F-1 คืออะไร และต่างจาก J-1 อย่างไร?
ความเดิมตอนที่แล้ว พี่ได้อธิบายถึงความหมายของ J-1 เอาไว้ ใครสนใจก็ย้อนไปอ่านได้นะคะ
F-1 ก็คือประเภทของวีซ่าที่จะออกให้กับนักเรียนหรือนักศึกษาต่างชาติที่ต้องการศึกษาต่อในระบบการศึกษาของโรงเรียนและมหาวิทยาลัย หรือหลักสูตรภาษาอังกฤษที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งบังคับให้นักเรียนจะต้องเรียนเต็มเวลาเท่านั้นในส่วนของ วีซ่า F-1 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษานั้น บางทีเราก็จะเรียกโปรแกรมนี้ว่า Private School Programs หรือ Full Free Paying Programs โดยจะมีข้อแตกต่างจากวีซ่า J-1 ดังนี้

🇺🇸 สามารถศึกษาต่อได้ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6

🇺🇸 สามารถเลือกโรงเรียน และรัฐที่สนใจได้

🇺🇸 เข้าเรียนในโรงเรียนเอกชนที่มีนักเรียนน้อยกว่า และมีการดูแลที่ใกล้ชิดกว่าโรงเรียนรัฐบาล

🇺🇸 ไม่เข้มงวดเท่ากับ J-1

🇺🇸 ผู้ปกครองสามารถไปเยี่ยมได้

🇺🇸 เรียนต่อเนื่อง 2 ปี (ม.5-ม.6) สามารถได้รับใบจบการศึกษาระดับ High School ของสหรัฐฯ

เหมาะสำหรับนักเรียนที่อาจจะมีทักษะภาษาอังกฤษไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไหร่ค่ะ เพราะทุนชนิดนี้น้องสามารถที่จะเลือกเรียนภาษาเสริมได้ หรือที่เราเรียกว่า ESL School  หรือ English as a Second Laguage School นั่นเองค่ะ

ราคาก็ขึ้นอยู่กับรัฐ และโรงเรียนที่น้องเลือกค่ะ ถ้าเลือกรัฐดังๆ เช่น California, New York, Massachusetts ราคาก็แพงตามค่่าครองชีพของแต่ละพื้นที่ค่ะ แต่โดยทั่วไปแล้ว ถ้าไม่เกี่ยงว่ารัฐดังไม่ดังราคาต่อปีจะเริ่มต้นประมาณ 4 แสนปลายๆ ขึ้นไปค่ะ
ถามว่าจะเลือกรัฐไหนดี อันนี้ก็ต้องแล้วแต่ความชอบส่วนตัวของน้องๆ เลยนะคะ👍🏻 ถ้าน้องๆ คนไหนชอบรัฐที่หนาวๆ ❄️ พี่แนะนำทางเหนือค่ะ เช่น New York, Michigan, Minnesota, Wisconsin เลยจ่ะ หนาวแน่ๆ 🤧

👍🏻 ใครชอบธรรมชาติ ⛰ ต้องรัฐนี้เลย! Oregon 

👍🏻 ใครชอบทะเล 🌊 แสงแดด ☀️ และการโต้คลื่น 🏄🏻‍♀️ ต้องรัฐ California และ Florida จ้า

👍🏻 ใครชอบทะเลทราย 🔆 และลาสเวกัส 🎰ต้องรัฐ Nevada 

👍🏻 ใครชอบแนวผจญภัย 🛶 และแกรนแคนยอน 🏜 ต้องรัฐ Arizona 

👍🏻 ใครชอบกินของไซส์ใหญ่! 🍔 🍖🍧 หมายถึงสเต็กจานใหญ่ แฮมเบอร์เกอร์ไซส์บิ๊ก ไอศครีมชามยักษ์ค่ะ 😂 ขอเชิญที่รัฐ Taxes ค่ะ

👍🏻 ใครชอบบรรยากาศฝนตก ☔️ และทะเลสาบ 🌈 รัฐนี้โดนแน่ๆ ค่ะ Washington 

วิธีเลือกก็ไม่ยากค่ะ 

ขั้นที่ 1) ให้น้องๆ ลองเลือกรัฐที่ตรงใจตัวเองที่สุดก่อนนะคะ โดยอาจดูจากสภาพอากาศ ภูมิประเทศ ประวัติศาสตร์ และประชากรเป็นหลักนะคะ โดยสามารถ Search หาข้อมูลจาก Google ได้ไม่ยากเลยค่ะ

ขั้นที่ 2) เมื่อได้รัฐที่เราชอบแล้ว ถึงจะมาพิจารณาเลือกเมือง และโรงเรียนเป็นลำดับต่อไปค่ะ โดยน้องๆ สามารถ Search ชื่อโรงเรียน และลองเข้าไปดูในเว็บไซต์ของแต่ละโรงเรียนดู เพื่อประกอบการตัดสินใจนะคะ

ขั้นที่ 3) ให้น้องๆ ลองเลือกโรงเรียนที่ชอบไว้สัก 3-5 โรงเรียนค่ะ เพราะบางทีโรงเรียนที่เราเลือกอาจจะเต็มไปเรียบร้อยแล้วก็ได้
นอกจากนี้ในบางโรงเรียน นักเรียนต้องซื้อหนังสือ และอุปกรณ์การเรียนเอง และอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในเรื่องกิจกรรม และค่าชุดยูนิฟอร์มของโรงเรียน รวมไปถึงค่าประกัน Tablet หรือ Laptop เพื่อประกอบการเรียนการสอนอีกด้วยนอกจากนี้ นักเรียนจะถือเอกสารสำคัญที่ชื่อว่า   I-20 ที่ออกโดยโรงเรียนในสหรัฐฯ ที่น้องเลือกไปเรียน โดยนำเอกสารนี้มาทำวีซ่า และเมื่ออยู่ที่โน่น I-20 จะเป็นเหมือน ID Card ของนักเรียน ซึ่งต้องแม๊กติดกับพาสปอร์ต และวีซ่าไว้ตลอดเวลา

หวังว่าน้องๆ จะได้ความรู้กลับไปบ้างไม่มากก็น้อยนะคะ แล้วพบกันตอนหน้าค่ะ 👋🏻
SHARE
Written in this book
นักเรียนแลกเปลี่ยนฯ เปลี่ยนชีวิต!
เป็นเพจที่บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนักเรียนแลกเปลี่ยนฯ จากประสบการณ์ของคนที่อยู่เบื้องหลัง ประหนึ่งปิดทองหลังพระ คอยฟูมฟักน้องๆ ก่อนเดินทาง รวมไปถึงคอยดูแลให้คำปรึกษาระหว่างน้องๆ ใช้ชัวิตอยู่ที่โน่น จนเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยอย่างปลอดภัย
Writer
LadyPloy
Exploding, Sharing, Learning
Better Girl! Better Life!

Comments