แด่พี่ชายของน้องสาว
....ฉันเชื่อว่าฉันเข้มแข็ง
แต่พี่ชายเข้มแข็งกว่า

บางทีมันก็น่าตลก ใน storylog ฉันดูจะมีแต่เรื่องเศร้าซะส่วนใหญ่ แต่ที่อยากแบ่งปัน เพราะฉันไม่อยากให้ใครเจอเรื่องราวแบบฉันเจอมากกว่า 
....คิดไปคิดมา จะลองเล่าเรื่องเศร้าให้ตลกสักเรื่องน่าจะดี

เรื่องราวเริ่มต้นที่

ตั้งแต่เมื่อปลายปีก่อนพ่อกับพี่เริ่มเถียงกันบ่อยๆ
'ไปโรงพยาบาล' 
'ไม่ไปๆ'
ความดื้อของพ่อมีมากกว่าที่เราจะต้านทาน
แต่สุดท้ายก็โผล่มาที่โรงพยาบาลตอนปลายเดือนกุมภาที่ผ่านมา

'ผมว่า CA ก้อนใหญ่ขนาดนี้ ดีนะที่ลองส่องกล้อง บลาๆๆๆๆ'
พี่ชายคุยกับหมอส่องกล้องอย่างออกรส
ในใจฉันก็คิด 'คุยบ้าอะไรกันว่ะ'
นอกจากลายมือหมอจะอ่านไม่รู้เรื่อง
พูดก็ไม่รู้เรื่องนะคะ

และแล้วพี่ชายก็กินวุ้นแปลภาษาได้ใจความว่า
....พ่อเป็นมะเร็งกระเพาะ ก้อนที่เจอใหญ่มาก น่าจะ 3 เซนติเมตร
ยอมรับว่าตอนแรกเครียดมาก แอบร้องไห้นิดหน่อย แต่ต้องปั้นหน้ายิ้มใส่พ่อ พ่อจะได้ไม่เครียด 

ถึงอย่างไรผล CT Scan ก็ให้ข่าวดีว่าไม่มีการกระจายตัว มะเร็งที่พบเป็นเพียงระยะแรก

ด้วยการช่วยเหลือจากทางญาติ และสกิลโกงของพี่ชาย(ขึ้นชื่อว่าจบศิิริราช) ทำให้พ่อได้วันผ่าเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ

ระหว่างพักฟื้นหลังผ่าตัดที่โรงพยาบาล
ตด คือเรื่องใหญ่มาก
หมอจะเดินเข้ามาบอกทุกเช้าเย็น
'ถ้าไม่ตด หมอไม่ให้จิบน้ำนะ'
กลายเป็นเรื่องน่ารักๆของพ่อ ที่พ่อพยายามตดทุกวันๆ จนสุดท้ายก็สำเร็จ ทุกคนมีความสุขมากทีเดียว

ตด เป็นสัญญาณที่ดีและนั่นทำให้พ่ออาการดีขึ้นอย่างรวดเร็ว ไม่นานก็กลับมาอยู่บ้าน แม้จะเพิ่งร่าเริงได้อาทิตย์เดียว ลางร้ายก็มาเยือนอีกรอบ

พวกเรากลับไปพบหมออีกครั้งเพื่อฟังผลตรวจชิ้นเนื้อที่ตัดออกไป 
ภาษาหมอยังคงเป็นภาษาลึกลับเช่นเคย
พี่ชายทำการปริ้นเอกสารผลตรวจออกมาอ่าน
จากที่อุตส่าห์เล่าเรียนภาษาอังกฤษมา ฉันเองก็น่าจะอ่านรู้เรื่องบ้าง 
คิดได้แบบนั้นก็ไปแย่งพี่มาอ่าน
....ไม่ถึงนาที ก็ยอมส่งคืนพี่แต่โดยดี (ไม่ต้องบอกนะว่าเพราะอะไร)
มีสิ่งเดียวในกระดาษที่อ่านแล้วเข้าใจที่สุดคือ
ก้อนที่ตัดออกไปขนาด 7×5×1 เซนติเมตร
บ้าไปแล้ว! ไหนว่า 3 เซนติเมตร ใหญ่ขนาดนั้น หมอยังอุตส่าห์เหลือกระเพาะไว้ให้ตั้ง 20% 

ขนาดก้อนที่ตัดไปแล้วดูจะไม่ใช่ประเด็นสำคัญ
แต่ผลตรวจของต่อมน้ำเหลืองโดยรอบบ่งบอกว่า มะเร็งได้มีการกระจายตัวแล้ว ระยะตอนนี้ไม่ใช่หนึ่งอย่างที่คิด แต่กลายเป็นระยะสาม และอาจจะกลายเป็นสี่ ถ้าก้อนที่เจอในตับเป็นมะเร็งที่แพร่มาจากกระเพาะ

เวลาปลอบใจตัวเองมีแค่วันเดียว เพราะอยู่ๆพ่อก็เริ่มจุกเสียด แน่นท้อง เจ็บจนฉันต้องพาไปโรงพยาบาลอีกครั้ง 
....นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นพ่อเจ็บจนร้องไห้
ฉันอยากร้องไห้ด้วย แต่ร้องไม่ได้ ฉันต้องเข้มแข็งเพื่อพ่อ วินาทีนั้นฉันมองหน้าพี่ชายและพี่ชายยิ้มให้


พี่ชายกำลังดูดของเสียออกมาทางสายจมูกให้พ่อ ฉันทำได้แค่ยืนมองอยู่ตรงนั้น
ฉันเพิ่งรู้ว่าพ่อเป็นมะเร็งเดือนกุมภา  แต่พี่รู้มาไม่ต่ำกว่าสี่เดือน  ฉันลำบากใจที่ต้องบอกพ่อว่าพ่อเป็นมะเร็ง แต่พี่ต้องบอกอาการและการรักษาทั้งหมด ฉันเหนื่อยที่ต้องเข้มแข็ง แต่พี่เหนื่อยกว่าเป็นสองเท่า  ฉันร้องไห้กับพี่ได้ แต่พี่ร้องไห้กับใครไม่ได้เลย เรื่องนี้คงต้องขอบคุณแม่ เพราะแม่ พี่ชายถึงเป็นหมอแล้วกลับมารักษาพ่อในวันนี้

ปล. ฉันคงไม่ถนัดเรื่องตลกจริงๆนั่นแหละ


SHARE
Written in this book
The way we are living
เป็น อยู่ คือ แบบมนุษย์
Writer
HUBBLE
Observer
until next time...sleep

Comments