หนึ่ง
 


เด็กหนุ่มคนนั้นชื่อหนึ่ง



หนึ่งเป็นเด็กหนุ่มมัธยมปลายร่างสูงโปร่ง ผิวขาว สวมแว่นตา หน้าตาอยู่ในระดับปานกลางค่อนไปทางดี นัยน์ตาและเรือนผมเป็นสีเดียวกันคือสีดำขลับ ท่าทีสุภาพเรียบร้อยและความมีน้ำใจของเขาเป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวางในหมู่คนรู้จัก  ในแต่ละวัน หนึ่ง มักจะถูกรายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย



แต่ถึงอย่างนั้น ภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้มอ่อนโยนที่คอยให้กำลังใจใครต่อใครไปทั่ว เด็กหนุ่มคนนั้นกลับซ่อนความเหงาไว้ในก้นบึ้งของหัวใจ



โลกของหนึ่งไม่ได้สดใสสวยงาม หรือเต็มไปด้วยแสงสว่างแห่งความหวัง ตรงกันข้าม มันทั้งหม่นหมองและหนาวเหน็บ ไหล่ทั้งสองข้างของเด็กหนุ่มถูกวางทับด้วยความคาดหวังก้อนโต และนั่นคือที่มาของความหวาดกลัวที่กลืนกินหัวใจของเด็กหนุ่มอย่างเงียบงัน



'เต็มไปด้วยการแข่งขัน' นั่นคือโลกที่หนึ่งมองเห็นผ่านเลนส์แว่นอยู่เป็นประจำ ท่ามกลางผู้คนมากมาย หนึ่งเห็นตัวเองที่ออกวิ่งสุดแรงเกิด แต่กลับมีผู้คนมากมายวิ่งแซงหน้าตน เพียงชั่วพริบตาที่เอื้อมมือออกไปหมายจะไขว่คว้าแผ่นหลังของใครสักคน หนึ่งหยิบฉวยได้แต่เพียงอากาศธาตุอันว่างเปล่าเท่านั้น



เด็กหนุ่มกัดฟันวิ่ง เขาไม่รู้เลยว่าตัวเขาวิ่งมาได้ไกลแค่ไหน หรือวิ่งชนะมนุษย์ผู้อื่นไปได้กี่คน รู้แต่เพียงว่ามีผู้คนมากมายวิ่งแซงหน้าเขาไป เพราะฉะนั้นหนึ่งจึงจำเป็นต้องวิ่งต่อไปอย่างช่วยไม่ได้ จนกว่าจะแซงทุกคนได้ และขึ้นเป็นอันดับหนึ่งเมื่อการแข่งขันจบลง



โลกของหนึ่งทั้งเหนื่อยและกดดัน ความคาดหวังก้อนโตนั่นคือตุ้มถ่วงน้ำหนักที่ทำให้สองขาของเขาก้าวย่างอย่างเชื่องช้า ครอบครัวของหนึ่งเป็นครอบคัวชนชั้นกลาง พ่อแม่รับราชการ เงินเดือนเป็นน้ำซึมบ่อทราย ได้มาเรื่อยๆ ไม่มีเงินก้อน ไม่มีกิจการ ไม่มีมรดกใหญ่โต ทุกคนล้วนแล้วแต่คาดหวังให้หนึ่งประสบความสำเร็จในชีวิต เป็นที่หนึ่งในทุกด้าน เพื่อที่จะได้เป็นแบบอย่างให้แก่น้องๆคนอื่นในครอบครัว



พ่อแม่อยากให้หนึ่งเรียนเก่ง หนึ่งจึงคว้าเกรด3.50มาให้อย่างยากลำบาก แต่เมื่อถูกถามถึงผลการเรียนของเพื่อนอีกหลายๆคน โดยเฉพาะเพื่อนที่มีผลการเรียนดี หนึ่งจึงได้รู้ตัวเองว่า แท้จริงแล้ว เขาเป็นแค่ไอ้งั่งคนหนึ่งที่หลงระเริงไปกับเกรดต่ำต้อยของตัวเองเท่านั้น



การถูกเปรียบเทียบอยู่หลายครั้งทำให้หนึ่งไม่เคยเชื่อมั่นในตนเอง ทำอะไรค่อนข้างเงอะงะและเชื่องช้า หวาดระแวงและกลัวความผิดพลาดไปหมดจนไม่กล้าลงมือทำอะไรสักอย่าง หนึ่งทำได้แค่วิ่งต่อไปเรื่อยๆ บนเส้นทางที่ไม่คิดว่าตัวเองจะชนะ และไม่สามารถชนะใครได้



ความคาดหวังเหล่านั้นไม่เคยลดลง มีแต่เพิ่มขึ้น และหนักขึ้นทุกครั้งจนแทบจะก้าวขาไม่ออก แต่หนึ่งที่ถูกความคาดหวังนั้นบังคับให้วิ่งก็ยังคงฝืนก้าวขาต่อไป



ทั้งครอบครัว เพื่อน ครู และสังคมรอบข้างต่างก็โยนความคาดหวังใส่เด็กหนุ่ม ในขณะที่หนึ่งเองก็พยายามตอบรับความคาดหวังจากทุกคนให้ได้ เขาวิ่ง พยายามระมัดระวังไม่ให้ตัวเองสะดุดล้มจนวิตกจริต แต่เพราะวิ่งอย่างระมัดระวังจนเกินไปพร้อมกับตุ้มถ่วงที่หนักหน่วง ทำให้สองขาของหนึ่งเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าอืดอาดเสียจนสร้างความไม่พอใจให้แก่ทุกฝ่าย



คำพูดที่ถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงผิดหวัง นั่นเป็นเหตุผลหลักๆที่ทำให้เด็กหนุ่มสะดุดล้มจนได้ แรงกระแทกที่เกิดขึ้นขณะล้มนั้นราวกับส่งตรงไปถึงหัวใจ เสียงกรีดร้องอย่างทรมานหลุดลอยออกมาจากริมฝีปากบางอย่างเจ็บปวด



แต่ถึงอย่างนั้น ต่อให้สะบักสะบอมเพียงใด หนึ่งก็ยังไม่หยุดวิ่ง เขาไม่ได้ลุกจากพื้นด้วยใจฮึดสู้ แต่ลุกขึ้นมาเพราะความกลัว ความคาดหวังยังคงกองอยู่บนบ่าอย่างหนักอึ้ง หนึ่งออกวิ่งอย่างไร้ซึ่งวิญญาณอีกครั้ง  


เบื้องหน้าของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยแผ่นหลังเล็กจิ๋วที่ไม่นานนักก็ขยับหนีอย่างรวดเร็วจนเลือนหายไปจากสายตา บ่อยครั้งที่โลกเบื้องหน้าของหนึ่งพร่าเบลอเพราะน้ำตา ตุ้มถ่วงที่ชื่อว่าความคาดหวังยังคงทรมานหัวใจของเด็กหนุ่มจนรวดร้าวเฉกเช่นทุกครั้ง


ขอแค่ชนะ ก็จะเป็นอิสระจากทุกอย่างในตอนนี้...


นั่นเป็นข้ออ้างที่หนึ่งใช้เพื่อก้าวต่อไปข้างหน้าแม้จะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า เป็นแค่ข้ออ้างที่ทำให้เขายังคงวิ่งต่อไปได้อย่างไม่รู้สึกรู้สา แม้ในใจจะคาดเดาผลของการแข่งขันนี้ได้ตั้งแต่แรกแล้วก็ตาม


คนที่วิ่งมาตลอด ถ้าหยุดวิ่งไป ไม่เท่ากับว่าสูญเสียคุณค่าในตัวเองไปหมดอย่างนั้นหรือ


เพราะอย่างนั้นถึงหยุดไม่ได้ ไม่ว่าอย่างไรก็หยุดไม่ได้ ต่อให้จะเจ็บปวดเจียนตายก็ต้องทนต่อไปให้ได้


จนกว่าจะได้รับการยอมรับจากคนใกล้ตัว ขาของหนึ่งก็ไม่ยอมหยุดวิ่ง



โลกของหนึ่งมีเพียงภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏขึ้นในสายตาเท่านั้น ไม่หันข้าง ไม่เหลียวหลัง ไม่มีข้างบน ไม่มีข้างล่าง ไม่มีอะไรเลย นอกจากแผ่นหลังของคนอื่นที่วิ่งนำหน้า ความคาดหวังก้อนเบ้อเริ่ม และความรู้สึกต่ำต้อยไร้ประโยชน์ที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตใจ



หนึ่งรู้ตัวเองดี เขาไม่มีวันเป็น 'ที่หนึ่ง' ตามชื่อของเขาได้



เป็นได้แค่ตัวตน 'หนึ่งเดียว' ที่ไม่ว่าจะเปรียบเทียบกับใครก็เป็นเพียงแค่เศษธุลีไร้ค่าในสายตาของคนรู้จักอยู่เสมอ





ไม่ว่าจะเหนื่อยล้า โดดเดี่ยวเดียวดายและไร้คนเข้าใจมากแค่ไหน




จนถึงตอนนี้




หนึ่งก็ยังคงวิ่งต่อไป




............







SHARE
Writer
NightyNox
มนุษย์
มนุษย์ISFJ ขี้บ่น ชอบเขียนแฟนฟิค มักจะเพ้อฝันและหนีความจริงอยู่บ่อยๆ

Comments