เขาทำให้เพลงรักของฉันกลายเป็นเพลงเศร้า
 “มันก็โรแมนติคดีนะ แต่มันไม่เรียล” ฉันพูดก่อนที่จะกระดกเบียร์เข้าไปจนหมดแก้ว ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์หรือคิดแบบนั้นจริงๆ ฉันถึงได้พูดประโยคนั้นออกไปตอบประโยคบอกเล่าหลายประโยคที่เล่าออกมา มีเนื้อความเกี่ยวกับคู่รักคู่หนึ่งที่กำลังจะแต่งงานกัน ไม่ใช่สิ ผู้ชายกำลังจะขอผู้หญิงแต่งงาน เขากำลังวางแผนเพื่อขอเธอแต่งงาน

จะว่าไปแล้วเราก็รู้จักกันมานาน สนิทกันตั้งแต่ม.ต้น เราผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตมาด้วยกัน เขาก็ยังคงเป็นเขา ซับซ้อน คิดมาก เข้าใจยาก ต่างจากฉันที่ใช้ชีวิตไปวันๆ ไม่ค่อยมีอะไรในสมองซักเท่าไหร่ ทำให้บางทีฉันก็สงสัยว่าในหัวโตๆของเขานั่นมีอะไรบรรจุอยู่บ้าง

จริงๆแล้วเหตุผลที่ทำให้เรารู้จักกันคงเป็นเพราะศิลปะ เขาเคยพูดอย่างนั้น แต่ฉันก็ไม่ค่อยแน่ใจ เขาลึกซึ้งกว่าฉันเสมอ นั่นทำให้ฉันแอบชื่นชมเขาอยู่หน่อยๆ แต่ฉันจะไม่บอกเขาหรอก บอกไปก็เสียฟอร์มแย่สิ คุณว่าไหม

แต่สำหรับเขาฉันก็คงเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งล่ะ เหมือนทุกคนที่เขารู้จัก เราอาจจะเข้ากันได้ดีมากกว่าจะเป็นเพียงคนรู้จัก แต่ฉันก็ไม่สามารถทำให้เขารักได้ อาจเป็นเพราะฉันช่วยเขาได้หลายๆเรื่อง และเต็มใจที่จะช่วย เป็นเพราะแบบนี้ล่ะมั้งเราถึงยังมีกันอยู่ในชีวิต

คงจะพูดได้อย่าเต็มปากว่าเราพบกันเพราะดนตรี อันที่จริงเราแทบจะไม่ได้คุยกันในห้องเรียน ความสัมพันธ์ของเราเริ่มขึ้นจากห้องซ้อมดนตรีซะมากกว่า เพราะเราฟังเพลงเหมือนกัน ฉันรู้ว่าวงโปรดเขาคือวงไหน เหมือนกับที่เขารู้ว่าเพลงแบบไหนที่ฉันชอบฟัง เพราะแบบนั้นเราเลยมีเรื่องที่จะคุยกันแบบไม่รู้จบ

อีกเรื่องก็คือฉันไม่เคยบอกใครว่าอยากเป็นนักเขียน มีแต่ความทรงจำที่จำได้ลางๆว่าฉันอยากเขียนนิยาย จำได้ว่าตอนนั้นจริงจังวางพล็อตเรื่องไว้อย่างดิบดี แต่พอมาเขียนจริงๆเรื่องราวทั้งหมดถูกเขียนได้เพียง1หน้ากระดาษเอสี่ แต่ฉันก็จำแทบไม่ได้ว่าตอนนั้นฉันผิดหวังไหม หรือเสียใจรึเปล่า ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ไม่ได้เขียนอะไรอีกเลย เหตุผลอื่นที่นอกจากการไม่รู้จะเขียนอะไรแล้วก็คงเป็นเพราะฉันไม่กล้าเริ่มเขียนอะไรอีกเลย แต่สิ่งหนึ่งที่ยังติดตัวมาถึงตอนนี้คือนิสัยรักการอ่าน แม่บอกว่าฉันชอบหมกตัวอยู่ในห้องคนเดียวไม่ยอมออกไปเล่นกับเพื่อนเพราะติดนิยายงอมแงม

ถ้าย้อนกลับไปได้ฉันคงขอบคุณตัวเองในวันนั้น ขอบคุณหนังสือเล่มแรกที่ฉันอ่านจบจนทำให้อยากอ่านเล่มต่อๆมา และทำให้ฉันรู้จักกับเขามากขึ้น ใช่ ถ้าคุณกำลังสงสัยเขาก็ชอบอ่านหนังสือ คุณน่าจะเคยได้ยินที่เขาพูดกันว่า คนที่เหมือนกัน มักจะดึงดูดกันเสมอ ฉันว่ามันจริงใช้ได้เลยล่ะ

เกริ่นมาซะยืดยาว ฉันแค่อยากจะบอกว่า เขาเป็นคนแรกที่พูดว่าฉันน่าจะไปเป็นนักเขียน เขาพูดในสิ่งที่ฉันไม่กล้าแม้แต่จะคิด จนถึงวันนี้ เขาก็คงยังไม่รู้ ว่าเขาได้จุดประกายอะไรบางอย่างในตัวฉันขึ้นมา เขาทำให้ฉันกล้าที่จะเขียน

“ไหนมึงเคยบอกกูว่า ผู้หญิงคนไหน ถ้ามีคนเล่นเพลงนี้ให้คงจะโชคดีที่สุดในโลก มึงเคยพูด กูจำได้ ” เสียงเขาดังลอดเข้ามาขัดจังหวะความคิดของฉัน

“เออ กูจำได้น่า แต่เล่นเพลงอื่นดีกว่าเชื่อกู พี่คะ ขอเบียร์อีก2ขวด” ฉันรีบตอบก่อน หันไปมองเวทีที่ตอนนี้มีคนยืนถือกีต้าร์เก้งๆกังๆอยู่2คน

“ทำไมวะ หรือมึงจะเก็บไว้ใช้ตอนงานแต่งมึง เอาน่า อย่าหวงนักเลย กูรู้เพลงนี้มึงชอบ กูเล่นให้เค้า มึงก็จะได้ฟังด้วยไง เตรียมตัดชุดเพื่อนเจ้าบ่าวเอาไว้เลยนะมึง”

พอดีกับที่เขาพูดจบ นักดนตรีบนเวทีก็ได้เริ่มบรรเลงเพลงรักหวานซึ้ง โชคดีที่เสียงมันดังพอที่จะกลบเสียงสะอื้น และร้านนี้ก็มืดพอที่จะทำให้เขาไม่เห็นน้ำที่ไหลออกมาจากดวงตา เขาทำให้เพลงรักของฉันกลายเป็นเพลงเศร้า







SHARE
Writer
oliveeeeee
student
based on sad story

Comments