บันทึกการกินยาใหม่อีกครั้ง,สวัสดี โรคซึมเศร้า

27/27
วันเกิด และอายุของเราในเดือน 12 ปี 2016
 

27/27 เลขที่เกือบไม่มีความหมายกับใคร แต่คืออายุและวันเกิดของเราในปี 2016 ที่ผ่านมา เราฉลองด้วยการไปเข้าคิวรอพบจิตแพทย์อีกครั้ง โดยเลือกใช้สิทธิบัตรทองสามสิบบาท เพื่อให้ค่ายามันถูกขึ้น

การไปหาหมอในรพ.รัฐบาลท้องถิ่นค่อนข้างน่าประหลาดและซับซ้อนจนน่ารำคาญ ซึ่งจริงๆ มันคงเป็นเรื่องปกติแหละ ไปทำประวัติ แจ้งอาการ รอพบแพทย์เวรทั่วไปเพื่อวินิจฉัยเบื้องต้น หมดเวลาอีกหนึ่งวัน เพื่อรอหมอเวรนัดส่งต่อไปยังแพทย์เฉพาะทางอีกที

นี่คือปกติของกรณีไม่ฉุกเฉิน...แบบเราในวันนั้น และไม่ใช่แบบเราเมื่อราวกลางปี 2015

ครั้งนี้ดูเหมือนการซักประวัติจะทำให้ทางเจ้าหน้าที่...ซึ่งเราไม่แน่ใจว่าคือนักจิตบำบัดไหม ทราบว่าเราเคยได้รับ Sertraline ไปแบบชั่วคราวตอนเราหยุดยาเอง และมารพ.นี้ด้วยอาการเหมือนน้ำในหูไม่เท่ากัน

เมื่อได้พบหมอหลังจากรอกันมาหลายชม. เพราะจิตแพทย์มีเพียงคนเดียวสำหรับที่นี่ เมื่อเทียบกับจำนวนผู้ป่วยแล้ว เรียกว่าเข็มในมหาสมุทรยังน้อยไป หมอยังไม่สามารถสานต่อการรักษาเราได้อย่างเต็มที่ และได้ขอให้เราช่วยไปเอาประวัติการรักษาที่รพ.เก่ามาให้ เพื่อจะได้จัดการรักษาแบบต่อเนื่อง ไม่ต้องเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้ง

เราได้รับยามา 2 ตัวสำหรับคราวนี้ หลังจากบอกไปตรงๆ ว่ามีอาการของโรคชัดเจน และแถมด้วยอาการเหมือนย้ำคิดย้ำทำ รับ Sertraline 50 mg. และ Diazepam  5 mg. อย่างละเม็ดก่อนนอนไปราวๆ เดือนก่อนจะนัดเจอกันอีกครั้งกับจิตแพทย์

ไม่น่าเชื่อ...ว่าเรายังเจอผลข้างเคียงของยาเหมือนตอนกินยาต้านเศร้าครั้งแรก เราคลื่นไส้ตลอดเวลา เวียนหัว หวิวๆ ในวันแรก เรารู้สึกเหมือนเราลอยมากกว่าเดิน แต่ที่แย่คือเราเองก็แทบทนไม่ไหวกับมันจนอยากนอนขดตัวนิ่งๆ แต่เราก็ต้องถูกบังคับให้ต้องเข้าไปเฝ้าน้องสาวที่พยายามฆ่าตัวตายครั้งที่สองหลังจากเลิกกับแฟนเก่าโดยการกินยาคลายเครียดเกินขนาดในวันถัดมา

บอกเลยว่า...สุขภาพจิตเราไม่มีความโอเค และสุขภาพกายเราก็ด้วย แต่จะทำไงได้...ไม่มีใครรู้ว่าพี่สาวหรือลูกสาวคนโตที่พยายามรักษาโรคซึมเศร้ามาเป็นปี มีความรู้สึกอะไรอยู่ในสมองบ้าง นอกจากความไม่เอาไหนที่ถูกตอกย้ำให้ได้ยินบ่อยๆ ความไม่เอาไหนที่ไม่สามารถนอน และตื่นแบบคนปกติได้

แต่จะทำไงได้...นอกจากพยายามด้วยตัวเองคนเดียว  การที่เราสูญเสียการควบคุมและความสามารถในการทำงานหรือใช้สมองไป มันเห็นได้ชัดเลยว่าที่ผ่านมาคนต้องการเราเพราะอะไรบ้าง น่าสมเพช แต่มันจริง...จริงที่ไม่ว่ายังไงก็เหลือที่ตัวเราแหละสำคัญสุดที่จะก้าวเดินต่อไป

บันทึกชุดนี้ตั้งใจว่าจะบันทึกอาการต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวันนับจากรักษาใหม่ครั้งนี้ เนื่องจากมีบทเรียนจากครั้งก่อนว่าความทรงจำเราแย่ลงมากจนน่ากลัว บางครั้งเราจำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น และไม่สามารถไปบอกหมอได้ คราวนี้เราจึงตั้งใจจะจด และจดลงบนสื่อด้วย...เผื่อว่ามันอาจจะพอมีบางส่วนที่เป็นประโยชน์กับคนอื่นได้บ้างในอนาคต 



 เขียนย้อนถึง 27-28/12/2016 จาก 04/01/2017 09:32 PM 
SHARE
Written in this book
บันทึกสีเทาบนถนนลูกกวาด
บอกเล่าบันทึกเกี่ยวกับตัวเอง และการเดินทางผ่านถนนมืดๆ ที่ชื่อว่า "โรคซึมเศร้า"
Writer
LILITU
Vampire
Prof. of Being Dead insides. A Girl who obsessed with Death, Crime, Cat and Night Creatures. Nothing more...nothing less.

Comments

BETHNIA
5 months ago
นอกจากใช้ระบายความเศร้าแล้ว เราก็เอาไว้บันทึกอาการต่างๆเช่นกันค่ะ

อาการแบบนี้ หมอเราเรียกแฮงค์ยา แฮร่
Reply
pacham
5 months ago
เราก็ใช้พื้นที่นี้ในการบันทึกเกี่ยวกับโรคซึมเศร้าเช่นกัน พยายามเข้านะ เราก็จะพยายามเหมือนกัน สู้ๆ
Reply
LILITU
5 months ago
ขอบคุณมากๆ นะคะ 
nainoi
5 months ago
เราเป็นคนที่มักจะจำอะไรไม่ค่อยได้ แม่มักจะบอกให้ฝึกสมาธิคะ ก็กำลังพยายามคะ  เราเป็นกำลังใจให้คุณนะคะ สู้ๆ คะ ^^
Reply
LILITU
5 months ago
มันยากน่ะสิคะ ยอมรับ เมื่อก่อนเราค่อนข้างสมาธิดีกว่าคนอื่น การต้องมาเป็นคนที่ต้องอ่านหนังสือหน้าเดิมทวนหลายรอบ มันทำให้เรายิ่งเศร้าหนักไปเลยค่ะ
mistermel
4 months ago
🎂 HBD ย้อยหลัง 27/12/16 จ่ะ 😅
Reply
LILITU
4 months ago
ขอบคุณมากเลยค่ะ
mistermel
4 months ago
😊😊😊
Fangse
3 months ago
สู้ๆนะคะ จะคอยเป็นกำลังใจให้เสมอค่ะ คุณเก่งมากๆเลยค่ะที่ผ่านเรื่องแบบนั้นมาได้ ✌✌
Reply
LILITU
3 months ago
ขอบคุณนะคะ