"รู้ไหม,สิ่งดีๆนอกจากพระจันทร์คืออะไร?" คำถามสุดท้ายก่อนกลายเป็นคนแปลกหน้า
"บางที โลกก็ส่งเรื่องตลกมาให้ชีวิต แต่เรากลับไม่ขำไง คุณกับฉันเดินสวนกันเป็นล้านครั้ง เพื่อสบตากันเพียงครั้งเดียว แล้วยังไงรู้ไหม? ความทรงจำไงล่ะ การสบตานั้นจะขุดลงไปยังความทรงจำที่เราได้ผ่านมาร่วมกัน ลึกลงไป จนเราอาจจะจำสัมผัสแรกของกันและกันได้ หัวเราะไม่ออกเลยใช่ไหมล่ะ ก็ถูกแล้ว คนข้างกายคุณก็คงไม่มองว่ามันคือสุขนาฎกรรมหรอก"

.

แด่ คุณ 
ผู้ที่จะเป็นอมตะ เพราะคุณมีชีวิตในงานเขียนของฉันเสมอ ฉันไม่ขอจดจำคุณ แต่พระจันทร์ในคืนนั้นจะอยู่กับฉันจนกว่าฉันจะพบว่ามีดาวดวงอื่นที่สวยงามยิ่งกว่า ซึ่งแปลว่า พระจันทร์ในคืนนั้นอาจไม่คงอยู่กับฉันตลอดไป, ตลอดชีวิตที่ผ่านมาสิ่งที่ได้เรียนรู้คือ ไม่มีอะไรแน่นอน

.

ในช่วงชีวิตหนึ่ง เราทุกคนล้วนมีความทรงจำย้อนกลับ
มันคือเรื่องราวช่วงหนึ่งที่เรากึ่งสุขกึ่งเศร้า
มันคือเรื่องราวช่วงหนึ่งที่อารมณ์และความสุขของเราขึ้นอยู่กับใครอีกคน
มันคือเรื่องราวความสัมพันธ์ช่วงหนึ่ง ที่เหมือนคนรัก แต่เราไม่ใช่คนรัก
มันคือเรื่องราวช่วงหนึ่งที่เกิดขึ้น และจบลง
มันคือเรื่องราวช่วงหนึ่ง ที่จดจำไปในทุกช่วงของชีวิต

เรื่องราวหลังจากนี้เป็นเรื่องราวช่วงนั้นของฉันกับคุณ คุณนั่นแหล่ะ คุณที่อยู่ในเรื่องราวใน STORYLOG เรามา 2-3 เรื่องแล้ว ฉันรู้ว่าคุณคงตื่นเต้น แต่ฉันไม่รู้ว่าคุณตื่นเต้นที่จะได้อ่านมัน อ่านมันในมุมของฉัน มุมที่คุณเดาไม่เคยออก หรือคุณกำลังตื่นเต้น กลัวว่าคนรักของคุณจะได้กลิ่นของคุณ จากตัวหนังสือของฉัน ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลัง ฉันขอยินดีด้วย คุณกำลังจะได้ปล่อยคนที่คุณรักและไม่ได้รักไป, ช่วงแรกอาจจะหนักเสียหน่อยเพราะเสื้อผ้าเปียกน้ำตา แต่ช่วงหลังคุณจะรู้ว่า มันเบาเหลือเกินความไม่รักนี้

.

"คุณอ่านอะไรอยู่?"
"นี่อะหรอ. . .ชิทแตก!"
"ชื่อหนังสือหรอ"
"ใช่สิ ของปราบดา"
"เป็นยังไงบ้าง"
"สนุกดี ลุ้นว่าจะจบยังไง"
"คุณอ่านปราบดาทุกเล่มหรือยัง"
"ไม่อ่ะ ยังไม่ครบ"
"แล้วคุณชอบเรื่องไหนสุด"
". . .เรื่องรัก น้อยนิด มหาศาล"
"ที่คุณให้แผ่นเรามาหนิ"
"อื้อ ใช่ เก็บดีๆนะ เรารักมันมาก มันหาไม่ได้แล้ว"
"ทำไมถึงให้เรา"
"เพราะคนอื่นให้คุณไม่ได้ เหมือนที่เราให้"
". . .นั่นสิ"
"เธอก็ให้คุณไม่ได้ เหมือนที่เราให้ ไม่แม้แต่จะคล้าย"
". . .ไม่รู้ต้องเศร้ารึเปล่า"
"สิ่งที่เราให้คุณ มันดีไหมหล่ะ"
"ดี มันดีมาก"
"ถ้าอย่างนั้น มันก็เป็นเรื่องน่าเศร้าที่สุดเรื่องหนึ่งของโลก"
คุณเงียบไปครู่หนึ่ง ฉันไม่แน่ใจนักว่าคุณมองไปที่รูปวาดบนแคนวาส หรือ ภาพคุณกับคนรักที่ไม่คล้ายฉันที่นั่งข้างๆคุณเลยสักนิดเดียวทั้งรูปร่าง หน้าตา และ นิสัยใจคอ อ่อ ฉันหยาบและมืดดำกว่าเธอคนนั้นหลายเท่านัก ฉันไม่พูดอะไร หรือ ทำลายความเงียบระหว่างเราตอนนี้ บทเพลงที่ดังจากลำโพงที่วางอยู่บนชั้นวางของจึงพยายามทำหน้าที่ของตัวเองให้เจ้าของและหญิงสาวแปลกหน้าที่มาที่นี่เป็นครั้งคราวพึงพอใจที่สุด 

"คุณไม่เหมือนใครเลย"
"ก็แล้วจะให้เราเหมือนใคร? แฟนเก่าคุณ? หรือว่าจะเป็นเธอคนปัจจุบันหล่ะ?"
"ก็ไม่ต้องเหมือน"
"ก็รู้หนิ"
"เราหลงคุณ มันไม่ใช่ความรัก"
"เราไม่ใช่ผู้หญิงที่ร้องเรียกให้คนมารัก รวมถึงคุณด้วย คุณเข้ามาเอง คุณจะหลง หรือ คุณจะตบตีกับความรู้สึกตัวเองว่าไม่ได้รัก นั่นมันก็เรื่องของคุณ ไม่เกี่ยวกับเรา"
"คุณต้องการความรักจะตาย"
"แล้วใครมันต้องการความไม่รักบ้าง?"
"คุณยังบอกให้เราไปเลิก"
"ไม่เคยพูดเลย"
"คุณใช้คำชักจูง เรารู้"
"นั่นมันปัญหาของคุณ คุณอาจจะหมกมุ่น ปวดหัว หาวิธีจัดการความสัมพันธ์ ไม่เลิกกับเธอก็ผลักให้เราออกไปจากชีวิต และในตอนท้ายที่สุด บทนางร้ายก็คือเรา คุณเป็นพระเอกมีความสุขกับนางเอกของคุณ ส่วนฉันไม่เป็นบ้า ก็ตาย หรือไม่ก็กลับใจ แต่ฉันจะบอกให้ว่า ในภาพยนตร์ชีวิตฉัน ฉันเป็นนางเอกและฉันมีสิทธิ์เลือกพระเอกเช่นกัน และฉันจะไม่ยอมเป็นนางร้ายในหนังของคุณ รู้เอาไว้"
"งานคุณไม่เห็นซับซ้อนเหมือนตัวคุณ"
"ถ้าสถาปนิกเขียนเขาวงกตเป็นแปลนบ้านให้อยู่ จะอยู่ไหมหล่ะ?"
"ไม่ เราอ้วนและขี้เกียจเกินจะอยู่บ้านแบบนั้น"
"งั้นก็เงียบไปซะ อย่าเอาความอ้วนและขี้เกียจส่วนตัวมาบอกว่าสิ่งไหนปลอดโปร่งหรือซับซ้อน คนเราไม่ใช่สถาปัตยกรรม ไม่มีแปลนที่แน่นอนในอารมณ์ความรู้สึก"
คุณลุกขึ้นเดินออกไป แต่ฉันไม่สนหรอกหากคุณจะไม่พอใจ เพราะคุณเองก็ไม่ได้สนว่าฉันจะรู้สึกยังไงที่ต้องอยู่ในความสัมพันธ์แบบนี้ ฉันรักคุณแทบตาย และแน่นอนฉันอยากครอบครองคุณคนเดียว ไม่ใช่แบบนี้ แต่ขอโทษนะฉันฟอร์มจัดเกินกว่าจะเอ่ยไปตรงๆ มันไม่เท่

.

คุณอายุห่างจากเรา 2 ปี เราสนิทกันเกินกว่าจะยอมรับเสียงแข็งว่าเป็นเพียงรุ่นพี่ รุ่นน้อง หนังสือ เพลง และ ศิลปะทำให้คุณและฉันหลงใหลในกันและกันจนไม่สนอะไร แล้วอย่างไรเล่า ความสัมพันธ์แบบนี้มันเริ่มขึ้นโดยเราไม่รู้ตัวทั้งนั้นแหล่ะ และเรามักจะรู้ตัวก็ตอนที่ มันล่วงเลยและควรจะเลือกว่าต่อไปจะจัดมันยังไงให้ลงล็อค เพราะความสัมพันธ์แบบนี้มันเหมือนแทร็คเพลงที่ซ้อนกัน เหมือนคุณกำลังฟังเพลงฝรั่งทำนองเนิบช้า ฉันไม่รู้หรอกว่าคือบลู หรือ แจส แล้วอยู่ดีๆคุณก็กดเปลี่ยนมันแต่มันไม่เปลี่ยน มันกลับเอาแทร็คมาซ้อนกันเลย เพลง something about us ของ daft punk มันซ้อนกับเพลงฝรั่งนั้นอยู่ คุณตกใจ แต่ก็รู้สึกว่ามันแปลกดีนะ ลองฟังดูสักหน่อย แรกๆคุณสนใจและคอยแยกว่าท่อนนี้เพลงนี้ชัดกว่าเพลงนี้ แต่พอคุณนึกได้ คุณจะเริ่มร้อนใจว่า เครื่องเล่นเสียหรือเปล่า คุณจึงกดกลับไปยังเพลงฝรั่งฟังสบาย แต่ daft punk ก็สลัดไม่ออกจากแทร็คเพลงเสียที เห็นความวุ่นวายดีไหมหล่ะ

"รู้ไหม เราฟังคำว่า คุณอ้วนและคุณขี้แพ้มาเป็นพันครั้ง"
"ก็เราเป็นแบบนั้น"
"และเรามั่นใจว่าเราคือบุคคลที่คุณบ่นแง่ลบของตัวเองให้ฟังบ่อยที่สุดในชีวิตคุณ"
"น่าจะแบบนั้น"
"เพราะคุณรู้ว่าเราไม่มีทางทิ้งคุณ ถึงคุณจะอ้วนหรือขี้แพ้ยังไง คุณถึงได้พ่นความขี้แพ้ใส่เราได้แบบไม่ยั้ง"
"ก็คุณมันทั้งเก่งทั้งเท่ คุณมีความคิด มีงาน รับความขี้แพ้จากเราไปสักหน่อย คุณก็ยังเท่อยู่ดี"
"พยายามคิดว่าไม่ได้แซะกันอยู่"
"อยากให้คุณอยู่ในวันที่เราประสบความสำเร็จ อย่างน้อย รับปริญญาก็ดี"
"จะให้ไปทำไม ไปให้เจอคนรักของคุณหรอ ตลกใหญ่นะคุณเนี่ย"
"อนาคตไม่แน่นอนสักหน่อย"
"เรารู้ เรียนให้จบ วันนั้นคุณจะรู้สึกว่าตัวเองครบเติมเต็ม แม้ไม่มีเรายื่นดอกไม้ให้สักช่อ"
"แต่คุณรับปริญญาเราจะไปนะ ไม่รู้อะ ต่อให้คุณไม่อยากให้ไป เราก็จะไป"
"เรายินดีทุกการมาของคุณ"
คุณยิ้ม หันหน้าหนี ฉันรู้ว่าคุณไม่ได้อยากมองพระจันทร์เวลานี้หรอก คุณแค่อาจจะกำลังนึกอยู่ก็ได้ว่าวันที่ฉันรับปริญญาคุณจะวาดภาพ ซื้อปากกาลามี่ หรือให้ดอกไม้อะไรสักช่อกับฉันดี

คืนนี้เขาบอกว่ามี supermoon พระจันทร์ดวงใหญ่ที่สุด แต่บนดาดฟ้าคอนโดกลางเมืองตอนนี้ เห็นพระจันทร์ดวงเท่าเดิม มีเมฆจางๆบังอยู่ ท้องฟ้าเป็นสีน้ำเงินไม่ได้มืดสนิท ฉันเขยิบเข้าไปเอามือสองข้างกอดคอคุณจากด้านหลัง
"ผมของคุณ มีกลิ่นบุหรี่"
"คงไม่เหม็นเกินไปในเวลานี้"
"แปลกดี อยากได้กลิ่นแบบนี้ไปนานๆ"
ในเวลานี้ เสียงจากเมืองด้านล่างเงียบสงบลง ลมหายใจแผ่วเบา สายลมพัดผ่านพาผมของฉันพริ้วไปด้านหลัง ใบหน้าของเราสัมผัสกัน คุณเอ่ยถาม

"รู้ไหม สิ่งดีดีนอกจากพระจันทร์คืออะไร?"
"อะไรหล่ะ?"
"คือการที่มีคนมองมันด้วยกัน"
"ให้ตามไปดูด้วยทุกที่เลยไหมล่ะ"

ไม่ทันที่คุณจะตอบอะไร แสงไฟจากโทรศัพท์ของคุณสว่างขึ้นท่ามกลางความสลัว คุณหยิบมันขึ้นมาโดยไม่ทันระวัง 

ไม่ทันระวังว่าฉันจะเห็น ข้อความจากคนรักของคุณ

wish you were here 

เธอคงอยากมองพระจันทร์กับคุณ มากกว่าให้คุณมานั่งมองพระจันทร์บนดาดฟ้ากับฉันตอนนี้

ฉันลุกขึ้น แล้วคุณก็หาฉันไม่พบอีกเลย

.

เวลาล่วงเลยผ่านไป ในความทรงจำที่พร่าเลือนของฉันจดจำได้จนถึงตอนนี้ว่า ที่ที่เดียวที่มีดวงจันทร์คือที่ที่มีคุณอยู่ ฉันไม่พบพระจันทร์ที่น่ามองอีกเลยหลังจากคืนนั้น ฉันคอยดูคุณจากหน้าจอมือถือมาตั้งแต่จากกัน ฉันบ่นเรื่องแย่ๆใส่เฟสบุ้คของคุณ ฉันแชร์เรื่องดีๆที่เจอใส่ทวิตของคุณ ฉันเล่าเรื่องราวน่าตื่นเต้นใส่อินสตราแกรมของคุณ โดยที่คุณ ไม่รับรู้เลยสักนิดเดียว

หลายครั้งฉันคิดในใจ เวลาของเรามันหมดลง เพราะเราไม่ยอมหนีมาด้วยกัน เหมือนเพลง ดวงจันทร์น้อยใจ ของจีน มหาสมุทร มันเป็นเพลงที่ฉันชอบมากๆเพลงหนึ่ง และทุกครั้งที่ฟัง ความทรงจำย้อนกลับก็จะเข้ามาทักทายพร้อมกับพระจันทร์ในคืนนั้น

.

บุหรี่ในมือหล่นลงไปที่พื้นที่เปียกไปด้วยน้ำฝน โคตรเสียดายยังดูดไปไม่ถึงครึ่งตัว Lucky Strike สีม่วงที่อุตส่าห์ซื้อมาจาก Duty free สนามบิน ร่มในมืออีกข้างก็หล่นลงกระทบพื้น เสื้อสีดำเริ่มชุ่มฉ่ำ หน้าจอโทรศัพท์ถูกหยดน้ำบดบังจนเกือบเต็มพื้นที่ สายตาของฉันหยุดนิ่ง แต่มันกำลังทำงานอย่างหนัก

สร้อยกางเขนที่คอของคุณ เสื้อเชิ้ตสีกรมที่เปียกปอนไม่แพ้กัน ฝนหยดลงและค่อยๆไหลไปตามเส้นผมผ่านหน้าของคุณ และสายตาของคุณ ที่หยุดนิ่ง แต่คงทำงานหนักไม่แพ้สายตาของฉัน

ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าตัวเองหันหน้าไปทางทิศไหน พระจันทร์อยู่ด้านของตัวฉัน และสะท้อนที่ตาของคุณรึเปล่า ทุกอย่างหยุดนิ่ง มีเพียงฝนที่ไม่อาจต้านแรงโน้มถ่วง 

"คุณ"
". . ."
"เราเคยเดินผ่านกันหลายครั้งแต่. . ."
"บางที โลกก็ส่งเรื่องตลกมาให้ชีวิต แต่เรากลับไม่ขำไง คุณกับฉันเดินสวนกันเป็นล้านครั้ง เพื่อสบตากันเพียงครั้งเดียว แล้วยังไงรู้ไหม? ความทรงจำไงล่ะ การสบตานั้นจะขุดลงไปยังความทรงจำที่เราได้ผ่านมาร่วมกัน ลึกลงไป จนเราอาจจะจำสัมผัสแรกของกันและกันได้ หัวเราะไม่ออกเลยใช่ไหมล่ะ ก็ถูกแล้ว คนข้างกายคุณก็คงไม่มองว่ามันคือสุขนาฎกรรมหรอก"
"คนข้างกาย. . . คือ. . .เรา"

ฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด ซ้ำยังเหมือนจะโหมแรงกว่าเก่า คืนนี้ไม่เป็นใจให้ใครมองพระจันทร์
แต่อย่างที่บอก

ที่ที่นี้เป็นที่เดียวที่มีดวงจันทร์
คงไม่สายเกินถ้าเราจะหยุดดูมัน

.

จะดีไหมถ้า Storylog เรื่องนี้ เราไม่เล่าตอนจบเป็นตัวอักษร แต่จะชวนให้ทุกคนไปดูเรื่องราวความทรงจำย้อนกลับของเราจริงๆ ใช่มันคือ เรื่องจริง จริงๆ ในแบบภาพเคลื่อนไหวมีเสียง และเพลงประกอบ ในภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง Don't Miss It! จาก AIS

ขอบคุณ AIS สำหรับประสบการณ์ดีๆ 

แด่ทุกความทรงจำย้อนกลับ และ ที่ที่มีพระจันทร์ของพวกคุณทุกคน 

https://youtu.be/Gm0slJZy0B4


.

และคุณ
นักศึกษาศิลปะ อ้วน และ ขี้แพ้
ขอบคุณทุกบทเพลงที่เคยให้กัน
ฉันยอมรับแบบไม่ฟอร์มจัด และไม่สนว่ามันเท่รึเปล่า 
"คุณคือที่ที่เดียวที่มีพระจันทร์ของฉัน"


** Draft แรกของภาพยนตร์โฆษณาเรื่องนี้มาจากเรื่อง ระเบียงห้องที่มองเห็นดาวเหนือทุกคืน แต่มองไม่เห็นพระจันทร์ ใน STORYLOG ของเรา **
SHARE
Written in this book
the summer moon's orbit
can you erase me who is a girl in your memory?
Writer
_MAYSAH_
moon
เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง.

Comments

Mayblackme
3 months ago
อ่านแล้วเศร้าจังค่ะ ขอให้เจอพระจันทร์ดวงใหม่ไวไวนะคะ
Reply
BungSun
2 months ago
อ่านแล้วเห็นภาพลอยขึ้นมาเลย
Reply
Mini_o_so
2 months ago
เศร้าจับใจ เฮ่อ
Reply
GiftziieH
2 months ago
เราเคยผ่านเรื่องราวแบบนี้มาเหมือนกันเป๊ะเลยค่ะ และตอนนี้เขาคนนั้นก็กลายเป็นอมตะไปเรียบร้อย... 😂
Reply
Chayennn
2 months ago
ไม่รู้ทำไม...อ่านบางข้อความแล้วมันจุกข้างใน
Reply