ไร้สำนึก
อยู่ข้างล่างหอแล้ว..ลงมารับหน่อย
    เสียงหวานเล็กนิ่งๆดังจากปลายสาย เสียงที่คุ้นเคยและไม่ได้ยินมานาน เสียงที่คุ้นเคย...ดังมาจากปลายสาย เธอเป็นเสี้ยวหนึ่งในความทรงจำ เสี้ยวหนึ่งของเขายังมีสสารความทรงจำตกค้างอยู่ มันตกผลึกและซ่อนอยู่ลึกสุดใจ

รีบบึ่งออกจากห้องสี่เหลี่ยมอับกลิ่นมะเร็ง เสียงปังตามมาจากการปิดประตู จังหวะการก้าวเท้าเร็วแต่ไม่มั่นคงเหมือนความรู้สึกและสำนึกคิด เธอและเขาไม่ควรพบกันอีก ไม่ควรพูดคุยกันอีก ควรไร้ซึ่งปฏิสัมพันธ์ทุกๆอย่างซึ่งกันและกัน อีกก้าวเดียวจะพ้นประตูกระจกสีทึบและจะพบกับเธอ..อีกครั้ง 
ใจหล่นลงไปเต้นตรงตาตุ่ม ความกลัว ความวิตกกังวล ไหลเวียนวนเหมือนแรงดูดของชักโครก วนอยู่สองสามจังหวะ และสุดท้าย..

ไม่ได้เจอกันนานนะ..
    เขากล่าวทักทายด้วยดวงตาสีน้ำตาล มันเป็นคำพูดที่ไม่ได้เอ่ยออกมา มันดังในสำนึกคิดของเขาและเธอ เธอเดินผ่านเขาไปข้างใน กลิ่นแชมพูที่เขาคุ้นเคยพัดจางๆผ่านอากาศเข้าสู่ประสาทสัมผัส เขาคุ้นเคยกับแชมพูนี้เป็นอย่างดี ก้าวแต่ละก้าวบนบันไดเป็นไปอย่างเนิบๆ เขาสังเกตุได้ว่าเธอดูอวบขึ้น เธอรู้อยู่เต็มอกว่าสายตาเขาซุกซนเสมอ เขาเป็นผู้ชายผอมสูง โดยทั่วไปแล้วก็คือ"ธรรมดา" เว้นแต่นัยย์ตาสีน้ำตาลและริมฝีปากที่ไม่เคยอยู่นิ่งและดึงดูดผู้คนอยู่เสมอ เขาเดินนำเธอเพื่อเปิดประตู เขาและเธอสบตากันอีกครั้งก่อนประตูจะแง้มออก ความเงียบเจือความหม่นผสมผสานอย่างลงตัวในบรรยากาศ 

"ดื่มอะไรมั้ย?" เสียงทุ้มของเขาดึงเธอออกจากภวังค์
"คุณก็รู้ว่าชั้นไม่ชอบเครื่องดื่ม Marlboro Arctic Black นั้นน่าสนใจกว่าเยอะเลย" 
คำพูดคำจาของเธอยังบ่งบอกทัศนคติและมาดเสมอ

    เขายิ้มกรุ้มกริ่มเหมือนรู้คำตอบอยู่แล้ว บุหรี่ได้ถูกจุดขึ้นในห้องอับ เขาและเธอไม่แยแสในความอับของกลิ่นและยางอางอยู่แล้ว เสื้อยืดแขนสั้นสีขาวของเขาเจือไปด้วยกลิ่นควันเสมอๆ 

"ยังชอบอ่านเกี่ยวกับเพลโต ตลอดเลยนะ" เธอเริ่มเปิดบทสนทนา
"คุณก็รู้ว่า Perfectionist ต่างๆมักมีแบบของตัวเอง" เขาตอบแต่ไม่ตรงคำถาม
"แต่คุณไม่ใช่ Perfectionist" สายตาเธอมองลอดหนังสือเล่มหนาออกมาแสดงความซุกซน
"ถ้าคิดตามเพลโต.." เขากำลังจะพูด
"โลกนี้ก็เป็นแค่เงาสะท้อนของแบบ มนุษย์และสรรพสิ่งเป็นแค่ Imperfection.." เธอเสริมต่อราวกับอ่านความคิดของเขาออก
"ดักทางแบบนี้ก็ทำผมดูแย่สิ" เขาเขยิบตัวเข้ามานั่งข้างๆ
"งั้น ชั้นตอนนี้ก็ไม่ใช่ชั้นจริงๆ"
"คุณอาจเป็นเงาสะท้อนของ แบบ ของคุณก็ได้"
"แล้วคุณจดจำ แบบ ของฉันยังไง" เธอยิ้มมุมปากพร้อมวางหนังสือลงและบี้บุหรี่ลงบนที่ๆมันสมควร
"แบบ ที่จริงที่สุดของคุณคือผู้หญิงตัวปัญหา ทำตัวหยิ่งยโสและเย็นชา" เขากันมือเธอไม่ให้ลดหนังสือลง
"พูดแบบนี้กับผู้หญิงไม่ดีเลยนะ แบบ ของคุณเป็นคนสุภาพ พูดน้อยและไม่รุนแรง" เธอไม่ยอม
"คุณโกหกไม่เนียน"
"ฉันอาจทั้งโกหกและไม่ได้โกหก" 
"แบบ ที่คุณจดจำผมมันก็ไม่จริงซะทั้งหมดและไม่ผิดซะทั้งหมด ในทางกลับกันการมีอยู่ของผมต่างหากคือสื่งที่แท้จริง ผมมีอยู่เพื่ออย่างเสรีและเสรีภาพของผมเองก็ต้องถูกจัดการโดยผมเอง" เขาคร่อมเธอลงบนเตียง
"มนุษย์มีเสรีภาพเป็นคำสาป...คุณยังไม่หลุดพ้นจากงานของ ซาร์ตจริงๆด้วย" เธอไม่ขัดขืน
"ถ้าอย่างนั้นในสถาณการณ์นี้ใครเป็นคนริดรอนเสรีภาพล่ะ" เขาสบตาและคาดการณ์
"คุณก็รู้ว่าไม่มีใครสามารถริดรอนเสรีภาพของมนุษย์ได้อย่างแท้จริง แม้แต่ฮิตเลอร์หรือเลนิน"
"มนุษย์มีสำนึกในตัวตน แต่ผมคาดการณ์ไว้ว่าตอนนี้สำนึกในตัวตนของคุณคงเบาหวิวเหมือนขนนกในอากาศ"
"บางทีตอนนี้ชั้นอาจเป็นวัตถุไร้สำนึกไปแล้วก็ได้ ใครจะรู้เพราะแม้แต่ตัวฉันในตอนนี้ยังไม่แน่ใจ" 
"ถ้าคุณเป็นวัตถุไร้สำนึกจริง คุณคงหลุดพ้นไปแล้ว แต่การมีอยู่ของคุณในห้องผมแบบนี้มันสวนทาง" เขาจับไปที่รอยแดงคล้ายฝ่ามือบนใบหน้าเธอ
"ถ้าศีลธรรมเป็นสิ่งที่วัดมาตราสำนึกของมนุษย์แล้ว ฉันคงเกิดมาไร้สำนึก"
"มันไม่ใช่ความผิดของคุณ" น้ำเสียงเขาอ่อนลง
"ฉันบอกไม่ได้ว่าฉันผิดหรือถูกต้อง ฉันแค่ไหลไปตามเวลาและสำนึก" เธอจับมือเขา

    เวลาล่วงผ่าน จากห้องกลิ่นควันอับกลับมีฟีโรโมนหลั่งไหลคละคลุ้งทั่วบริเวณ สำนึกและศีลธรรมไม่อาจกลั้นเสรีภาพได้.

บนโลกนี้จะมีความอับอายสากลมั้ย
เธอแหวกความเงียบและควันบุหรี่ด้วยคำถามปรัชญาของโสกราตีส
"มนุษย์เป็นมาตรวัดของทุกสรรพสิ่ง" เขาตอบเสียงแผ่ว
"คุณเชื่อในโซฟิสต์มากกว่าโสกราตีสตั้งแต่เมื่อไหร่" เธออมยิ้มแปลกใจ
"คุณเพิ่งพิสูจน์มันเมื่อสักครู่" เขาหันมาสบตา
"ฉันคงเป็นผู้หญิงที่แย่มาก" เธอมองที่มือข้างซ้ายที่ว่างเปล่า
"คุณแค่ไม่ตอบโจทย์สำหรับเขาคนนั้น โดยเฉพาะอารมณ์ร้ายของคุณ" เขาลุกขึ้นโอบเธอจากด้านหลังและจูบลงบนต้นคอ
"ถ้าเป็นรอยชั้นจะฆ่าคุณ" เธอพูดเสียงแผ่ว
"ก็แค่... แบบ ของคุณในขณะช่วงนาทีนี้ ไม่ใช่คุณจริงๆซักหน่อย" เขาซุกซนและยังไม่หยุด
"แบบ ที่มีเงาสะท้อนเป็นวัตถุไร้สำนึกและยางอาย"
"คุณจะเอาปรัชญาทั้งหมดมารวมกันแบบนี้ไม่ได้นะ" เขาหัวเราะและปล่อยเธอ
"ชั้นยังไม่อยากกลับ" เธอหันมาสบตาด้วยแววเศร้า
"แต่คุณอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้ การมีอยู่ของคุณมันชัดเจนในห้องนี้ก็จริง แต่มันไม่ถูก"
"คุณกำลังจะกำหนดให้ชั้นฟังว่าอะไรถูกอะไรไม่ถูกต้อง"
"คุณมีอิสระในการรับฟังและไม่รับฟัง" เขาพูดกล่อม

"เราเข้ากันได้"
"ผมเคยคิดว่าเราอาจเข้ากันได้"
"มันไม่ง่ายที่จะหาคนที่เข้ากันได้เจอ" 
"แต่ไม่ได้มีใครบอกว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะมีคนเข้ากันได้มากกว่าคนนึง" 
"คุณเป็นทั้งคนที่เข้ากันได้และเข้ากันไม่ได้สำหรับฉัน"
"ผมแหกกฎ A เป็น Non A ในเวลาเดียวกันไม่ได้ ผมไม่สามารถกระโดดลงแม่น้ำสายเดียวกันได้สองครั้ง"
"แล้วถ้าชั้นจะพิสูจน์การแหกกฏธรรมชาตินั้น ชั้นต้องแลกด้วยอะไร" เธอยังเซ้าซี้
"เฮราเครตุสคงไม่สบอารมณ์มากแน่ๆ" เขายังคงหยอกเย้า
"หมดเวลาของคุณแล้วแม่นักปรัชญาตัวแสบ คุณมาหาผมได้และมีเซ็กส์กับผมได้ แต่คุณหนีสังคมและความเป็นจริงไม่ได้"
"น่าเศร้าที่คุณพูดถูก" เธอเสียงแผ่วลง

เพราะคุณมีคุณค่าในตัวเองมากกว่ารอยแดงบนใบหน้านั้น
  เขากล่าวขึ้นขณะเธอยังใส่เสื้อผ้า สายตาอาวรณ์ของเขามองไปที่เรือนร่างที่คุ้นเคยของเธอ "แบบ" ที่ชัดเจนของเธอปรากฏขึ้นในภวังค์และสำนึกดึงเขาให้กลับมาในความจริง เขาเคยคิดว่าสำนึกจะพาเขาและเธอไปกันได้รอดในความสัมพันธ์ แต่สุดท้ายแล้วความสัมพันธ์ของเขาก็เป็นแค่แบบสะท้อนของแบบที่แท้จริง..ที่เขาเลือกจะจดจำ 
สวยงาม
แต่ไม่จริง 

คุณเสียใจกับเสรีภาพที่คุณเลือกบ้างหรือเปล่า?
 เธอถามเขาก่อนจะออกจากห้องไป
"จริงแล้วผมเสียใจ แต่ผมไม่สามารถจัดการอะไรกับอดีตได้"
"คุณเป็นผู้หญิงที่ดีสำหรับผม แต่ผมไม่ใช่ผู้ชายที่ถูกต้องสำหรับคุณ" เขากล่าวออกมาจากใจ
"ถ้าเช่นนั้น ชั้นจะเชื่อในสำนึกของคุณเพราะฉันไม่สามารถตัดสินใจได้ ฉันเป็นสิ่งแปดเปื้อน ไร้สำนึก และยึดติดกับสิ่งลวงหลอก เงาสะท้อนและสิ่งไม่จริง ฉันมอบเสรีภาพครั้งนี้ให้คุณ" 
เธอยิ้มและกล่าวออกมาจากใจ


"ผมขอโทษแต่คุณต้องไป"
"ฉันขอบคุณและฉันต้องไป"
เพราะแท้จริงแล้วคุณรู้ดีว่าคุณมีสำนึกในตัวตนเสมอมา ที่นี่มันคือการหลอกตัวเอง
เขาพูดในภวังค์หลังจากเธอจากไป


SHARE
Writer
Nocturnal
Sincered human being
I​ don't​ fear a​ curtain death, death​ is​ curtain.

Comments

ChaKiLl
4 years ago
เราไม่เก่งด้านการตีความ ที่จริงต้องบอกว่าไม่ค่อยเข้าใจอะไรลึกซึ้งเท่าไหร่ แต่กลับรู้สึกชอบนะ อ่านจบแล้วรู้สึกหน่วงๆดี
Reply
Nocturnal
4 years ago
ขอบคุณครับที่ชอบและสุขสันต์วันวาเลนไทน์นะครับ :)