คนขายขวด
มีสลึงพึงประจบให้ครบบาท...
อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์...
จงมักน้อยกินน้อยค่อยบรรจง...
อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน....

     กลอนบทนี้ ฉันท่องจนขึ้นใจตั้งแต่เด็กจนโต

     วันนี้เช้าวันอาทิตย์ ฉันตื่นขึ้นมาเตรียมอาหารเช้าให้ลูก ชงกาแฟให้ตัวเอง ฉันมีความตั้งใจอย่างแรงกล้าว่าวันนี้จะต้องเก็บขยะรีไซเคิลออกจากบ้าน ฉันรีบกุลีกุจอออกนอกบ้านทำตามความตั้งใจ เก็บสิ่งของเหลือใช้ภายในบริเวณบ้านที่วางไว้เกลื่อนกลาด รอการบริจาคให้แม่บ้าน แต่วันนี้ฉันแย่งอาชีพแม่บ้านที่เคยมากวาดถนนหน้าบ้านเสียแล้ว

     ขวดน้ำพลาสติกที่เก็บสะสมไว้เมื่อดื่มหมด ฉันถอดฝาออกและบีบให้แฟบลงใส่ถุงใหญ่ๆ ไว้ได้ห้าถุง ชั้นพลาสติกที่เสื่อมสภาพ อะไหล่รถที่นำกลับจากศูนย์เมื่อชำรุด ของเล่นของลูกที่ไม่มีประโยชน์แล้ว ทุกอย่างถูกยกขึ้นท้ายรถกระบะเต็มคันพอดี

     ฉันสำรวจร้านรับซื้อของเก่าที่ใกล้บ้านที่สุดไว้แล้ว รอแค่ลูกๆ พร้อม

ฉันตั้งใจกับการขายขวดและของเก่าในวันนี้  เพื่อให้ตัวเองและลูกๆ ได้เรียนรู้ชีวิตคนเก็บขวดและของเก่าขาย มากกว่าการหาค่าขนม ฉันอยากรู้ว่าถ้าวันนึงตัวเองไม่มีอาชีพต้องเก็บขวด และของเก่าขายฉันจะต้องเก็บได้ปริมาณวันละเท่าไหร่ จึงจะเพียงพอต่อการดำรงชีวิตให้อยู่รอดไปวันๆ 

     เมื่อเด็กๆ พร้อม เราแต่งตัวเพื่อการออกไปทานข้าวกันต่อตามสัญญาที่เราอยู่กันพร้อมหน้าในวันหยุด เพียงแค่วันนี้พวกเราแวะที่ร้านรับซื้อของเก่าก่อน เด็กๆ ตื่นเต้นกับการขายขยะรีไซเคิล ฉันพูดกับลูกๆ ว่า

     "คนที่เกิดมาไม่เรียนหนังสือ ไม่มีความรู้ ไม่มีงาน ไม่มีบ้าน ต้องหาเก็บของเก่าตามถังขยะข้างทาง รวบรวม คัดแยก เพื่อมาขายกว่าเค้าจะได้เงินลองคิดดูสิว่ามันลำบากแค่ไหน เดี๋ยวเราลองดูว่าเต็มรถที่เราเอามาจะได้กี่บาท"

     รถเลี้ยวเข้ามาจอดภายในร้านตรงจุดรับซื้อ คนงานของร้านสองคนช่วยยกของลงจากรถ ชั่งตามประเภทของ เถ้าแก่ใส่แว่นในมือถือปากกา จดบันทึกรายการที่ชั่งบนกระดาษ มือกดเครื่องคิดเลข เค้าเงยหน้ามาคุยกับฉัน

     "อยู่หมู่บ้านแถวนี้เหรอครับ"
     
     "ใช่ค่ะ ใกล้ๆ นี่เอง ปกติจะยกให้แม่บ้าน วันนี้เห็นเยอะเลยลองพาลูกๆ มาดูค่ะ"

     "ดีแล้วครับ มีรถก็มาเองเถอะ ได้ค่าขนมลูก เค้าจะได้รู้ด้วย ว่าทุกอย่างขายได้"

     เถ้าแก่ยื่นแผ่นกระดาษที่จดรายการตามที่ชั่ง พร้อมยื่นเงินให้

     "ได้เกือบสี่ร้อยครับ" 

     เงินไม่ได้มากมาย  แต่วันนี้ฉันได้นำขยะออกจากบ้านตามที่ตั้งใจไว้  มันไม่ได้ยุ่งยากเกินกว่าที่เราจะจัดการ

ฉันรับเงินแล้วเดินขึ้นรถ ลูกๆ ขอถ่ายรูปเงินและแผ่นกระดาษที่เถ้าแก่จดรายการไว้  เราคุยกันว่าจะเอาเงินนี้ไปทำอะไรดี ฉันมองเจ้าตัวเล็กที่ขอซิมโทรศัพท์มานาน ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นโอกาสที่ให้เค้าเห็นคุณค่าของเงินที่ได้มา 

    เราขับรถไปทานข้าวที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ๆ บ้าน  เมื่อทานเสร็จแล้วเราตัดสินใจใช้เงินที่ได้จากขายขายขยะรีไซเคิลไปซื้อซิมการ์ดให้เจ้าตัวเล็ก โดยมีข้อตกลงว่าเป็นซิมแบบเติมเงินเดือนละยี่สิบบาทปิดการใช้ Data ทั้งหมด วันนี้เราใช้เงินซื้อซิมและเติมเงินสำหรับการใช้ห้าเดือน จะไม่มีการเอาโทรศัพท์ไปโรงเรียน การใช้เน็ตจะเชื่อมต่อ wifi ที่บ้านเท่านั้น เจ้าตัวเล็กรับคำสัญญา

     และนับจากวันนี้ เจ้าตัวเล็กมีหน้าที่เก็บขวดน้ำพลาสติกในบ้านที่ดื่มหมดแล้วไปรวบรวมไว้ เพื่อการขายสำหรับการเติมเงินครั้งต่อๆ ไป 

     เงินที่เหลือจากการซื้อซิมการ์ดโทรศัพท์และการเติมเงิน ถูกเก็บใส่กล่องแยกไว้สำหรับการใช้จ่ายในการใช้โทรศัพท์ของเจ้าตัวเล็ก ที่กำลังจะก้าวเข้าสู่วัยรุ่น

การขายขวดน้ำ และขยะรีไซเคิลในวันนี้ สิ่งที่ได้ไม่ใช่แค่เงิน แต่เป็นคุณค่าของเงินที่หาได้ และใช้ให้เกิดประโยชน์ ลูกๆ ของฉันได้เรียนรู้ชีวิตไปอีกหนึ่งขั้น  การเก็บขยะรีไซเคิลขายเป็นการลดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม  เป็นอาชีพที่สุจริตไม่เบียดเบียนใคร

จงภูมิใจ  ปลายฟ้า

29 มกราคม 2560
     


SHARE
Writer
plaifah
It' my life.
เศษเสี้ยวของชีวิตที่อยากเล่าให้ฟัง

Comments