นครั้งแรกที่เราได้พูดคุยกัน หลังจากที่ฉันรู้จักคุณอยู่ฝ่ายเดียวมา 5 ปี


เวลาผ่านไปจนฉันเรียนจบ อันที่จริงฉันสอบติดในคณะและมหาลัยที่ฉันต้องการไปเรียบร้อยแล้วล่ะ แต่แหม เป็นโอกาสอันดีที่จะได้คุยกับพี่ ขอหาที่ปรึกษาเรื่องเรียนโดยอ้างชื่อพี่ชายไปหน่อยละกันเผื่อว่าคุณจะจำฉันไม่ได้ แต่ก็ขอบคุณนะที่คุณบอกยังจำได้ นึกว่าจะเงิบกลับมาแล้วซะอีก ฮ่าๆๆ ฉันเลือกมหาลัยที่เดียวกับคุณไปด้วยนะ แถมคณะเรายังติดกันด้วย หวังว่าจะได้เจอกันบ้าง

แน่นอนว่าเราก็เคยเจอกันจริงๆ ถึงแม้จะแค่เพียงเดินสวนกันให้ฉันได้มองเห็นคุณแค่นี้ก็ดีใจแล้ว
และในที่สุด งานเลี้ยงรุ่นของโรงเรียน ฉันก็เกือบจะได้คุยกับคุณอีกครั้งแล้วแต่เพื่อนฉันดันอยากรีบกลับซึ่งฉันก็เห็นคุณมีคนเข้ามาทักทายด้วยตลอดทำให้ฉันไม่มีโอกาสเข้าไปแม้แต่จะบอกลาเลย ตอนนั้นฉันก็ยังเป็นเด็กปีหนึ่งใสๆ อยู่นี่เนอะ ร้านเหล้าอะไรนี่ไม่รู้จัก ไม่เคยไปหรอก แต่หลังฉันกลับไปนั้นคุณก็แมสเสจมาถามฉันว่าไม่ไปร้านนี้ต่อหรอ ฉันก็อ่านแบบงงๆ ว่าอะไรวะ ที่ไหนไม่รู้จัก ไม่ไปละกัน แหะๆ เช้าวันถัดมา รูมเมทที่ไปต่อกลับมาเล่าให้ฟังว่าคุณถามถึงฉันด้วยนะ เสียดายที่ไม่ไปด้วยกัน (เออออ ตรูก็เสียดาย แง) แต่อย่างน้อยฉันก็ดีใจนะที่คุณยังนึกถึงฉันบ้าง แค่ชื่อก็ยังดี 
 
หลังจากนั้น ฉันก็แอบเนียนแมสเสจไปหาคุณตั้งหลายรอบแน่ะ คุณก็คุยกับฉันดีนะ
แบบคุยกับน้องสาวคนหนึ่งอ่ะ

9 ปีที่ผ่านมาคุณไม่เคยรู้เลยใช่มั้ยว่าฉันคิดอะไร
แต่ตอนนี้ if you don't know, now you know


ในที่สุดฉันก็รวบรวมความกล้า เล่าเรื่องที่ฉันเก็บเอาไว้ในใจมาเนิ่นนาน 
ไม่รู้ว่าหลังจากที่คุณรับรู้แล้ว คุณจะมองฉันเปลี่ยนไปหรือเปล่า ฉันไม่ได้ต้องการให้คุณมารักหรือเห็นใจอะไรฉันเลยนะ 
เออแม้ว่าเสี้ยวนึงก็ต้องแอบคิดแหละว่าคุณจะรักฉันบ้างไหม ให้ฉันเป็นคนสำคัญของคุณได้หรือเปล่า แต่เหตุผลจริงๆ ก็คือฉันรู้สึกว่าเวลาที่ผ่านมาเกือบสิบปีมันน่าจะนานพอแล้วสำหรับการเฝ้ารอคุณ ฉันเหนื่อยที่ต้องคอยวิ่งตามคุณอยู่ฝ่ายเดียว มันน่าจะถึงเวลาที่ฉันจะหยุดวิ่งและเดินไปตามทางของตัวเองแล้ว และอย่างน้อยก่อนจะรับคนใหม่เข้ามา ฉันก็ควรเคลียร์ความรู้สึกตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจริงมะ

และก็ไม่รู้ว่าฉันควรจะดีใจหรือเสียใจที่คุณบอกว่า 
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น พี่จะอยู่ข้างเราเสมอ เพราะพี่อยากจะเป็น perfect bro ของเรา 
SHARE
Written in this book
from a puppy
Writer
chayamol
daydreamer
แล้วซักวัน คุณจะรักทะเล

Comments