เจ้าหญิงแห่งดวงจันทร์
ฉันจะถูกเรียกตัวกลับคืนสู่ดวงจันทร์ 


ฉันภาวนาให้คืนนี้เป็นคืนเดือนมืด เธอจะได้มีเวลาเผยตัวมาหาฉัน

เธอเป็นคนลึกลับแต่ก็เข้าถึงได้ ฉันมักเจอเธอบ่อยๆที่ร้านประจำ ผมเธอสั้นประบ่าสีน้ำตาลอมทอง แว่นตาที่ใหญ่เกือบบดบังใบหน้าของเธอ รอยยิ้มเผยลวดเล็กๆเรียงชิดเชื่อมฟัน
 
เธอเป็นคนเริ่มบทสนทนาระหว่างเรา

"คุณมีไฟแช็คไหม"

ฉันมองหน้าเธอ ชั่วครู่ที่เข็มวินาทีเคลื่อน เสียงคนรอบข้างที่โหวกเหวกพลันเงียบลงเหมือนเปิดจังหวะให้การสนทนาของเรา

ฉันไม่พูดตอบเธอแต่ยื่นไฟแช็คให้นิ่งๆ

เธอรับและขึ้นจรดบุหรี่ที่เธอคาบไว้

"แชะ" เธอเล่นมุกเลียนเสียงไฟแช็คก่อนที่เธอจะจุดจริงๆ

เธอยิ้มและหัวเราะกับการเลียนเสียงของตัวเอง

โอ้ การหัวเราะเธอสามารถหยุดสงครามได้เลยนะ  ถ้าสงครามนั้นมีฉันเป็นแม่ทัพ

"ขอบคุณนะคะ" เธอยิ้มพร้อมยื่นไฟแช็คคืนฉัน

"ลองปิดตาดูและปล่อยให้ความรู้สึกพาเราหนีไป ภายใต้ท้องฟ้าสีดำ"

เธอฮัมเพลงที่นักดนตรีเล่นอยู่ก่อนเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะ

ฉันเหมือนถูกเมดูซ่าจ้องเขม็ง ร่างกายแข็งจนขยับมิได้ดีตามใจนึก
ต้องขอบคุณที่เสียงกลองลั้นขึ้นปลุกฉันหลุดจากภวังค์

อยากรู้จักเธอเหลือเกิน เธอช่างงามดังมาตุภุมิในใจฉัน

ฉันปล่อยเวลาให้เะลงเล่นไปสักสองสามเพลง ก่อนจะลุกขึ้นหยิบแกว้และมุ่งหน้าไปยังโต๊ะที่เธอนั่ง 

เธอตอบรับการบุกรุกของฉันพร้อมให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนนี้ร่วมกับเธอ

"สวัสดีครับ ผมดารา."

"คุณเล่นหนังเรื่องอะไรล่ะ?"  เธอถามอมหัวเราะ


"ไม่ใช่ ผมหมายถึงผมชื่อดารา"

"ชื่อเหมือนผู้หญิงจัง แต่ก็พอดีกัน ฉันชื่อพระจันทร์" เธอตอบ

"พระจันทร์เต็มๆเลยหรือ?"

"ชื่อฉันหมายถึงพระจันทร์ย่ะ" เธอหัวเราะอีกครั้ง 

"แล้วทำไมคุณถึงอยากนั่งกับฉัน?"

"คุณจะได้ไม่ต้องลุกไปขอไฟแช็คคนอื่น"

"ปากคุณตรงกับใจดี"

"ผมไม่ชอบอ้อมค้อม"

"หายาก ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะไม่กล้าพูดตรงๆกับผู้หญิง กล้ามเนื้อคงแข็งมากมั้ง ทั้งๆที่ใจอยากพูดจะตายว่า ผมอยากมีเซ็กซ์กับคุณคืนนี้"

ฉันละอึก "คุณก็คงเป็นหนึ่งในชมรมคนพูดตรง"

เธอหัวเราะอีกครั้ง "แน่นอนฉันว่ามันเสียเวลาในการที่จะพูดกันอ้อมๆ พูดตามสิ่งที่คิด และถ้าคิดเหมือนกันมันก็จบไม่ต้องเสียเวลา"

"แต่ถ้าเค้าคิดไม่เหมือนกัน แล้วคุณเข้าไปบอกเช่นนี้มันดูหยาบคายมากเลยนะ"
ฉันแย้ง

"โถ่ คุณ คุณก็ดูกิริยาก่อนสิ คุณคงไม่เอารถเบ๊นซ์ไปขายให้กับขอทานหรอกนะ มันก็ต้องดูกันก่อน"
 
เธอยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนจนฉันอมยิ้ม

"แต่ผมไม่ได้มาเพื่อหวังมีเซ็กซ์กับคุณ... ในความคิดแรกนะ"

"แสดงว่าตอนนี้คุณคิดสินะ" เธอยิ้มหยอกล้อฉัน

"ไม่เชิง แต่ผมคิดว่าการเริ่มต้นคุยกันน่าจะขจัดสิ่งๆนั้นออกไปจากความคิดก่อน มันดูสกปรกและไม่ให้เกียรติผู้หญิงเกินไป"

"คุณนี่ช่างอ่อนนะ" เธอหัวเราะยกใหญ่

"แต่เอาเถอะ คุณอยากเข้ามาทางไหนคุณก็เลือก ฉันอยากตอบรับคุณทางไหนเดี๋ยวฉันก็เลือกเอง"  เธอตอบ

"งั้นเริ่มต้นผมขอชนแก้วกับคุณก่อน"

เกร๊ง!  เสียงแก้วประทะกันอย่างสดใส ราวกับสววรค์ลั่นระฆังเปิดความสัมพันธ์ของหนุ่มสาวในยกนี้

เราพูดคุยกันอย่างลึกซึ้ง ฉ่ำชื้นหัวใจ

ขวดเบียร์ค่อยๆนำมาเสิร์ฟเรื่อยๆจนเต็มโต๊ะ ระดับแอลกอฮอลล์ที่กำลังดี ผลักดันให้เราทั้งคู่ขึ้นเต้นคลอเคลีย

เมื่อเวลาถึงพอเหมาะ เธอชักชวนให้ไปต่อที่ห้องของเธออีก

"ระฆังยกแรกดังแล้ว เราไปต่อกันอีกยกที่ห้องฉันดีกว่า...คุณคงมีนวมนะ?"

เธอถามฉันแบบมีเลศนัย

"เดี๋ยวนี้คนคงนิยมชกมวย เดี๋ยวผมไปซื้อนวมที่ร้านสะดวกซื้อก็ได้"
 
"เรียกเซเว่นก็ได้ เรียกซะเต็มยศเชียว"

เธอตอบพร้อมยิ้มรับรู้ถึงการหยั่งเชิง

เมื่อฉันถึงห้องเธอ ห้องเธอดูเรียบง่าย แต่แฝงด้วยรสนิยมอันดี การตกแต่งที่น้อยชิ้นแต่มีความลงตัวอยู่

"คุณสนใจจะกินเบียร์อะไร? ฉันมีให้เลือกประมาณนี้" เธอเปิดประตูตู้เย็นอ้าซ่า เพื่อให้ฉันเลือกรสเบียร์

"เอาแบบที่คุณเลือกน่ะ"

เธอยิ้มพร้อมหยิบเบียร์กระป๋องยาวยื่นให้ฉัน

"เอากันแบบนี้เนอะ" เธอหัวเราะ

เสียงเปิดกระป๋องลั่นห้อง สักพักเราสองก็พร้อมแล้วที่จะลั่นระฆังยกต่อไป

เธอขยับร่างกายใกล้ชิดฉัน ความอบอุ่นแน่นเนื้อละมุนห่างจากฉันเพียงไม่ถึงเซนติเมตร
ลมหายใจอันเร่าร้อนของเธอผายลงต้นคอฉัน ริมฝีปากนวลนุ่มของเธอค่อยๆประจบ ประทับ
ประดับริมฝีปากฉัน

ฉันยื่นลิ้นสอดเป็นการตอบรับการบุกของเธอ สองมือเราผายกอดเข้าหากันอย่างราวกับว่าขาดซึ่งกันและกันยาวนานนับทศวรรษ

เธอเริ่มปลดเปลื้องอาภรณ์ชั้นบนออก ฉันไม่ยอมแพ้ขอสู้กับเธอด้วย
ฉันดีดเอาเสื้อและกางเกงยีนส์สีซีดของฉันออกอย่างกระเหี้ยน

เธอยิ้มพอใจ "ไม่ต้องรีบร้อนนะ ระฆังยกนี้คงไม่ลั่นง่ายๆ ระฆังคุณก็คงเช่นกัน"

เธอเริ่มสยายเบื้องล่างของเธอออกอย่างงดงาม พร้อมด้วยดวงตาเป็นมันของฉันที่จดจ้องรออยู่

เราเหลือเพียงชั้นในกั้นระหว่างกัน ฉันขอบดจูบกับเธออีกซักพักใหญ่ ร่างกายเธอดังเตาหลอมมนุษย์ หลอมละลายอย่างเหลว จนปวกเปียกทั้งร่าง มีเพียงแก่นกายที่ยังคงแข็งขันจะบุกมุ่งหน้าต่อไปให้ได้ 

เธอค่อยๆเลื่อนริมฝีปากอันอ่อนนุ่น ไล่ระดับไล้ร่างกายฉันอย่างช้า มิหยุดยั้ง
ฉันปล่อยให้เธอจัดการให้ครึ่งแรกของยกนี้

เธอเลื่อนมายังจุดศูนย์ของร่างฉัน พร้อมกับปลอกผ้าของฉันที่คลุมอยู่ ก่อนจะหยิบจับชิ้นเนื้อและบรรจงค่อยๆปลอกมันเป็นลำดับต่อไป

โพรงปากอันชุ่มชื่นอ่อนนุ่มค่อยๆครอบงำส่วนของฉัน ถ้าเมื่อครู่เธอคือเตาหลอมมนุษย์ ส่วนนี้ของเธอคงเลยจุดเดือดที่เกินกว่าจะหลอม

ฉันพริ้มไปกับการกระทำของเธออย่างชื่นมื่น

ชิ้นฟันเธอกระทบชิ้นเนื้อฉันสร้างบรรยากาศอันแปลกใหม่ แม้เจ็บเล็กน้อยแต่ฉันก็ถูกใจ 

เธอพยายามไล่จากปลายจรดโคนให้ซาบซ่าน

เธอบรรเลงอยู่พักหนึ่ง ระหว่างนั้นฉันจึงอยากสัมผัสบัวตูมของเธอ ฉันเล่นกับยอดอย่างละเมียดละไม ดูเธอพอใจจากอาการกระตุกและแรงดูดที่เพิ่มขึ้นของเธอ

นี่คงเป็นการประลองที่มีความสุขในสนามรบ

แต่ช้าก่อนนี่ยังแค่ครึ่งแรก ฉันบอกกับร่างกาย บอกกับมันอย่าให้เพิ่งปล่อยอาวุธออกมา

เธอเหมือนจะเล่นจนพอใจ เธอจึงถอนริมฝีปากออก เคลื่อนตัวและนำส่วนที่ลึกลับของเธอเคลื่อนใกล้แก่นของฉัน

"ครึ่งหลังจะมาแล้ว เดี๋ยวฉันสวมนวมให้"
 
เธอกล่าวด้วยเสียงสวาท

โอ้ ตายล่ะ มวยยกครึ่งหลังนี่ฉันพ่ายให้กับลีลาของเธออย่างสิ้นเชิง เธอกรีดกรายร่างอย่างน่าอัศจรรย์ ฉันทนไปได้ซักพักก่อนนะให้สัญญาณบอกเธอถึงหมัดฮุคสุดท้ายที่ปล่อยออกมา

เธอรับรู้เช่นนั้นยิ่งบดขยี้ร่างกายฉันอย่างรุนแรงเราปล่อยหมัดฮุคออกพร้อมกัน 

มวยยกนี้ถือว่าผมเพลี้ยงพล้ำแก่เธอเล็กน้อย แต่เราก็สามารถล้มน็อคกันได้ ถือว่าแต้มเราเสมอกัน.




 





SHARE
Writer
Davida
นักเขียนจดหมายเห็ด
มะมาเรามารื่นเริง

Comments