เรื่องเล่าของความแก่
วันที่อากาศค่อนข้างเย็น 
ในร้านค้าสะดวกซื้อใกล้โรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ขณะรอต่อคิวจ่ายเงินซึ่งข้างหน้าเราเป็นคุณยาย
เราไม่แน่ใจว่าแกอายุเท่าไหร่ แต่ผมของคุณยายขาวหมดแล้ว
คุณยายมาร้านค้าคนเดียว 

เราเห็นคุณยายตั้งแต่เริ่มเดินเข้ามาในนี้แล้ว เมื่อเดินเข้ามาคุณยายก็เดินหาของ หาอยู่สักพัก
เราเดาว่าคุณยายคงไม่ได้มาที่นี่บ่อยๆแน่ นี่อาจจะเป็นครั้งแรกด้วยซ้ำ หาอยู่สักพักใหญ่คุณยายก็ได้ของที่ต้องการ
มันเป็นจังหว่ะเดียวกับที่เราเลือกของเสร็จพอดี
คุณยายเดินมาจ่ายตังค์
ตรงข้ามกับคุณยายเป็นพนักงานปากแดงซึ่งปกติเราไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ ยอมรับว่าอคติล้วนๆ
คุณยายยื่นของที่ต้องการซื้อส่งให้พนักงาน ซึ่งเป็นของเพียงชิ้นเดียวที่จะซื้อนั่นก็คือผ้าอ้อมสำเร็จรูปสำหรับผู้ใหญ่
หลังจากส่งของให้พนักงานคิดเงิน พนักงานก็บอกราคากับคุณยาย 196 บาท
หลังจากนั้นก็ถามยายต่อไปว่ายายจะซื้อไปให้ใคร
ยายไม่ตอบ
พนักงานเลยถามต่อไปอีกว่าคนที่จะใส่ตัวใหญ่แค่ไหน ตัวอ้วนไหม ตัวใหญ่เท่าหนูไหม(พนักงานตัวค่อนข้างอ้วน) หรือตัวเท่าใครแถวนี้หรือเปล่า ตัวเท่ายายไหม
ยายมองไปรอบๆ แล้วแกก็ตอบว่าไม่มี แต่แกตัวใหญ่...ใหญ่มากๆ
พนักงานก็บอกว่างั้นยายต้องเปลี่ยนเป็นไซต์ที่ใหญ่กว่านี้น่ะไซต์แอลจะมีแถบสีม่วงๆ
จากนั้นยายก็เดินออกไปหาไซต์ผ้าอ้อมอันใหม่ เราก็ไปจ่ายตังค์และเดินออกมา
แวะนั่งกินไอติมกับเพื่อนข้างๆร้านสะดวกซื้อ
เวลาผ่านไปสักพัก นานพอสมควรไอติมในมือเราหมดแล้ว
สายตาของเราก็เหลือบไปเห็นยายเดินออกจากร้านค้า ในมือยังมีผ้าอ้อมสำเร็จรูปของผู้ใหญ่เพียงอย่างเดียว ด้วยความแปลกใจเราเลยถามเพื่อนว่ายายแกเข้าไปตั้งนานแล้วน่ะ แกพึ่งออกมาหรอ
เพื่อนเราที่ออกตามหลังเราไม่นานก็บอกเราว่าแกเสร็จตั้งนานแล้วน่ะเสร็จก่อนเพื่อนเราอีก
แล้วแกกลับมาอีกหรอ เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจ
กลับมาอีกทำไม หรือซื้อไปแล้วคนที่จะใส่ใส่ไม่ได้

แกซื้อไปให้ใคร คุณตา? ลูก?

ทำไมคนแก่ขนาดนี้ยังไม่สบายสักที ทำไมยังต้องมาซื้อของใช้ให้ใครอีกคน

มันน่าจะเป็นคนอื่นมากกว่าที่จะต้องมาซื้อ

ยายแกก็ดูไม่เชี่ยวชาญกับสถานที่ในโรงบาล
ขนาดเรายังไม่แก่มากเรายังงงเลย หลายๆครั้งเราก็หลง
แล้วยายแกจะกลับถูกหรอ แกจะจำได้จริงๆหรอว่าหอผู้ป่วยที่แกจะไปคือตึกอะไร
ยังดีน่ะที่เป็นคุณยายแกอาจจะกลับถูก
หวนให้คิดเล่นๆ
แล้วถ้าเป็นเราตอนแก่หล่ะ
ทั้งๆที่ขาสองข้างไม่แข็งแรงเราจะเดินมาถึงร้านค้าไหม
แก่มากแล้วสายตาจะยังมองเห็นหรอ จะอ่านหนังสือได้อยู่ไหม
จะรู้หรอ ว่าอันไหนคือไซต์อะไร


คนที่รอผ้าอ้อมจากคุณยายคนๆนั้นโชคดีมากเลยที่ยังมีคุณยายคอยดูแล
มันทำให้เราคิดถึงเหตุการณ์หนึ่งบนหอผู้ป่วยศัลยกรรมหญิงในหน้าหนาวเมื่อปีที่แล้ว
เราได้รู้จักคุณยายคนนึง
ยายไม่มีญาติอยู่ในจังหวัดนี้ และยายก็จากบ้านเดิมมานานจนทำให้ไม่รู้ข่าวคราวคนทางบ้านเลย
ยายย้ายมาอยู่กับตา แต่โชคไม่เข้าข้างตาจากยายไปทิ้งยายไว้คนเดียวมาปีกว่า
ยายไม่มีลูก ยายไม่รู้จักเทคโนโลยี ยายไม่มีมือถือ จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเลขที่บ้านเก่าคืออะไร
ยายแก่มากแล้ว แก่มากขนาดที่เรามั่นใจได้100% ว่าพ่อแม่ของยายไม่อยู่แล้วแน่ๆ
วันหนึ่งยายลื่นล้ม ก้นกระแทกพื้นเดินไม่ได้ ตาก็มองอะไรไม่ค่อยจะเห็นแล้ว
ยายเจ็บ น่าจะเจ็บมากๆแต่ยายอยู่บ้านคนเดียว ไม่มีใครมาช่วยประคองยายให้ยืนขึ้น
ยายต้องค่อยๆตะกายตัวไปให้ใกล้หน้าบ้านมากที่สุด
เวลาผ่านไป 2 วัน
จึงมีคนมาพบยายและเรียกให้รถมูลนิธิพายายมาส่งโรงพยาบาล
หลังส่งเสร็จเขาก็ไปไม่มีใครอยู่เยี่ยมที่โรงพยาบาล
หลังจากเจอหมอและ X-ray ดู พบว่ายายกระดูกหัก ตอนนี้ยังไงก็เดินไม่ได้นอนพักอย่างเดียว
ต้องรักษาซึ่งมี 2 วิธี
ซึ่งทั้งสองวิธีนั้นไม่ว่าจะเลือกทางไหน ยายก็ต้องมีคนดูแล
เรารับรู้ได้ถึงความกังวลของยาย
ตอนที่นอนโรงพยาบาลยายไม่ยอมกิน 
ไม่แม้กระทั่งฉี่ แกกลั้นเอาไว้ไม่ยอมพึ่งพาใคร แกให้เราเข้าไปถามถึงจะยอมบอกว่าปวดฉี่
มันเป็นอะไรที่สะเทือนใจเรามาก
เราเดินไปหาแกบ่อยมากใน 1 วัน แกไม่ค่อยคุยกับเรา
หูก็ไม่ค่อยได้ยิน
ถามอะไรก็ไม่ตอบ บอกแค่ว่าอยากกลับบ้าน ห่วงบ้านไม่มีใครอยู่บ้าน ไม่มีเงินจ่ายค่าหมอ
เรารับรู้เรื่องราวของยายไม่กี่วัน ก็หมดหน้าที่ของเรา เราต้องกลับมาทำหน้าที่ตรงส่วนอื่น
เราถามใถ่อาการยายจากเพื่อนเรา แต่ก็ไม่ค่อยได้ความเพราะเพื่อนก็ยุ่งๆในส่วนของเพื่อน
เขียนมาถึงตอนนี้ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะสื่ออะไร
จริงๆแล้วการเป็นคนแก่มันไม่ได้แย่
แต่ไม่รู้สิ ทำไมเราถึงรู้สึกกลัว
กลัวที่จะต้องอยู่คนเดียว
กลัวที่จะต้องรับรู้ว่าคนรอบๆตัวเรา คนที่เรารู้จักค่อยๆจากไปทีล่ะคน
กลัวว่าต้องไปพจญชีวิตในโรงพยาบาลแบบคุณยายคนเดียว ไม่แบบใดก็แบบหนึ่ง

แต่คนที่แก่แบบแฮปปี้ก็มีน่ะ
แต่อย่าเอามาเปรียบเทียบกัน ให้รู้สึกว่าโชคชะตาลำเอียงมากไปกว่านี้เลย

แล้วเราหล่ะจะต้องแก่ไปแบบไหน
SHARE
Writer
puzzlesmilefight
reader
me decision me you decision you

Comments