เป็นอิสระต่อเมื่อถูกลืม
ตายแล้วไปไหน? คงจะเป็นคำถามยอดฮิตของมนุษย์อย่างเราๆ บางศาสนาก็คงจะบอกว่าเราต้องลงนรก บางศาสนาก็ให้เราได้ขึ้นสวรรค์อยู่กับพระเจ้า แล้วถ้าปราศจากศาสนาที่มิได้กำหนดกว่าชีวิตหลังความตาย จะได้ขึ้นสวรรค์หรือลงนรก แล้วถ้าหากมีเพียงแค่เกาะเล็กๆแห่งหนึ่ง ที่รวบรวมชีวิตหลังความตายของทุกคนไว้ โดยไม่ได้คัดสรรความดีหรือความชั่วตอนที่ยังมีชีวิต คุณจะอยากไปอยู่ในที่แห่งนี้ไหม?

ชีวิตหลังความตาย คุณจะปรากฎตัวขึ้นบนเกาะแห่งนี้ซึ่งมีแต่ความว่างเปล่า คุณจะเจอแต่วิญญาณที่ไร้ร่าง ซึ่งเป็นผู้เสียชีวิตอยู่ก่อนแล้ว
เพียงแต่เรื่องอายุไขของพวกเขาที่จะใช้อยู่บนเกาะแห่งนี้จะนานเพียงใด มันก็ขึ้นอยู่กับว่า คนบนโลกจะลืมพวกเขาแล้วหรือยัง หากคนบนโลกยังคงจดจำพวกเขาอยู่ละก็..เขาจะไม่สามารถออกไปจากเกาะแห่งนี้ แต่ถ้าหากเขาเป็นผู้ที่ถูกลืมเมื่อไหร่ เขาจะสามารถออกไปจากเกาะนี้ เป็นอิสระ และไม่มีพันธะใดๆ อีกต่อไป 

ตัวของผมเฝ้ารอนับวันเวลาที่เหลืออยู่บนโลกมนุษย์ที่มีแต่ความวุ่นวายและความอัปรีย์ของเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ผมจึงใฝ่ฝันที่จะไปให้ถึงเกาะนั้น แล้วในที่สุดผมก็ได้มาเยือน...

ทุกคนบนเกาะนี้ต้อนรับผมซึ่งเป็นสมาชิกใหม่ บางคนก็เป็นคนในครอบครัวหรือเพื่อนผมเอง บางคนก็เป็นคนรู้จัก แต่บางคนผมไม่รู้จักแต่ก็พอจะนึกภาพออกว่าเคยเจอกันที่ใดซักที่หนึ่ง และบางคนก็เป็นคนสำคัญที่น่าจดจำซึ่งไม่ว่าใครก็จะจดจำเขาได้ ผมเรียกท่าน พร้อมกับก้มลงกราบ 
ท่านบอกไม่ต้องทำเช่นนั้น เราทุกคนเท่าเทียมกันในที่แห่งนี้ ท่านกล่าวว่าท่านสละทุกสิ่งอย่างแล้ว ท่านมีเพียงแต่วิญญาณสิ่งสถิตอยู่ที่นี่เพียงเท่านั้น แต่ถึงอย่างไร ท่านก็ยังเป็นที่เคารพสำหรับผม คนบนเกาะนี้ และยังจะเป็นที่เคารพสักการะ ของคนบนโลกอีกด้วย ท่านบอกท่านอยู่เกาะนี้มานานมาก และคงจะไม่ได้ออกไป หรืออาจจะได้ออกไป แต่คงอีกสัก300-400ปี จนกว่าท่านจะถูกลืม นั่นหมายความว่า ต้องเป็นยุคสมัยใหม่เท่านั้น หรือไม่คนที่จดจำท่านได้ถูกเคลื่อนย้ายมายังเกาะนี้เสียก่อน ท่านถึงจะได้ออกไปจากเกาะนี้ แต่ถึงอย่างไร ท่านก็มีความสุขดีกับการได้อยู่ที่แห่งนี้ เพราะความดีของท่าน ทำให้ทุกคนนั้นไม่อาจลืมเลือน ..


และในบางครั้ง รูปแบบของการตาย ก็อาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ คนบนโลกยังคงจดจำไปตลอดเช่น  การฆ่าตัวตาย การตายเพราะสงคราม การตายอย่างโหดเหี้ยม น่าอนาถ หรือ อุบัติเหตุอันเป็นที่น่าสลดใจ

ผมเดินไปเรื่อยๆ แม้จะมีแต่หมอกควันเต็มไปหมด ผมก็ยังอยากที่จะเดินต่อไปเรื่อยๆ ผมเจอแต่วิญญาณของคนอื่นๆเต็มไปหมด ผมเข้าไปถามคำถามในสิ่งที่ผมอยากรู้และไม่มีทางได้รู้ 

        เพราะคนเหล่านี้ไม่ได้มีชีวิตอยู่เพื่อให้ผมถามในโลกของมนุษย์ แต่ให้ผมได้มารู้คำตอบในที่แห่งนี้แทน 

ผมเห็นวิญญาณของหญิงสาวคนหนึ่ง ไร้ใบหน้า ที่ยืนอยู่โดดเดี่ยว ผมถามเธอว่า ทำไมเธอจึงไร้ซึ่งใบหน้า เธอตอบผมกลับมาว่า เธออาจจะไม่ได้อยู่ในชีวิตของผม ผมอาจจะไม่ได้รู้จักเธอ หรือไม่ ผมก็อาจจะพรรณาเธอขึ้นมาจากในความคิดของผม นั่นหมายความว่าเธออาจจะไม่เคยมีอยู่จริง 

ผมถามเธอว่า ผมจะสามารถออกไปจากที่แห่งนี้ได้อย่างไร ผมอยากจะสลายไปสักที ความว่างเปล่านี้มันน่าเบื่อสำหรับผมเสียแล้ว เธอตอบกลับมาว่า
 
"คุณจะหายไปเมื่อคุณถูกลืม ตอนคุณใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ คุณเป็นอย่างไร คุณมีเพื่อนไหม คุณมีคนรู้จักเยอะหรือป่าว"

"ผมมีเพื่อนเยอะ ผมมักจะใช้เวลาอยู่กับคนที่ผมรัก แน่นอนละ เขาต้องลืมผมยากแน่ๆ"

ผมตอบพร้อมกับหัวเราะในความหลงตัวเอง
แต่เธอตอบผมกลับมาว่า

"มันมีสองอย่าง ไม่รักมาก ก็เกลียดมาก คุณจึงไม่ถูกลืมเสียที"

ผมรู้สึกจุกๆในคำพูดของเธอ ผมคิดย้อนไปถึงตัวเองในอดีตในขณะที่ผมอยู่บนโลก ผมทำให้ใครหลายคนเกลียด มากกว่ารักเสียอีก ผมรู้สึกผิดนะ แต่ ณ ตอนนี้ มันสายเกินไปเสียแล้ว 

"จิตใจมนุษย์ เป็นสิ่งที่ยากแท้หยั่งถึง คุณอย่าคิดมากเลย มันก็เป็นแค่อายุไขที่เชื่อมต่อกับความทรงจำของมนุษย์ที่มากำหนดแค่นั้นเอง คุณจงภูมิใจที่จะอยู่ต่อในที่แห่งนี้หากคนที่ยังมีชีวิตอยู่ยังคงคิดถึงคุณอยู่ แสดงว่าคุณยังคงมีความหมาย แต่ถ้าหากว่า เขาจดจำคุณเพราะความเกลียดชังละก็ คุณก็คงได้แต่ภาวนาให้เขาให้อภัยและลืมคุณเสีย"

ผมมีคำถามกับคนๆหนึ่งซึ่งเขายังคงใช้ชีวิตอยู่บนโลกมนุษย์ ผมอยากจะถามเขาว่า เขารักผม หรือเกลียดผม เขาจึงไม่ลืมผม จนกว่าเขาจะตาย ผมจึงจะมีโอกาสได้ถามเขา แต่ถ้าหากเขาเป็นคนสุดท้ายที่จดจำผมได้ละก็ ผมคงจะไม่ได้อยู่ในที่แห่งนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะอายุไขของผมจะหมดลง


             ถ้าผมไม่ได้อยู่ในที่แห่งนี้แล้ว
                  ฝากถามเขาทีนะครับ

"คุณรักผม หรือเกลียดผม คุณจึงไม่ลืมผม?"









SHARE

Comments