สูตรลับ
 "Think Out Loud" | หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ | 6 มกราคม 2560

เมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ... ดิฉันให้กำเนิด “มีคุณ” บุตรชายคนแรกของดิฉัน

“มีคุณ” นำความสุขและความตื่นเต้นมาให้กับทุกคนในครอบครัว พร้อมกับประสบการณ์และความท้าทายของการเป็น “คุณแม่มือใหม่” ... นอกจากจะต้องอดหลับอดนอนแล้วนั้น ยังต้องคอยปฏิบัติตามคำแนะนำการเลี้ยงดูลูกจากคุณหมอ คุณย่า คุณยาย ที่ต่างก็มี “ตำรา” การดูแลบุตรจากประสบการณ์ของตัวเองที่อยากให้เราทำตาม

การปฏิบัติตาม “ตำรา” หรือคำแนะนำเหล่านี้อย่างเคร่งครัดนั้น บางครั้งก็เป็นการช่วยให้เราผ่านเหตุการณ์ต่างๆ ไปได้ด้วยดี ... แต่บางครั้งก็เพิ่มความเครียดให้กับคุณแม่มือใหม่หลายคน เพราะเด็กทุกคนต่างก็มีความต้องการที่ต่างกัน ... วิธีการเลี้ยงดูที่ได้ผลกับเด็กคนหนึ่ง อาจไม่สามารถนำมาใช้กับเด็กอีกคนได้เสมอไป

ทุกครั้งที่เราจะทำอะไร ... เรามักเสาะหา “สูตรลับ” หรือ “เทคนิค” ต่างๆ เพราะคิดว่าสูตรหรือเทคนิคเหล่านั้นเป็นวิธีการที่ “ดีที่สุด” แต่ตำราที่สืบทอดกันมาในอดีต อาจจะไม่ได้สอดคล้องและเหมาะสมกับบริบทที่ต่างกันและโลกที่เปลี่ยนไปในปัจจุบันเสมอไป

ประสบการณ์การดูแลลูกในช่วงนี้ ทำให้ดิฉันนึกถึงหนึ่งในวิชา Design Thinking ที่ Stanford d.school ที่เริ่มต้นคาบแรกของการเรียนด้วยกิจกรรม “ทำอาหาร”

นักเรียนในห้องถูกแบ่งเป็นทีม ทีมละสองคน แต่ละทีมได้รับ “สูตรอาหาร” พร้อมวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการประกอบอาหารหลากหลายเมนู ทุกทีมมีเวลา 2 ชั่วโมงในการทำอาหารเพื่อที่เพื่อน ๆ ในห้องและอาจารย์จะได้รับประทานอาหารร่วมกันก่อนจบคาบเรียน

พวกเราทำอาหารกันอย่างสนุกสนาน สำหรับนักเรียนทุกคน รวมทั้งตัวดิฉันเอง กิจกรรมทำอาหารนี้เป็นเหมือนกิจกรรม ice breaking ที่ใช้ละลายพฤติกรรมของนักเรียนในห้องที่เพิ่งรู้จักกันเป็นวันแรกและต้องร่วมทำโปรเจคด้วยกันตลอดทั้งเทอม ... เรามาทราบภายหลังว่ากิจกรรมนี้มีนัยสำคัญเมื่อพวกเราเริ่มลงมือรับประทานเมนูต่าง ๆ ที่เพื่อน ๆ ในห้องทำ แล้วอาจารย์ประจำวิชาถามขึ้นมาว่า ...

เมื่อ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา ... ทุกคนทำเมนูของตัวเองตาม “สูตรอาหาร” ที่อาจารย์แจกให้ในตอนต้นคาบเรียน 100 % หรือไม่? มีใคร “ชิม” และได้ปรับเปลี่ยนสูตรที่ให้ไป เพื่อให้ได้รสชาติที่ดีขึ้นหรือไม่? บางทีสูตรอาหารที่ให้ไว้อาจจะไม่ได้ถูกปากคนในห้องเรียน แต่สูตรที่ดีที่สุดอาจจะเป็นสูตรที่เกิดจากการทดลองให้คนชิมและปรับเปลี่ยนตาม feedback ที่ได้จากการทดลอง

กิจกรรมละลายพฤติกรรมในวันนั้นเป็นหนึ่งในหลักการสำคัญของการสร้างสรรค์นวัตกรรมตามแบบ Design Thinking ว่า การจะสร้างสรรค์อะไรก็ตามนั้น เราไม่สามารถ “หลับหูหลับตา” ทำตาม “สูตร” แต่ต้องคอย “ชิม” หรือ “ทดลอง” และปรับสูตรตามสถานการณ์และความเหมาะสม

เวลาที่ดิฉันเข้าไปให้คำแนะนำเรื่องการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับองค์กรต่าง ๆ มักมีคำถามจากคนภายในองค์กรว่ามีเทคนิคหรือขั้นตอนอะไรบ้างที่จะทำให้องค์กรของตนมีการริเริ่มสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ ? ... มี “framework” อะไรไหมที่สามารถนำมาใช้ได้จากประสบการณ์การทำงานของดิฉันกับองค์กรอื่น ๆ ?

“ไม่มี” มักเป็นคำตอบของดิฉันเสมอ

เพราะไม่มี framework หรือหลักการใด ๆ ที่จะเป็น one size fits all … องค์กรที่ต่างกัน ต่างก็ต้องการ “กลยุทธ์” ที่ “customized” แตกต่างกันไป

ปีใหม่นี้ อยากเชิญชวนให้ทุกท่านลองค้นหา “สูตรลับ” ในการทำงานของตัวเอง ...

ไม่ได้เริ่มจากการ copy และ paste ...แต่จากการทดลองทำ ลองชิม ลองผิดลองถูก จนเจอสูตรลับเฉพาะที่เหมาะสมกับตัวเองหรือองค์กร

สวัสดีปีใหม่ค่ะ

_____________________________________________________________________________ 
เมษ์ ศรีพัฒนาสกุล เป็นนักออกแบบกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมและที่ปรึกษาด้านนวัตกรรมขององค์กรภาคธุรกิจและภาคสังคม จบการศึกษาด้านบริหารธุรกิจจากมหาวิทยาลัยแสตนฟอร์ด เป็นนักเรียนนำสอนกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรม Design Thinking (d.Leader) ที่ Stanford d.school และได้รับการอบรมด้าน Executive Coaching จาก Berkeley, Executive Coaching Institute
SHARE
Writer
MaySripata
Design Thinker
Co-Founder of Asian Leadership Academy and LUKKID www.asianleadershipacademy.com / www.lukkidgroup.com

Comments