ในวันที่หมอบอกว่า "พี่สาวฉันเป็นโรคหัวใจ"
มีอะไรบ้างที่เงินซื้อไม่ได้
เวลา
สุขภาพ
ความรักที่แท้  
...
ปีที่แล้วเป็นช่วงเวลาที่ทำให้ฉันได้เรียนรู้สิ่งที่เงินซื้อไม่ได้
และอย่างที่หลายๆ คนบอก
เราจะไม่ได้เรียนรู้หรือยอมเปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตเลย 
ถ้าไม่เจอเหตุการณ์ที่เรียกว่าเป็น "Turning Point" ของชีวิต

เมื่อต้นปี พ่อโทร.มาบอกฉันตอนที่เดินกลับบ้านว่าพี่ล้มลง
คนที่โรงเรียนพาพี่ส่งโรงบาลโดยไว
ขณะที่ปลายสายพูดกับฉันเพียงว่า 
พี่เข้าโรงบาลและตอนนี้ออกมาเเล้ว
ฉันไม่รู้ว่าพ่อกังวลใจแค่ไหน
ไม่รู้ว่าพี่ล้มไปได้ยังไง หรือเพราะอะไร
พ่อบอกแค่ว่า พี่ไม่ได้เป็นอะไรมาก
แต่พอสืบสาวพูดคุยผ่านสายโทรศัพท์จึงรู้ว่าพี่สาวฉันเป็นโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ
นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้หญิงสาววัย 28 ปีอย่างพี่ต้องหมดสติ
และถูกหามส่งโรงบาล
หมอบอกว่า โรคนี้เป็นโรคทางพันธุกรรม , แน่นอนว่าพี่ไม่เคยรู้ว่าตัวเองเป็นโรคนี้มาก่อน
ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
...


ฉันกับพี่เป็นมนุษย์พี่น้องที่ว่าคุยกันแบบนับคำได้
เวลาฉันกลับบ้านที พี่ก็จะเข้าห้องของพี่ ส่วนฉันก็เดินไปเข้าห้องฉัน
มีบ้างที่จะเดินเข้าห้องพี่สาว เมื่อต้องการอุ้มแมวหรือยืมไดร์เป่าผม
เราห่าง...และประหยัดคำพูดกันแบบนี้แต่เด็กๆ
เวลามีปัญหาพี่จะหลบมุมเขียนไดอารี่ที่ชานบันได
ขณะที่ฉันก็ไปนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ระเบียง
ฉันไม่ค่อยเห็นพี่ร้องไห้
พอๆ กับที่พี่ไม่เคยได้ยินเสียงสะอึกสะอื้นของฉัน
ในความทรงจำ ฉันเห็นพี่ร้องไห้ครั้งเดียวตอนที่โดนบอกเลิกผ่านโทรศัพท์
ฉันอยากปลอบพี่ แต่เพราะระยะห่างที่เกินก้าวถึง
ฉันจึงได้แต่แอบอ่านไดอารี่ที่พี่เขียน 
เพียงเพราะอยากรู้ว่าแท้จริงแล้วตอนนี้พี่เป็นอย่างไร
และซื้อขนมนมเนยที่พี่ชอบมาฝาก
พี่ไม่รู้ว่าฉันแอบอ่านไดอารี่
และไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วฉันอยากสนิทกับพี่มากแค่ไหน

ในหัวของพี่ฉันคือน้องคนสุดท้องและหัวดื้อ
เป็นเด็กที่พ่อแม่ตามใจเพราะร่างกายไม่แข็งแรง
ขณะที่พี่เป็นพี่สาวที่ต้องอดทนและเสียสละ
แม่ชอบสอนให้พี่รักฉันและเสียสละให้น้อง
ขณะที่ชอบสอนให้ฉันรักและให้เกียรติพี่
ตั้งแต่เด็กแม่ชอบบังคับให้ฉันเรียกพี่ว่า "พี่ส้ม"
แต่เพราะฉันไม่คุ้นและดื้อ ฉันเลยทู่ซี้เรียก "ส้มๆๆๆ" มาอย่างนั้น


และยิ่งโตขึ้น
ความห่างของเราเหมือนรถไฟที่วิ่งสวนกับละขบวน
ฉันรับรู้ความเคลื่อนไหวของพี่ผ่านทางสื่อโซเชียลและคำเล่าจากพ่อ
ฉันสนิทกับพ่อมากกว่าพี่...
หลายครั้งพ่อจึงหลายเป็นล่ามแปลภาษาเมื่อเราอยากรับรู้ความเคลื่อนไหวระหว่างกัน
จึงป่านนี้...ฉันยังอดสงสัยไม่ได้
ว่าอะไรที่เป็นตัวกั้นขวางเราสองคนแต่เด็ก


จนพี่ล้มลงไปคราวนั้น
ฉันจึงต้องอยู่ใกล้ เฝ้าพี่ ป้อนข้าวและพูดคุยกับหมอแทนพี่
เพราะพ่อเป็นผู้ชายและอายุมากแล้ว
ขณะที่แม่ก็อยู่ห่างจากเรา เกินกว่าที่จะเดินทางมาดูพี่ได้
เวลาพี่ผ่าตัดเสร็จ ฉันจะรอคอยอยู่หน้าห้องเสมอ
ฉันอยากเป็นคนคนนั้นที่พี่เห็นหน้า เมื่อยาสลบหมอฤทธิ์
จนเมื่อพี่เข้ารับการรักษาบ่อยครั้ง
ใบหน้าของพี่ก็ฉายแววสดใส 
หลายครั้งฉันนั่งเมาท์กับพี่ที่ริมเตียงจนผู้ช่วยพยาบาลมาตาม
เหมือนเรากำลังชดเชยวันเวลาเก่าๆ ที่ต่างคนต่างหายไป
มีครั้งหนึ่งขณะที่พี่หลับ...ฉันเปิดกระเป๋าตังค์ของพี่เล่นๆ
ฉันเห็นรูปพ่อถ่ายคู่กับพี่ ฉันรูปฉันตอนรับปริญญาใบเล็กๆ สอดไว้ข้างใน
ฉันยิ้มและเปิดคอมพ์ขึ้นมาเขียนสตอรี่ล็อก
แต่ว่าเขียนไปถึงจุดนั้น ฉันก็ตัดสินใจก็อปมันลงในโน้ตแพดแทน
คืนนั้นฉันแปะมันส่งให้พี่ในไลน์
พี่อ่านแล้วหัวเราะ
และสิ่งสติ๊กเกอร์หน้ากวนตีนมาให้


มีตั้งหลายอย่างในชีวิตที่เงินซื้อไม่ได้
แต่เพราะเหตุการณ์ที่พี่ไม่สบาย
ทำให้ฉันและพี่ได้มาคุยกันอย่างสนิทใจอีกครั้งหนึ่ง

ฉันไม่เชื่อเรื่องแรงบันดาลใจ
แต่ฉันเชื่อใน "Turning Point" ของชีวิต
เพราะพี่เป็นโรคหัวใจ
เราจึงได้มีโอกาสรักษา "หัวใจ" ของเราทั้งคู่อีกครั้ง



___________________________

ปล. ตั้งใจว่าจะเขียนเรื่องใหญ่ๆ ของปี 2016 ที่เปลี่ยนหลายๆ อย่างในชีวิต
หนึ่งในนั้นก็คือการที่พี่ไม่สบาย  : )

ตอนนี้พี่สาวสดชื่นมากแล้ว แม้จะต้องไปหาหมอและต้องเข้าผ่าตัดอีก 2-3 ครั้งก็ตาม
บอกเลยว่าไม่มีทางยอมแพ้



SHARE

Comments

KCstory
9 months ago
ขอให้ความรักยืนยง ^^
Reply
PLOYplanet
9 months ago
อ่านแล้วนึกถึงตัวเองเลย เราไม่สนิทกับพี่ ตอนเด็กพ่อแม่พยายามให้เรียกพี่ หรือแม้แต่โตมาก็แทนตัวว่าพี่ แต่ในใจเราไม่รู้สึกอย่างนั้นก็เลยเรียกไมไ่ด้ เคยถามตัวเองเหมือนกันว่าอะไรที่ทำให้เราไม่สนิทกันอย่างที่ควรจะเป็น คงเป็นเพราะเรื่องราวในวัยเด็กที่เขาสร้างบาดแผลในใจเราเวลาที่ทะเลาะกันตามประสาพี่น้อง เขาคงไม่รู้ตัว แต่ทว่ายังเป็นแผลในใจตลอดมา ทำให้เราเป็นคนที่ขาดความอบอุ่นในความรักจากพี่สาว โหยหายสิ่งนี้ เพราะมีแต่เหมือนไม่มี 
รูึกชื่นชมเธอนะ มันก็ไม่บกถูกว่าชื่นชมตรงไหน แต่ได้อ่านเรื่องนี้แล้วรู้สึกปริ่มๆ..รักในความรักของพี่สาวน้องสาวเสมอ
Reply