การลาออกที่ชอบที่สุด
หลังจากเรียนจบและทำงานมาสิบกว่าปี ได้ยินได้เห็นผู้คนลาออกจากงานเดิมเพื่อเข้าทำงานที่ใหม่อยู่เยอะแยะมากมายจนเริ่มชินชา ผมกลับชื่นชอบการลาออกของคนๆ หนึ่งอย่างมาก มันไม่ได้มีความพิเศษใดๆ เลย แต่กลับทำให้ผมรู้สึกถึงความหวังของชีวิตอย่างประหลาด

6 ปีกว่าแล้ว ที่ผมพาตัวเองมาอยู่ในวงการที่เรียกว่า "ธุรกิจดนตรี" ซึ่งสำหรับคนที่ชอบเสียงเพลงนั้น งานพวกนี้ก็เป็นอะไรที่เกี่ยวกับสิ่งที่เราชอบครึ่งหนึ่งนั่นคือได้อยู่ท่ามกลางเสียงเพลง และไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งที่ชอบอีกครึ่งหนึ่ง นั่นคือการต้องลงมือทำงานประเภทที่ออฟฟิศต้องการทั้งหลายแหล่ ซึ่งถ้าทำดีๆ ก็ได้ผลตอบแทนที่อยู่อย่างไม่เดือนร้อนเงินทองเลยล่ะ

ผมไม่แน่ใจว่าวงการอื่นๆ จะเป็นอย่างไร แต่วงการนี้ผมพบว่ามันคือวงการที่ค่อนข้างกะทัดรัด กล่าวคือ มีคนที่วนเวียนเข้าที่นั่นออกที่นี่อยู่เพียงไม่กี่คน ดังนั้นเมื่ออยู่หลายๆ ปีเข้า เราจึงเหมือนรู้จักกันไปหมด

"อ้าว เคยทำที่นั่นก็ต้องรู้จักพี่คนนั้นน่ะสิ"
"ใช่ครับ พี่เขาเป็นทีมงานผมเอง แล้วก็มีน้องคนโน้นอีกคน"
"เฮ้ย รู้จักน้องคนโน้นด้วยเหรอ แต่ก่อนเคยทำอยู่ที่เดียวกัน กินเหล้ากันทุกคืน"
ประโยคแบบนี้มักจะมีให้ได้ยินบ่อยๆ จนชินหู

แน่นอนว่่าเมื่อมีใครลาออกจากที่ไหน ข่าวสารจะแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็วราวกับเป็น Viral Clip เลยทีเดียว แต่เหนืออื่นใดสิ่งที่ผมได้เห็นผ่านตาได้ยินผ่านหูมาก็ไม่แคล้วว่าบุคคลนั้นย้ายไปอยู่อีกบริษัทในวงการ "ธุรกิจดนตรี" เช่นเดิม

จริงๆ มันก็เป็นเรื่องที่เข้าใจกันได้ ในเมื่อเรายังต้องเป็นมนุษย์เงินเดือนทำงานออฟฟิศกันต่อไป หลายงานเขาก็ต้องอาศัยคนมีประสบการณ์ คนที่ทำอยู่นานๆ จึงโดนจีบไปทำงานใหญ่กว่าเดิมและวนเวียนอยู่ในโลกขนาดกะทัดรัดใบนี้ต่อไป

...แต่ไม่ใช่กับผู้หญิงคนนี้

หลายปีก่อน หัวหน้างานพาผมไปสวัสดีปีใหม่พาร์ทเนอร์สาวคนหนึ่งที่ร่วมงานกันมาหลายปี เมื่อเจ้านายทราบว่าเธอกำลังจะลาออกจึงถามไถ่ไปด้วยความเคยชินว่า

"...แล้วไปอยู่ที่ไหนต่อล่ะ"

เธอยิ้มให้หนึ่งที ก่อนจะพูดเสียงเรียบๆ ว่า
"ไปขายข้าวแกงปักษ์ใต้ค่ะ"

คำตอบนั้นทำเอาผมที่กำลังง่วงๆ อยู่ ถูกปลุกขึ้นมาให้ตาสว่างยิ่งกว่ากินกาแฟเข้มๆ ยามบ่ายเสียอีก

วันนั้นระหว่างนั่งรถกลับบริษัท เจ้านายผมพูดอะไรสักอย่างตลอดทางที่ผมจำไม่ได้ จำได้ก็แต่ความคิดของตัวเองบนเบาะหน้ารถยนต์ที่มันตอบคำถามที่เคยตีบตันมานาน 

เรียนจบบัญชีคงต้องทำงานบัญชีแหละ / ทำงานขายประกันมาหลายปีก็คงต้องขายประกันต่อไปจนแก่เพราะไม่มีประสบกาณ์ด้านอื่น / อยากออกไปขายของตามตลาดนัดว่ะแต่ถ้าเพื่อนป.โทเดินมาเห็นนี่อายแย่เลย / โอ๊ยยย เขาไม่รับกูหรอก กูแค่ชอบเฉยๆ แต่ไม่เคยมีประสบการณ์ด้านนี้เลย 

เหมือนผมได้ยินพาร์ทเนอร์สาวที่กำลังจะไปจะไปขายข้าวแกงปักษ์ใต้พูดกับผมว่า...

โลกใบนี้มันกว้างใหญ่นัก 
มีสิ่งใหม่ๆ ให้เรียนรู้อีกเพียบ
โปรดใช้หัวใจนำทาง 
และจงอย่าให้อดีตมาบงการอนาคตเรา.

SHARE
Writer
NickyPP
writer
มีเรื่องมาเล่าให้ฟัง facebook.com/nickyppth

Comments

Namkanokp
2 years ago
ตอนลาออกมา บอกหัวหน้าว่า ออกมาทำยาหม่องค่ะ 5555
Reply
NickyPP
2 years ago
ยินดีด้วยครับที่พบเส้นทางใหม่ ^^
RainMist
2 years ago
ลาออกจากงานบริษัท มาเป็นพนักงานเสิร์ฟร้านกาแฟ... เจอลูกค้าถาม จบอะไรมา เราก็บอกไป (จบป.ตรี สายอุตสาหกรรม) เขาก็พูดเสียงดัง เสียดายจังเลย เสียดาย..

ได้แต่ยิ้มตอบ...

ยังไม่รู้ว่าตัวเองชอบอะไร อยากทำอะไรในชีวิต ตอนนี้ก็ลองทำนู่นนี่ไปก่อน
Reply
NickyPP
2 years ago
ผมว่าการทนทำงานแบบซังกะตายต่างหากครับที่น่าเสียดาย ยังไงก็ขอเอาใจช่วยให้เจองานที่ชอบและสนุกกับมันเร็วๆนะครับ^^
niji
2 years ago
ชอบไอเดียนี้
สูตรสำเร็จไม่ได้มีสูตรเดียว^_^