เราเก็บความทรงจำไว้ในภาพถ่าย
"เราชอบถ่ายรูป เพราะมันเหมือนเราได้หยุดช่วงเวลาตรงนั้นเอาไว้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปเท่าไหร่ อารมณ์ความรู้สึกในรูปนั้นจะยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง"

ผมได้ประโยคข้างบนมาจากการสัมภาษณ์น้องนักศึกษาคณะวิจิตรศิลป์มช. คนหนึ่ง ถึงเหตุผลว่าทำไมถึงชอบถ่ายภาพ

ผมชอบนะ ชอบถึงขั้นสตั๊นท์ไปชั่วครู่ตอนสัมภาษณ์ แล้วเก็บมาคิดต่ออีกยาวๆ เลยล่ะ

ผมกลับถึงหอ วางกระเป๋าลง กวาดของรกๆ บนโต๊ะไปกองรวมกัน
แล้วนั่งลง เปิดโน้ตบุ๊ก

ย้อนนึกกลับไปในอดีต มีช่วงเวลาไหนบ้างนะ ที่ผมอยากเก็บมันเอาไว้
วันที่สอบติด วันที่ได้ถ้วยแข่งว่ายน้ำ วันที่วิ่งมาราธอนจบ
ดูเป็นอะไรที่ยิ่งใหญ่ในชีวิตเหมือนกันเนอะ

นึกย่อยลงไปอีกหน่อย โมเมนต์น่ารักเล็กๆ บางอันมันก็รู้สึกดีจนอยากเก็บไว้เหมือนกัน
กล้วยไม้ที่ปลูกไว้มันออกดอก คนที่เราเคยช่วยเขาประสบความสำเร็จ หรือได้ของขวัญเป็นคุ้กกี้อาร์เซน่อล (ชอบกินอะ นับไหม 555)

หรือแม้กระทั่งวันเวลาที่รู้สึกแย่ๆ
วันที่อกหัก วันที่โดดเดี่ยว วันที่สอบตก วันที่แม่ด่า วันที่เพื่อนเท วันที่บ้านมีปัญหา วันที่ทุกอย่างในโลกกระโดดถีบใส่

บางความทรงจำก็ยังแจ่มชัดเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน แต่บางอันก็ดูเลือนรางจนเกินจะนึกรายละเอียดให้ออก
ไม่ต้องพูดถึงอารมณ์ในโมเมนต์นั้นๆ เลย หายไปหมด ไม่ค่อยเหลือเสียแล้ว

เปิดรูปตัวเองตอนวิ่งจบมาราธอนแรกขึ้นมาดู แล้วก็ต้องแปลกใจ
ความรู้สึกมันเจือจางเลือนรางลงจนตกใจตัวเอง นี่มันเพิ่งจะผ่านมาอาทิตย์เดียวเองนะ!
มองตัวเองในภาพ มองคราบขี้เกลือที่หมักหมมจากเหงื่อมาเกือบห้าชั่วโมง มองผมเผ้าที่หาทรงไม่เจอ มองความเหนื่อยล้าจากใบหน้า มองรอยยิ้มที่ปลุกใจตัวเอง
แล้วความรู้สึกในวันนั้นมันก็ค่อยๆ กลับมา...นิดนึง

เอาน่า อย่างน้อยมันก็ยังนึกถึงความสำเร็จในวันนั้นออกล่ะวะ

แต่พอนึกย้อนกลับไปอีก 1 ปี 2 ปี 3 ปี 5 ปี
มันแทบนึกไม่ออกแล้วจริงๆ นะ
จะหารูปมาดูก็หาไม่ได้ ไม่รู้ไปกองรวมกันอยู่ที่ไหนหมดแล้ว

ในวันที่โลกเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ยุคดิจิตอล ข้อมูลเกือบทุกอย่างในโลกถูกแปรเปลี่ยนเหลือเพียงเลขศูนย์กับเลขหนึ่ง แล้วเก็บไว้ในการ์ดความจำอันเล็กๆ ที่ไม่รู้เก็บเรื่องราวมากมายขนาดนั้นไว้ได้ยังไง
เมื่อข้อมูลมหาศาลโถมเข้าหาเรา เราเลือกเก็บมันไว้ได้เพียงบางส่วน
แล้วมันก็เหมือนลิ้นชัก เมื่อเราใส่ลงไป ใส่ลงไป ใส่ลงไป มันก็จะทับของเก่าให้อยู่ลึกลงไปเรื่อยๆ
จนวันนึงที่เราย้อนกลับมาดู ไอ้ของที่เราใส่ไว้ตอนซื้อลิ้นชักมาใหม่ๆ มันยากเกินจะหยิบขึ้นมาดูอีกแล้ว

ช่วงเวลาที่เราเคยบันทึกไว้ มันก็เลยเหมือนหลุดลอยหายไป
ในขณะที่ความทรงจำในหัวเรา ก็มีแต่จะจืดจางลงไปทุกวัน

แต่ก็ดีไปอย่างนะ
สมองเราไม่ได้มีที่ว่างมากพอจะเก็บทุกอย่างไว้ขนาดนั้นหรอก
เก่าไป...ใหม่มา มันเป็นธรรมดาของโลก

ถ้าเรามัวแต่ยึดติดกับความสุขในอดีต
ติดหล่มความเศร้าในวันวาน

แล้วเราจะอยู่กับปัจจุบันได้ยังไงกันล่ะ :)

24/01/2017
SHARE
Written in this book
สักวันหนึ่ง...
ในแต่ละวันที่ผ่านไป ใครเล่าประสบเรื่องใดที่ผ่านมา

Comments