อย่างน้อยก็ยังมีตัวหนังสือที่โอบกอดคุณ
เราสามารถอ่านตัวบทใดตัวบทหนึ่งได้เช่นเดียวกับผู้อื่น แต่สิ่งที่ไม่สามารถทำได้เหมือนกันคือการรู้สึก และสิ่งที่หนังสือไม่เคยทำคือการสร้างความเจ็บปวดที่ยากจะรับมือ เมื่อเราอ่านเราย่อมรู้ดีว่านั่นคือเรื่องเล่า เรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของเรา หรือหากเป็นข้อเท็จจริงนั้น ก็มิใช่ข้อเท็จจริงใดที่เกี่ยวข้องกับตัวผู้อ่าน หรือหากจะเกี่ยวข้อง ก็เกี่ยวข้องในฐานะอดีตที่ผ่านมาแล้ว และไม่อาจสร้างความรู้สึกที่รุนแรงและชัดแจ้งได้เท่ากับขณะปัจจุบัน

เหมือนบรรยากาศความเจ็บปวดของผู้อื่นที่เราแค่เดินผ่าน หรือแวะเข้าไปชื่นชมในความสุขสมของตัวละคร เราอาจปีติ หรือซึมเศร้า แต่ทุกอย่างก็ตั้งอยู่บนพื้นฐานของสิ่งที่ทำให้เรารู้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับเรา หรือหากเนื้อเรื่องนั้นคล้ายคลึงกับประสบการณ์ของผู้อ่าน เราก็แค่รู้สึกได้มากกว่าเรื่องที่ห่างไกลประสบการณ์ หรือในเรื่องที่ดูจะห่างไกลจากประสบการณ์ ผู้อ่านก็แค่ใช้จินตนาการเพื่อให้เกิดบางสิ่งที่เชื่อมกันระหว่างตัวละครและผู้อ่าน หรือแม้แต่การเหยียดหยามเมื่อตัวละครประสบกับความทุกข์ยากที่แสนธรรมดาแต่กลับรู้สึกราวกลับว่าทั้งโลกของเขานั้นแสนเจ็บปวดเกินทน ก็เกิดขึ้นได้จากการอ่านเช่นกัน

ทำให้เราเป็นทั้งนักบุญผู้โอบอ้อม หรือฆาตกรใจโหด โดยปราศจากการต้องรับผิดชอบใดๆ

ในการอ่านเราทำได้แค่เป็นผู้เฝ้าดู ผู้สังเกตการณ์ ผู้รับใช้ความรู้สึกของตัวเรา เรื่องราวของตัวละครไม่อาจทำให้เราเป็นผู้ถูกกระทำ หรือผู้กระทำ หรือผู้ประสบเหตุได้ เราทำได้มากที่สุดก็แค่การจินตนาการว่า "เป็น" ผู้คนเหล่านั้น และรู้สึกในแบบที่เราอยากจะรู้สึกในขณะนั้น

แต่เหนือสิ่งอื่นใดเราสามารถจินตนาการความสุขไปไกลกว่าความสุขที่เราเคยเจอได้ แต่ไม่อาจจินตนาการความทุกข์ได้เจ็บปวดเกินกว่าที่เราเคยประสบได้ เช่นที่เราไม่อาจคาดเดาความเจ็บปวดจากการตายได้จนกว่าเราจะพบมัน แต่เราสามารถจินตนาการถึงความสุขสบายในสรวงสรวรรค์ได้

ในการอ่านผู้อ่านจึงเป็นสุขที่สามารถจินตนาการความสุขขึ้นมาได้อย่างเสรี โดยไม่ต้องอาศัยประสบการณ์เท่าไหร่นักก็สามารถวาดฝันมันขึ้นมาได้ ซึ่งต่างจากความเจ็บปวดที่เกิดขึ้นที่เราอาจทำได้แค่รู้สึกเศร้ากับตัวละครเพียงเพราะความเห็นใจมิใช่การรู้สึกร่วมกัน

หากคุณหลับตา แล้วนึกถึงความสุขที่ผู้เขียนได้บรรยายว่า 'สายลมบางเบาปะทะใบหน้าของเขา กลิ่นของหญ้าที่หอมกลุ่นจากการบ่มเพาะของแสงแดดลอยขึ้นเหนือพื้นดิน ในขณะนั้นเขายิ้มอย่างสุขใจ' ต่อให้คุณไม่ได้ชอบกลิ่นของหญ้าที่โดนแดด คุณก็สามารถรู้สึกได้ว่าตัวละครกำลังสุขใจที่ได้กลิ่นเหล่านั้น และเป็นธรรมดาสามัญที่สุดถ้าคุณอาจจะหลับตาและนึกถึงกลิ่นที่คุณชอบ และรู้สึกสุขได้ไม่ต่างจากตัวละครนัก และอาจจะเข้าใจได้ว่า นั่นคือรอยยิ้มและความสุขที่เกิดขึ้นจากความสบายใจ ในขณะที่หากบรรยายว่า 'เขารู้สึกเจ็บปวดเหมือนมีเข็มขนาดเล็กแทงเข้าบริเวณสีข้างนับร้อยเล่ม' จะมีคนบนโลกกี่คนที่เคยโดนเข็มขนาดเล็กทิ่มแทงที่สีข้าง เข็มนับร้อยจึงเป็นแค่สัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความเจ็บปวด แต่ไม่ได้ทำให้เรารู้สึกเจ็บได้อย่างที่ตัวละครพบเจอ แม้แต่ผู้เขียนเองก็ยังใช้สัญลักษณ์ที่ว่า เพื่อบอกว่าตัวละครเจ็บปวดมาก โดยที่ไม่รู้ว่าความเจ็บปวดระดับนั้นเป็นเช่นไร รู้แค่ว่าคือความ(น่าจะ)เจ็บปวดมาก

ดังเช่นที่เราชอบรู้สึกกันว่า แม้ในเรื่องที่เลวร้ายที่สุดก็มักจะมีสิ่งที่ดีซ่อนอยู่เสมอ ในสภาวะสงครามที่รุนแรงและน่าเศร้าเราพบกับความรักของนายทหารหนุ่มและสาวชาวบ้าน ในสภาวะของความขัดแย้งเราพบรักที่บริสุทธิ์ของหนุ่มสาวที่พยายามฝ่าฟันความไม่ลงรอยกันของครอบครัว ในอัตชีวประวัติที่แสนรันทดก็ยังค้นพบชีวิตวัยเด็กที่สดใสและแสนสุข และอีกมากมาย ซึ่งทุกเรื่องราวมักมีความสุขที่เราค้นพบมันได้โดยตั้งใจ เพราะเรามักจะมองหามันในการอ่านเสมอ เราอ่านเพื่อหากำลังใจเมื่อเราอยากได้มัน เราอ่านเพื่อหาความทุกข์เพียงเพื่อจะหาแนวร่วม และแนวทางที่ใช้จัดการมัน (เพื่อให้เราสุขขึ้น) แม้ว่าจะอ่านเนื้อเรื่องที่เกิดขึ้นบนความเลวร้ายขนาดไหนอย่างน้อยเรื่องที่เลวร้ายก็ทำให้เราเป็นสุขที่เรื่องเหล่านั้นไม่ได้เกิดกับเรา

และท้ายที่สุดเราก็สุขได้มากกว่าจากการอ่าน ในความเจ็บปวดทั้งทางกายและใจของตัวละครไม่อาจส่งผลโดยตรงต่อเราได้ และมาถึงตัวเราได้ไม่เท่าไหร่นัก จะมีแต่เพียงความสะเทือนอารมณ์ที่เกิดจากความเห็นอกเห็นใจเพื่อนมนุษย์เมื่อรับรู้ว่าเขาทุกข์ยาก และเจ็บปวด หากแต่ความสุขสมของเรื่องรวมไปถึงความสุขระดับปัจเจกของตัวละครกลับส่งผ่านมายังผู้อ่านได้มาก จนกระทั่งผู้อ่านสามารถต่อยอดความสุขนั้นไปได้ไกลกว่าที่ตัวบทที่เขาได้อ่าน

เขาอาจจะเคยเจ็บปวด แต่ในขณะที่อ่านเขาก็ไม่สามารถเจ็บปวดได้เท่ากับที่เคยเจ็บปวดเพราะความเจ็บปวดเหล่านั้นได้ผ่านมาแล้ว และเขาทำได้แค่คิดว่ารู้สึกเจ็บแต่ไม่สามารถเจ็บได้อย่างชัดเจนเท่าที่เคยเจ็บ

การโอบกอดของตัวหนังสือจึงเกิดขึ้นจากพลังของการจินตนาการที่มีต่อความสุข ทั้งในลักษณะของการโหยหา และการรู้สึกได้จริงกว่าความเจ็บ

ตัวหนังสือจึงโอบกอดเราไว้ในโลกเสมือนที่เกิดขึ้นบนโลกเสมือนของผู้เขียนอีกทอดหนึ่ง โดยมีเรื่องราวจากผู้เขียนเป็นแนวทางให้ผู้อ่านได้กำกับความเป็นไปในโลกเสมือนของเขา เราคัดได้แต่ความสุขเข้าไปไว้ในนั้น และสัมผัสใกล้ชิดกับมันได้มากกว่าความเจ็บปวดที่ไม่อาจเจ็บไปกว่าที่เคยคิดว่าเจ็บปวด


ปล. เราเรียบเรียงตัวหนังสือที่ได้อ่านไปเพราะอยากเขียนมันออกมาก่อนจะลืม และใช้ความคิดกับเรื่องที่เขียนไปเพียงผิวเผินไม่ได้ละเอียดพอจะทำให้มันสมบูรณ์ได้
SHARE

Comments