สัญญาขนมจีน
วันนี้อากาศแย่ไม่ต่างไปจากทุกวัน
สายฝนที่หยดลงมาอย่างไม่ขาดสาย
พื้นทางเท้าที่เต็มไปด้วยแอ่งน้ำน้อยใหญ่
น้ำสีขุ่นสกปรกกระเด็นออกมาจากร่องหิน

ฉันเดินไปตามถนนใหญ่เข้าสู่เมือง
เสียงเพลงร็อคจากหูฟังไอโฟนดังก้องในหูของฉัน
ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างดูเร่งรีบและเกรี้ยวกราด
มันดูเหมือนว่าพวกเขาก็กำลังอินกับเพลงร็อคเช่นกัน

ถนนยามเย็นเต็มไปด้วยแสงไฟจากร้านค้า
เวลาหกโมงสี่สิบห้านาทีเป็นเวลาที่เรานัดกัน
สีจากแสงไฟจราจรและไฟหน้าตัดกับความมืด
ร้านอาหารจึงดูไม่ต่างจากเยาวราชมากนัก

ฉันเป็นฝ่ายผิดที่มาช้าไปสิบนาที
ในใจของฉันได้แต่นึกว่าเขาจะต้องโกรธมากแน่ๆ
ฉันได้แต่โทษไฟสัญญาณคนข้ามที่ไม่อนุญาตให้ฉันข้ามถนน
ฉันมองหาเขาคนนั้นที่หน้าร้านอาหารที่นัดกัน

ข้างนอกร้านสลัวและเงียบไม่ปรากฏเงาของผู้รอ
ฉันได้แต่นึกโล่งใจว่าฉันมาทันเวลานัด
แต่มันไม่สมเหตุสมผลที่เขาจะมาช้าถึงสิบนาที
ฉันคิดเข้าข้างตัวเองด้วยเหตุผลเพียงว่าเขาเป็นฝ่ายชวนฉันก่อน

อากาศหนาวและชื้นแฉะทำให้ฉันมีสติอีกครั้ง
ฉันมองผ่านหน้าต่างที่พร่ามัวของร้าน
เขาคนนั้นนั่งหันหน้ามองออกมานอกร้าน
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยยิ้มผิดกับที่ฉันคิดไว้

เราทักทายกันตามมารยาท
บทสนทนาเริ่มขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัว
เมนูอาหารที่ถูกทิ้งให้นอนนิ่งอยู่บนโต๊ะ
ความจริงแล้วอาหารนั้นอาจจะเป็นแค่ข้ออ้างของการพบกัน

บทสนทนาถูกคั่นด้วยการสั่งอาหาร
ไม่ว่าจะสั่งอาหารจานไหนฉันคิดว่ามันคงไม่ต่างกันนัก
เมื่อพนักงานเดินจากโต๊ะไป
เราจึงต่อบทสนทนากันอย่างติดๆ ขัดๆ 

"ไม่รู้ว่าเคยเล่าให้ฟังแล้วหรือยังว่า..."
เขาเกริ่นนำด้วยประโยคนี้พร้อมสีหน้าลังเล
"ยังนะ ไม่เคยเล่า"
ฉันคิดในใจว่าทำไมเขาจะต้องกลัวการเล่าเรื่องซ้ำด้วย

เรื่องราวในเวลาสามสัปดาห์ที่เราไม่ได้เจอกัน
มันช่างสนุกและมีสีสันเหลือเกิน
ในใจของฉันได้แต่คิดไปว่า
ทำไมเขาจึงนัดฉันมาในวันนี้?

สีหน้าง่วงของเขาจากการอดนอนยี่สิบสี่ชั่วโมงจากการเดินทาง
สีหน้าเหนื่อยของเขาจากการทำงานมาตลอดทั้งวัน
ในใจของฉันได้แต่คิดไปว่า
ทำไมเขาจึงรีบนัดฉันมาในวันนี้?

"ให้ทายว่ามื้อแรกที่ถึงบ้านกินอะไร?"
ฉันได้แต่คิดว่าอะไรที่เขาชอบกิน อะไรที่เขาอยากกิน
คำตอบคือ ฉันไม่รู้เลยแม้แต่น้อย
"ใบ้ให้ก็ได้ อาหารที่ศูนย์ราชการฯ ง่ายมาก"

ฉันนึกแล้วนึกอีกถึงบทสนทนาเรื่องอาหารครั้งก่อนหน้า
คำตอบคือ ฉันไม่รู้เลยแม้แต่น้อย
"ในโรงอาหาร ง่ายมาก"
"ไม่รู้อ่ะ ข้าวแกงเหรอ"

ฉันตอบไปเพียงเพราะว่านึกถึงสภาพโรงอาหารของมหาวิทยาลัย
"ขนมจีน" เขาตอบสั้นๆ 
บทสนทนาครั้งล่าสุดที่เราเจอกันผุดขึ้นมาในหัวของฉัน
"ถ้ากลับบ้านฝากกินขนมจีนด้วยนะ อยากกิน"

ฉันที่เป็นฝ่ายพูดไม่ได้คิดอะไรในตอนนั้น
ก็แค่ความรู้สึกอยากกินเส้นขนมจีนกับแกงเผ็ดๆ 
หากแต่เขาทำตามที่พูดไว้กับฉันจริงๆ 
ฉันได้แต่รู้สึกผิดที่จำมันไม่ได้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ฉันรู้สึกผิด
มีหลายครั้งที่เขาจดจำเรื่องของฉันได้อย่างแม่นยำ
หากแต่ฉันเป็นเพียงฝ่ายที่ไม่รู้เรื่องของเขาเลย
ฉันรู้สึกผิดต่อเขามากจริงๆ 

สองชั่วโมงที่เราคุยกันมันผ่านไปอย่างรวดเร็ว
พนักงานเหมือนจะอ่านใจฉันได้
"เติมน้ำร้อนเพิ่มมั้ยคะ" 
เธอยกกาน้ำชาไปเติมอย่างไม่ลังเล

น้ำชากาที่สองช่วยฉันยื้อเวลาไปได้อีกนิดหน่อย
แต่ด้วยสีหน้าง่วงผสมเหนื่อยของเขา
ทำให้ฉันรีบดื่มชาอย่างเร็วโดยที่ลืมนึกถึงความร้อนของมัน
"คิดเงินเลยนะครับ" คือคำพูดปิดฉากของวันนี้

เขาหยิบเสื้อนอกตัวใหม่ขึ้นมาใส่
"เสื้อใหม่เหรอคะ สวยดี" 
"อืม ซื้อใหม่ ชอบสีมาก"
เขาขยับตัวพร้อมยกเท้าให้ฉันดูรองเท้าคู่ใหม่สีเข้ากัน

เราทั้งสองบอกลาและแยกย้ายกลับบ้าน
เขามุ่งหน้าไปทางใต้ ฉันมุ่งหน้าไปทางเหนือ
ฉันไม่รู้สึกถึงความหนาวเลยแม้แต่น้อย
ในใจของฉันคิดว่า ทำไมเขาจึงนัดเจอฉัน?

ใบหน้าของฉันสัมผัสได้ถึงอากาศเย็น
ลมเย็นพัดลอดรองเท้าผ้าใบคู่บาง
หากแต่มือทั้งสองรู้สึกร้อนขึ้นมาอย่างไร้เหตุผล
ฉันถอดถุงมือไหมพรมคู่เก่าออกมาถือ

ฉันผูกนิ้วก้อยของถุงมือสองข้างเข้าด้วยกัน
ถุงมือทั้งสองดูเหมือนจะเกี่ยวก้อยสัญญากัน
"คงเป็นคำสัญญาของเขามั้งนะ"
ฉันเดินเข้าบ้านพร้อมด้วยรอยยิ้มที่ไร้เหตุผล

SHARE
Writer
bearfoot
human
I am a passionate traveller...and there is nothing to regret.

Comments