ชายผู้กลายเป็นนักบิน
ผมรู้จักชายคนหนึ่ง เพื่อนผมคนนี้เป็นคนที่ชัดเจนตั้งแต่เด็ก ถ้าคุณจํากันได้ สมัยเด็กเป็นวัยแห่งความไม่รู้ ไม่แน่นอน เมื่อเราต้องเจอคําถามที่ครูมักถาม ประเภทโตขึ้นอยากเป็นอะไร 
ส่วนมากแล้ว เด็กทุกคนในห้อง รวมถึงผม จะตอบคําถามนั้นด้วยความลังเล บ้างก็ตอบเอาสนุก ส่วนใหญ่ทุกคนไม่คิดว่าอนาคตจะเป็นอย่างที่ตัวเองตอบ ทุกคนรู้ว่าอนาคตไม่แน่นอน 
และป่วยการที่จะไปตัดสินใจอะไรมากมายตอนนี้ คําตอบที่ได้จึงเป็น คําตอบแบบ 

อยากเป็นหมอ 

อยากเป็นตํารวจ 

ยังไม่รู้ 

อยากเป็นนักร้อง 

อยากลองทําดูก่อน 


หลากหลายคําตอบ ออกมา ท่ามกลางหมอกควันแห่งความไม่แน่ใจ มีเสียงดังพุ่งแหลมออกมา เสียงนั้นเต็มไปด้วยความมั่นใจ ไร้กังวล คนที่จะมีเสียงแบบนี้ได้ต้องมั่นใจในสิ่งที่ตัวเองพูดอย่างแน่วแน่เท่านั้น ผมยังจดจําแววตาและรอยยิ้มของเขาตอนพูดเสร็จได้เลย มันน่าประทับใจมาก
 
“ ผมอยากเป็นนักบินเหมือนคุณพ่อ คุณปู่ และคุณทวดครับ ” 

เขาตอบพลางขยับแว่นกันลมของสืบทอดจากคุณทวดของเขา

เขาเกิดมาเพื่อเป็นนักบิน อย่างอื่นไม่เคยอยู่ในหัวของเขาเลย ผมในตอนนั้นได้แต่อิจฉาเขา 
คนที่มีความฝัน เขาดูเท่ ดูแตกต่างจากทุกคน ผมได้แต่ไปโวยวายกับแม่ อยากให้ที่บ้านมีอะไรที่เป็นตระกูลแบบเขาบ้าง นี่คือสิ่งที่ตัวผมในตอนนั้นคิด ไม่มีอะไรเท่ไปกว่าการที่รู้ว่าตัวเองเกิดมาเพื่อทําอะไร ในเส้นทางแห่งการค้นหา ความหมายของชีวิตที่ยาวไกล ตัวเขาได้ล้ําหน้าผมไปไกลลิบ หลังจากนั้น ตัวผมได้เติบโตมาโดยได้ยินข่าวคราวของเขาเรื่อยๆ เขาต้องได้เป็นนักบินอย่างแน่นอน มันเป็นความจริงของโลก เหมือนที่ใบไม้ต้องร่วงหล่น เหมือนที่กองไฟต้องร้อน 
นั่นคือสิ่งที่ผมคิด ด้วยเหตุนี้ ตอนที่ผมบังเอิญเจอเขาในบาร์แห่งหนึ่งกลางคืนดึกสงัด 
ผมจึงไม่ลังเลที่จะเดินไปถามเขาด้วยคําถามนี้ 

ผม: “ ว่าไงพ่อนักบิน จําเราได้ไหม ที่เคยเรียนด้วยกันที่เซนต์ตอนมอต้นไง “  

เขาเงยหน้าขึ้นมามองผม ทําให้ผมได้เห็นดวงตาของเขา ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยประกายแห่งความฝัน ที่ผม เคยเห็นเมื่อหลายปีก่อน แต่บัดนี้ ดวงตาของเขาซีดจาง ไร้แวว ไร้ประกาย 
เป็นดวงตาของชายผู้เศร้าโศก ดวงตาของชายผู้ไม่ได้เป็นนักบิน

เขาไม่ได้เป็นนักบินแล้ว เขาเริ่มเล่า หลังจากโรงเรียนการบินด้วยความมั่นใจ พ่วงด้วยคะแนนสูงสุดของระดับชั้น เขาได้บรรจุในฐานะดาวรุ่งพุ่งแรงของกองทัพอากาศ สถานที่ที่เขาหวังจะใช้ทั้งชีวิตของเขาอยู่ที่นั่น ทํางานเพื่อประเทศชาติเช่นเดียวกับตระกูลของเขา แต่ในวันแรกของการประจําการ เขารู้สึกเจ็บเล็กๆที่ ดวงตาข้างขวา ด้วยความเป็นคนรอบคอบ เขาจึงขอลาไปตรวจอย่างละเอียด แต่นั่นคือจุดจบของชีวิตนักบิน ที่ยังไม่ได้เริ่มของเขา

“ คุณเป็นต้อหินชนิดพิเศษ มันจะไม่กระทบต่อชีวิตประจําวัน นอกจากจะระคายเคืองและเจ็บเป็นพักๆ เวลา ใช้ตานานๆ แต่มันจะทําให้เกิดจุดบอดมากขึ้นอีก 5 % จากปกติ “

มันฟังดูไม่เลวร้าย แค่ 5 % แต่สําหรับนักบินแล้ว 5 % นี้มันมากพอที่จะทําให้คนคนหนึ่งไม่ได้ขึ้นบินอีกเลย มากพอที่จะทําให้ความพยายามมากมายก่อนหน้านั้นของเขาสลายหายไป พร้อมความฝันของเขา ที่ร้ายกว่า คือนั่นไม่ใช่อย่างสุดท้ายที่หายไป ครอบครัวของเขาก็บอกลาเขาด้วย 
ตัวเขาที่ไม่ใช่นักบินแล้วก็เหมือนไม่ใช่ครอบครัวเดียวกัน พวกเขาหันไปสนใจน้องชายของเขาที่เกิดมาเพื่อเป็นนักบิน โดยปล่อยตัวเขาเป็นเพียงแค่ความทรงจํา เขาไม่สามารถทนอยู่ในบ้านหลังนั้นได้อีกต่อไป เขาหนีออกจากบ้านออกมาร่อนเร่หาความหมายของชีวิตของชีวิตตัวเอง 
จนมาได้งานที่บารแห่งนี้

เขา: “ กุเคยคิดจริงๆนะว่ากูเกิดมาเพื่อเป็นนักบิน ความเป็นนักบินมันฝังอยู่ในสายเลือดของกูก่อนที่กูจะเกิด อีก ยิ่งทุกอย่างที่กูผ่านมา ทั้งเรื่องเรียน เรื่องการสอบ กูผ่านสิ่งเหล่านี้มาได้อย่างเรียบง่าย อย่างรวดเร็ว มันยิ่ง ทําให้กูมั่นใจว่ากูเกิดมาเพื่อสิ่งนี้ การมาพบว่าร่างกายตัวเองไม่เหมาะกับการเป็นนักบิน หลังจากที่ผ่านเรื่อง พวกนี้มามันบ้าชิบหาย มันทําลายทุกสิ่งที่กูเคยเชื่อมั่น ตัวตนของกูหายไป กูหลงทาง หลงไปหมด มืดมัวไม่เห็นอะไร ทุกอย่างดูเลือนลางไปหมดแต่โชคดีที่กูมาเจอที่นี่ มาสเตอร์ช่วยเตือนสติกูไว้ “

ผม: “ เตือนยังไงหรอ? “  
 
เขา: “ เขาบอกว่า กูไม่ได้เกิดมาเป็นนักบิน แต่ กูกลายเป็นนักบิน กูถูกครอบครัวกูสร้างให้กูกลายเป็นนักบิน พวกเขาสั่งสอนกูมาแบบนั้น ทําให้กูเชื่อแบบนั้น เหมือนที่พวกเขากําลังทํากับน้องชายกูตอนนี้ ทั้งแว่นโง่ๆ นั่น ทุกอย่าง สภาพแวดล้อม การสั่งสอน ทั้งหมดคือการเตรียมการเพื่อสร้างนักบินประจําตระกูลคนใหม่ มันเหมือนโรงงานนรกที่ใช้สร้างตัวตนที่เรียกว่านักบิน 
สําหรับพวกเขากูคงเป็นเหมือนสินค้าที่ชํารุด สินค้าที่ ไม่มีค่า ทําให้โรงงานเสียชื่อเสียง นั่นคือเหตุผลที่ทําไมพวกเขาไม่เคยตามหากูหลังจากกูหนีไป แต่เพราะสิ่งนี้ กูไม่ได้สูญเสียตัวตนกูไป 
กูสูญเสียตัวตนที่ถูกสร้างตังหาก หลังจากนี้ชีวิตกูจะเป็นคนลิขิตเอง กูจะเป็นอะไรก็ได้
ที่กูอยากเป็น ต้องขอบคุณเขาจริงๆ ไม่รู้ว่าเขาจะรู้ไหมแต่ว่าคําพูดนี้ช่วยกูไว้จริงๆ ”

ผมจากเขาไปด้วยรอยยิ้ม แต่ลึกๆในใจผมก็ยังสงสัยอยู่ คนเราเกิดมาเพื่อสิ่งใด อะไรคือความหมายในการเกิด มาของเรา เราเกิดมาเพื่อเป็นสิ่งนั้นหรือกลายมาเป็นสิ่งนั้น แต่สิ่งที่คาใจผมที่สุด แม้เขาจะบอกผมว่าเขาถูกหลอก ถูกทําให้คิดว่าตัวเองเป็นนักบิน 

แต่รอยยิ้มของตัวเขาในวันนั้น 

ดวงตาที่เปล่งประกายของเขา 

ภาพนั้นยังคงแจ่มชัดในหัวของผม 

สําหรับผมแล้วไม่รู้สิ 


เขาเกิดมาเพื่อเป็นนักบินจริงๆนะ

SHARE
Written in this book
him & her
เขา และ เธอ
Writer
LettersPart
designer
story about him and her

Comments

ChocoLize
3 years ago
เข้าใจฟีลเลยคะ ค้นหาตัวเองเจอ จะพบว่า มันหล่อหลอม ตัวตัน นิสัยมาเลย เช่นเรา ที่ถูกหล่อหลอมให้เป็นพวกเหตุผล จน มาทำงาน กฎหมาย จนมารุ้ว่า แท้ตริงแล้วเราเป็นพวกติส อีโมชั่นนิส แต่ถูกปิดกั่น การแสดงออก มา
Reply
DreamerGlint
2 years ago
สารภาพว่า.พออ่านถึงจุดๆนึงแล้วร้องไห้
มันเป็นจุดที่คุณรู้ว่าสิ่งที่คุณฝันมันไม่สามารถฝันได้อีกต่อไป
สิ่งที่ทำได้..คือค่อยๆเรียนรู้การใช้ชีวิตกับความจริงให้มากขึ้น
จนวันนึง..เราทุกคนได้ถูกปลดล็อคบางอย่างที่ฝังอยู่ในใจ
Reply