ให้เลือดได้บุญ ให้ใจคุณเราไม่เคยได้อะไร
ทำไมมึงต้อง crazy กับการบริจาคเลือดขนาดนี้ด้วยวะ - เพื่อนซักคนนึงเพื่อนสนิท 2-3 คนชอบมาถามคำถามนี้กับเรา
จริงๆคำถามมันมีความเป็นห่วงและความสงสัยปนๆกันไป
ต้นเหตุของคำถาม เพราะว่าเราแชร์รูปใบตรวจเลือดที่สภากาชาด 5 ครั้งติดๆกันทุกๆ 3 เดือน แต่ว่าผลเลือดในใบนั้นไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะบริจาคเลือดได้ซักครั้งเดียว เพราะค่าเลือดบอกว่าค่าเม็ดเลือดแดงของเราคุณภาพต่ำเกินไป และมีน้อยเกินไป

ใช่ค่ะ ภาวะนี้เรียกง่ายๆว่าเลือดจางนั่นแหละ  เราเลือดจาง แต่ไม่มาก ต่ำกว่าเกณฑ์ที่บริจาคได้ไม่เท่าไหร่ เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ไป เราจะได้รับวิตามิน B + folic acid + ธาตุเหล็กกลับมาทานแบบครบสูตรทุกครั้ง รวมทั้งได้รับคำแนะนำให้กินไข่ต้มวันละฟองเป็นอย่างน้อย

จากความพยายามที่ล้มเหลวทั้ง 5 ครั้งของเรา ทำให้เพื่อนเริ่มรู้สึกว่าเราโรคจิตที่พยายามจะบริจาคเลือดขนาดนั้นทั้งๆที่ได้รับการวินิจฉัยว่าโลหิตจาง
เราเข้าใจเพื่อนนะ เพื่อนมองว่า ถ้าสุขภาพเราไ่พร้อม ก็ไม่ควรจะฝืน อาจจะมีผลข้างเคียงอื่นๆตามมา แต่สำหรับเรา ค่าเลือดเราดีขึ้นเรื่อยๆทุกครั้งที่ไปตรวจ เรามั่นใจว่าวันนึงเราจะบริจาคเลือดได้แน่ๆ

สำหรับเราสาเหตุที่ทำให้เราอยากบริจาคเลือดมันง่ายกว่าที่เพื่อนสงสัย
เราอยากให้ เพราะเราคิดว่าเราให้ได้
เราอยากให้ เพราะมันเป็นการให้ที่คุ้มค่าที่สุดที่เราจะให้ใครซักคนได้
เราให้เพราะมันเป็นการให้ที่เราไม่รู้สึกเสียอะไรเลย นอกจากเวลา 30 นาที
เราให้เพราะมันเป็นการให้ที่เป็นรูปธรรม เรารู้ว่าเลือดของเราเอาไปทำหน้าที่อะไร ในขณะที่เราไม่เคยรู้จริงๆว่าเงินที่อยู่ในกล่องบริจาคเอาไปทำอะไร(อันนี้ส่วนตัวเพราะเคยโดนหลอกเงินทำบุญแล้วรู้ทีหลังว่ามันเข้าตัวคนเรี่ยไร) และเราไม่เคยรู้เลยว่าใจที่เราให้ใครซักคนไปเค้าเอาไปทำอะไร
เราให้เพราะเรารู้ว่ามีคนรออยู่ รออย่างมีความหวัง

อีกสาเหตุนึงคือเราเคยอ่านเจอบทความเกี่ยวกับเลือด เราจำรายละเอียดไม่ได้มาก เพียงแต่จำเนื้อหาเกี่ยวกับเลือดได้คร่าวๆ ว่าทำไมจึงต้องมีการขอรับบริจาคเลือดเสมอ...


         ทำไมเลือดจึงจำเป็นต่อคนเรานัก?
เลือดมีหน้าที่สำคัญๆต่อร่างกายเราคือ ขนส่งก๊าซออกซิเจนจากการหายใจเข้า และก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากร่างกายเมื่อหายใจออก มีหน้าที่ขนส่งสารอาหารโดยการดูดซึมสารอาหารจากกระเพาะอาหาร และส่งต่อให้เซลล์เนื้อเยื่อของอวัยวะ นอกจากนี้เลือดยังมีหน้าที่รักษาสม ดุลย์ของน้ำ และเกลือแร่ปรับระดับอุณหภูมิในร่างกายให้คงที่ ดังนั้น คนเราจึงมีชีวิตไม่ได้ถ้าไม่เลือด หรือมีน้อยไป อย่างน้อยก็ในยุคนี้
และยิ่งไปกว่า ในบทความยิ่งทำให้เรารู้สึกสนใจในเลือดมากขึ้น คือวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน ที่่ส่งยานอวกาศออกไปนอกโลกได้มาเป็นสิบๆปี เรากลับ "สร้างเลือด" ขึ้นมาไม่ได้ ทั้งๆที่เรารู้ส่วนประกอบของมัน
จริงๆก็ไม่เชิงว่าสร้างไม่ได้ เราเลียนแบบให้เกิดสารทดแทนเลือดได้ แต่ราคายังสูงมาก และการหมุนเวียน รวมถึงอายุการใช้งานสั้นกว่าเลือดจริงๆที่ได้รับมาจากคนอื่นมากนักจนยังไม่คุ้มถ้าจะนำมาใช้งาน

เพราะฉะนั้นทางออกเดียวสำหรับผู้ที่ต้องการเลือด คือการรอคอยเลือดจากผู้บริจาค
ในที่สุดความพยายามของเราก็สำเร็จนะ ในครั้งที่ 6 ที่ไปบริจาคเลือด เลือดเราผ่านเกณฑ์บริจาคได้ซักที ปกติเราบริจาคที่สภากาชาด เพราะว่าเตียงเยอะ ไปสะดวก แล้วก็รับบริจาคที่น้ำหนัก 45 กก. เพราะเค้ามีถุงเลือดถุงเล็กด้วย ในขณะที่บางโรงพยาบาลจะรับที่น้ำหนัก 50 กก. ขึ้นไป เพราะมีแต่ถุงเลือดถุงใหญ่ น้ำหนักเราบางทีก็ถึง บางทีก็ไม่ถึง 555555555 จนตอนนี้บริจาคต่อเนื่องมา 7 ครั้งแล้ว และทุกครั้งที่ไปบริจาคพี่ๆก็จะบอกตลอด ว่าเลือดยังขาดเรื่อยๆ โดยกรุ๊ปเลือดเราก็ขาดอยู่บ่อยๆ จนสภากาชาดส่งเมสเสจมาตามให้ไปบริจาคเลือด
จริงๆสำหรับเรา เราไม่เจออาการข้างเคียงอะไรเลยนะคะ สบายๆ นั่งห้องแอร์ เสร็จแล้วก็กินขนมกับน้ำหวานของเค้า ทานน้ำเยอะๆ เดินกลับบ้านได้ ไม่หน้ามืด ไม่เวียนหัว ไม่ซีด แต่ต้องทานยาธาตุเหล็กให้หมดนะคะ ซึ่งบางคนไม่ชอบธาตุเหล็กเพราะทำให้ท้องผูก แต่กับเรา ไม่มีเลย สบายมาก ทำให้ถ่ายคล่องกว่าเดิมอีกด้วยซ้ำ 55555555 เขินจัง

อยากมาเชิญชวนให้คนที่พร้อม และสามารถบริจาคเลือดได้ไปบริจาคเลือดกันเถอะค่ะ ไม่ต้องกังวลว่าจะขาดเลือด เพราะจริงๆในร่างกายของคนเรานั้น มีเลือดบางส่วนที่เกินความต้องการ ซึ่งสามารถให้ได้โดยไม่กระทบต่อชีวิต แล้วยังมีข้อดีอีกหลายอย่าง ทั้งการที่กระตุ้นให้ร่างกายได้สร้างเม็ดเลือดใหม่ๆมาเติม การกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต และที่สำคัญคือความอิ่มเอมใจ คุณได้ให้สิ่งที่มีค่าต่อการมีชีวิตอยู่ และไม่ว่ามีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อไม่ได้ ถ้าไม่มีคนบริจาคกับผู้ป่วยที่รอความหวัง 


อีกทั้งการบริจาคโลหิตต่อเนื่องก็มีสิทธิประโยชน์หลายอย่างเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลดังนี้นะคะ

1. ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 7 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ ช่วยเหลือค่าห้องพิเศษและค่าอาหารพิเศษได้ ไม่เกินร้อยละ 50
2. ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 16 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล + ค่าห้องพิเศษและค่าอหาร ได้ร้อยละ 50
3. ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 24 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ ช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล 100% + ค่าห้องพิเศษและค่าอาหาร ได้ร้อยละ 50
4. ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 100 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ " ขอพระราชทานเพลิงศพ " ได้เป็นกรณีพิเศษ ** เฉพาะผู้บริจาคโลหิตเท่านั้น ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้
5 ผู้บริจาคโลหิต ตั้งแต่ 9 ครั้งขึ้นไป สามารถขอใช้สิทธิ์ ตรวจวิเคราะห์สารเคมีในโลหิตได้ เช่น ตรวตจหาน้ำตาล , ไขมัน , การทำงานของตับ , การทำงานของไต ฯลฯ

ส่วนใครที่อ่านทความนี้แล้วสนใจอยากบริจาคเลือด มีรายละเอียดของสภากาชาดไทยตามลิ้งค์ด้านล่างเลยนะคะ หรือจะบริจาคที่รพ.ใกล้บ้านก็ได้ค่ะ

http://blood.redcross.or.th

มีคำถามอะไรถามได้ที่คอมเม้นเลยนะคะ ยินดีตอบค่ะ ^^

  **ภาวะโลหิตจางเกิดได้จากหลายสาเหตุ ไม่ใช่ทุกคนที่โลหิตจางจะกินธาตุเหล็กแล้วมาบริจาคเลือดได้แบบเรานะคะ*
SHARE
Written in this book
me and... only me
Writer
Astrophille
ฉันจะเฝ้าดูดาว :)
ชง Latte จากเมล็ดกาแฟของความเจ็บปวด เข้ากับนมที่เลี้ยงด้วยความเหงาและเพลงเศร้า เสิร์ฟพร้อมคุกกี้น้ำตา. ______________________________________________ ขอบคุณที่มาร่วมแบ่งปันความเจ็บปวดนะคะ

Comments

Sukuman
2 years ago
ดีมากๆ 👍🏻👍🏻❤️
Reply
Astrophille
2 years ago
ขอบคุณค่า
Taklom
2 years ago
อยากบริจาคได้บ้างจังเลยค่ะ
Reply
Lively_Light
2 years ago
เป็นเลือดจางอยู่เป็นปีเหมือนกันนน
แต่สุดท้ายก็ให้ได้ พร้อมๆกับอาการหน้ามืด 2 ครั้งติด ฮ่าาา แต่เดือนหน้าก็ตั้วใจว่าจะบริจาคอีก เราจะสู้ไปด้วยกันนน
Reply
JJahJa
2 years ago
เราก็ชอบบริจาคเลือดเหมือนกันค่ะ
เพราะมันรู้สึกเป็นการให้ที่เราได้ให้จริงๆ โดยไม่หวังอะไรตอบแทน
ในความรู้สึกเรา มันอิ่มเอมกว่าการบริจาคตังค์หรือทำบุญแบบอื่นซะอีก
อยากจะบอกว่า นับถือมากๆเลยค่ะที่พยายามหลายครั้งจนได้บริจาคจริงๆ 👍👍👍
จากใจคนที่ชอบบริจาคเลือดเหมือนกันค่ะ ^____^
Reply
ArmyYing
11 months ago
บริจาคเลือดประจำเหมือนกันค้ะ
แต่กินมังสะวิรัต เลยทำให้ไม่สามารถบริจาคได้ทุก3เดือน
กว่าจะได้บริจาค ต้องไปถึง 2-3ครั้งเช่นกัน
เพราะการบริจาคเลือดเป็นการทำดี ที่เราทำได้ง่ายมาก
มาบริจาคเลือดกันนะค่ะ ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน
ปัจจุบันบริจาคได้ 52 ครั้ง อายุ39ปี คาดว่าอยากบริจาคถึง 70ปีี (ถ้ามีโอกาส^^)
Reply