นั้นสิเนอะ
      ให้ตายเถอะ ต้องตื่นจากความฝันแล้วเหรอเนี่ย ทรมานเหลือเกิน 

      ในที่สุดวันปีใหม่ก็ได้ผ่านพ้นไป สิ่งที่ตัวเองตั้งใจจะทำก็ได้ทำจนหมดสิ้น ผมได้ไปฉลองปีใหม่ครั้งแรกโดยการเที่ยวต่างจังหวัดในรอบ20ปี ในความวุ่นวายของกรุงเทพ ผมนึกว่าการเที่ยวครั้งนี้จะช่วยทำให้หลีกหนีความวุ่นวายนั้นไปได้ แต่คิดผิดถนัด จึงทำให้การเที่ยวครั้งนี้เป็นประสบการณ์ที่รู้สึกจะกลางๆ คือจะดีก็ไม่ได้ จะไม่ดีก็ไม่เชิง สวัสดีสิ้นปีเธอ ...

ผมได้สารภาพรักกับคนที่ผมแอบชอบ ผมได้ทำในสิ่งที่ผมเองไม่เคยคิดว่าจะกล้าทำ ช่วงสองสามเดือนก่อนผมประหลาดใจในความรู้สึกของตนเอง ผมมีแรงบันดาลใจดีๆ ความคิดที่แปลกไปกว่าเดิม กลับกลายเป็นคนอ่อนโยนมากขึ้น จากที่ตัวเองนั้นเป็นคนหุนหันพลันแล่นมักจะทำอะไรเร่งรีบเสมอๆ เป็นเพราะเธอนั้นแหละที่ทำให้ผมเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ โชคดีมากๆที่พวกเราได้รู้จักกัน :)

แต่ .... โชคชะตาไม่ได้ขีดให้ผมกับเธอได้เดินเคียงกันนับจากนี้ ผมว่ามันจริงที่สุดนะกับคำที่บอกว่า 

" ความจริงเป็นสิ่งที่แน่นอนที่สุด ไม่สามารถมีอะไรมาเปลี่ยนแปลงมันได้ " 


คำตอบที่ได้หลังจากสารภาพว่าชอบเธอไป เป็นคำตอบที่ทำผมจุกและรู้สึกใบ้รับประทานอย่างกะทันหัน แม้จะรู้คำตอบและทำใจมาซักระยะก่อนแล้ว ก็ไม่อาจจะช่วยเยียวยาความรู้สึกของผมได้แม้แต่เศษเสี้ยว ผมใช้เวลากว่าจะเปิดอ่านข้อความที่ได้จากเธอเป็นเวลาถึงครึ่งชั่วโมง ความกลัวทุกๆอย่างเข้าครอบงำผมทุกทาง
เขาจะปฏิเสธมั้ยนะ , เขาจะตอบข้อความเรารึเปล่านะ , เขาจะเกลียดเรามั้ยที่เราสารภาพว่าชอบ
ผมดึงดันว่าจะเปิดข้อความแล้ว จะเปิดข้อความแล้ว ! แต่ไอ้หัวสมองตัวดีกับนิ้วมือของผมมันดันทำงานไม่สอดประสานกันซักนิด จนในที่สุด! ผมทนความอยากรู้อยากเผือกไม่ได้ จึงรวบรวมความกล้าเฮือกสุดท้ายกดเข้าไปอ่านให้รู้แล้วรู้รอดไป 
ถูกปฏิเสธแล้วนะ ..
TT น้ำตาทั้งจากลูกกะตาเกิดอาการคลอเบ้าอย่างเห็นได้ชัด ในหัวใจก็ร้องออกมาอย่างเงียบเชียบ บริเวณรอบข้างของผมพลันดูเงียบงันโดยอัตโนมัติ พร้อมกับมีเสียงตีกันในหัวสมองจนทำผมสติหลุดลอยไปไกลแสนไกล พลันมีเสียงของผมถอนหายใจออกมาเป็นเสียงแผ่วเบาว่า " เฮ้อ จริงๆเหรอเนี้ย " ผมย้ำอ่านข้อความของเธอหลายรอบเพื่อเน้นย้ำว่าสิ่งที่ผมได้อ่านไปคือของจริง มันคือความจริง ผมไม่อาจทำอะไรได้อีก สิ่งที่เคยหวังไว้ลมๆแล้งๆ กับกลายเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ ทั้งวันผมไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรต่อ ได้แต่นอนคลุกอยู่บนเตียง เตียงเดิมๆ อยากข่มตาหลับให้ผ่านพ้นไปให้ได้เร็วๆแต่เหมือนยิ่งต่อต้านเรื่องแบบนี้ มันจะยิ่งอยู่กับเรานานมากขึ้น ให้ตายเถอะ เสียใจเหลือเกิน ..

ผมใช้เวลาอยู่กับมันถึง1วันเต็มๆ พอเช้าของพรุ่งนี้ผมก็กลับกลายมาเป็นคนที่มีความรู้สึกปกติ ไม่เสียใจ ไม่ร้องไห้ ผมเริ่มยอมรับความจริงกับสิ่งที่เกิดขึ้น เป็นเรื่องน่าประหลาดที่ผลลัพธ์มันทำให้ผมทำใจได้ไวขึ้น ไม่จุกไม่อึดอัดเท่าตอนผมต่อต้านความจริงอย่างอีตอนแรก ผมต้องสวมวิญญานกลายเป็นคนที่ต้องเข้มแข็งขึ้นมาทันที แต่ภายในใจกับต้องกดความรู้สึกอันแสนเจ็บปวดให้ได้ ต้องทนกินความขมขื่นภายในใจ นี้่ก็ผ่านมาซักพักแล้ว ผมก็ไม่อาจเป็นคนที่รู้สึกมีความสุขเหมือนตอนแรกๆที่พวกเราได้อยู่ด้วยกัน ไม่ได้อีกแล้ว 

ความสัมพันธ์ระหว่างเราไม่ได้พังลง ความเป็นเพื่อนยังคงเป็นเฉกเช่นเดิม ถ้าผมโอเคด้วย เธอว่ากับผมแบบนั้น สุดท้ายแล้วพวกเราก็ยังคงเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม อยากปรึกษาอะไรก็ยินดีเสมอ เธอก็ยังคงแสนดีของเธอตลอดมา มีแต่ผมเองที่ต้องลดความรู้สึกของตัวเองให้เบาบางลง มันเป็นการกระทำที่ฝืนความรู้สึกเป็นอย่างมาก แต่จะทำอะไรได้มากกว่านี้ก็คงไม่มีอีกแล้ว ผมไม่อาจกล้าคุยกับเธอได้เยอะเหมือนเดิม ไม่อาจทักไปหาเธอได้บ่อยเหมือนเดิม ไม่อาจทำตัวสนิทสนมได้มากกว่าเดิม ทุกๆอย่างมันมีเหตุผลของตัวเองทุกๆเรื่อง ผมจำเป็นต้อง Fade ตัวเองออกมา Fade ออกมาจากเธอยิ่งได้มากเท่าไหร่ยิ่งดี ไม่อยากเดินล้ำเส้นไปมากกว่านี้แล้ว ที่ทำเพราะไม่ใช่ว่าผมไม่อยากคุยกับเธอแล้ว อยากลืมเธอ มันไม่ใช่ทั้งนั้น ที่ต้องทำก็แค่ " อยากใช้เวลาไปพักหัวใจของตัวเอง ไม่อยากเห็นหน้าเธอบ่อยๆอีก เพราะทุกครั้งที่ผมเห็นเธอ ความรู้สึกดีๆภาพในอดีตที่ผมชอบเธอมันจะคอยตอบย้ำให้ผมไม่สามารถก้าวเดินต่อไปได้อีก ผมฝันมานานเกินไป ฝันว่าเราจะได้เดินคู่กันไปอย่างที่คิดไว้ และทุกๆครั้งที่ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นมาเมื่อไหร่ ผมจะรู้สึกเกลียดตัวเองขึ้นมาทันที " 
อีกกี่ปี อีกกี่10ปี เราถึงจะกล้าคุยกับเธอได้อย่างตอนแรกนะ ป่านั้นเธอก็น่าจะแต่งงานแล้ว หากวันนั้นมาถึงเราก็คงน้ำตาคลอเบ้าอีกแล้วแน่ๆ โชคชะตากลั่นแกล้งเราอีกแล้วสินะ ไม่เคยสมหวังเลย ไม่เลย
จะเฝ้ามองดูอยู่ห่างๆแบบนี้นะ หากยังไม่ตายซะก่อน :)
                                          แตมป์




SHARE
Written in this book
THOYDAY
ทุกๆวันคือวันของตอย 🍀
Writer
hi_sky
Student
ชอบสีท้องฟ้าเหมือนกันมั้ย :)

Comments