Outcomes Desired
Getting things done requires two basic components: defining (1) what “done” means (outcome) and (2) what “doing” looks like (action).

-David Allen, Getting Things Done 

ในช่วงเริ่มต้นปีใหม่แบบนี้ หลายๆ คนก็คงจะถือโอกาสใช้เวลานี้มาตั้งเป้าหมายสำหรับปีนี้กัน

และไหนๆ ปีที่ผ่านมาเราก็ได้อ่านหนังสือที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้หลากหลายเล่ม ก็เลยตั้งใจว่า ปีนี้จะพยายามเอามันมาใช้งานจริงกับชีวิตตัวเองให้มากขึ้น เริ่มต้นจากการเอาเป้าหมายของตัวเองมาทบทวนและตั้งต้นกันใหม่ในปีใหม่นี้เลย

และไหนๆ ก็ต้องพยายามเอาเรื่องที่อ่านๆ มาสรุปทำความเข้าใจเพื่อตัวเองแล้ว ก็ถือโอกาสนี้มาเขียนถึงในนี้ด้วยละกัน เผื่อว่าจะมีใครได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ไปด้วย

ในการตั้งเป้าหมายไม่ว่าจะเรื่องส่วนตัวหรือเรื่องการงาน สองประเด็นที่สำคัญที่จะต้องคำนึงถึงคือ (1) ความสำเร็จตามเป้าหมาย (outcome) ของเรานั้นหมายถึงอะไรกันแน่ และ (2) สิ่งที่เราต้องทำ (action) เพื่อทำให้เราสามารถไปถึงความสำเร็จนั้นได้คืออะไรบ้าง

เราชอบที่หนังสือ Getting Things Done เขียนไว้ประโยคนึงว่า

Getting things done requires two basic components: defining (1) what “done” means (outcome) and (2) what “doing” looks like (action).

ซึ่งพอได้อ่านหนังสือเล่มอื่นๆ มาก็จะพบว่า หลักๆ แล้วไอเดียที่มีอยู่ในหนังสืออื่นๆ ก็มักจะวนเวียนอยู่กับแค่สองเรื่องนี้หล่ะ ถ้าไม่เกี่ยวกับ Outcomes Desired (ผลลัพท์ที่ต้องการ) ก็จะเป็นเรื่อง Actions Required (การกระทำที่ต้องปฏิบัติ)

วันนี้เราจะมา focus กับเรื่องแรก (Outcomes Desired) กันก่อนละกัน เพราะถ้าเขียนทั้งสองเรื่องพร้อมกันแล้วรู้สึกว่ามันยาวเกิน

---------------------------------------------------------

Outcomes Desired - การตั้งเป้าหมายทีดี ควรที่จะมีคุณลักษณะยังไงบ้าง?

-- ควรจะมีความ balance กันบ้างระหว่างการมองโลกตามความเป็นจริง กับการวาดฝันให้สุดเอื้อม เพราะถ้าวางเป้าหมายที่คิดว่าทำได้แน่ๆ อย่างเดียวก็จะทำให้เราไม่มีแรงกระตุ้นที่จะทำอะไรที่ยิ่งใหญ่ แต่ถ้าคิดถึงแต่เป้าหมายที่เกินเอื้อมเกินไป ก็จะทำให้เรารู้สึกท้อได้ง่ายๆ

สำหรับเป้าหมายระยะไม่ยาวมาก ก็แนะนำว่าให้ใช้กฎ SMART Goal, กล่าวคือเป้าหมายของเราควรจะมีคุณสมบัติดังนี้

S - Specific เฉพาะเจาะจงลงไปเลยว่าจะทำอะไร (เป้าหมายประเภทที่ว่า "จะทำให้ดีที่สุด" ไม่ผ่านกฏเกณฑ์นี้)

M - Measurable สามารถวัดผลได้

A - Achievable สามารถทำได้จริง

R - Realistic สมเหตุสมผล (หรือบางที่ก็บอกว่าเป็น “Relevant” มีความสำคัญ, ตรงประเด็นแทน)

T - Time-based มีกำหนดระยะเวลาที่แน่ชัด

แต่ในขณะเดียวกันก็ควรมี Stretch Goal ที่เป็นเป้าหมายที่เกินเอื้อม ณ ตอนนี้ด้วย หนึ่งในลักษณะหลักของ Stretch Goal คือ... ต้องเป็นเป้าหมายที่ตอนนี้เรายังคิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะทำยังไงดี

ใช้ Stretch Goal กับ SMART Goal ไปพร้อมๆ กันให้ได้ โดยให้ตั้งเป้าหมายหลักเป็น Stretch Goal ให้เป็นภาพรวมกว้างๆ ให้เรารู้ว่าเราจะต้องการไปทิศทางไหน ให้เรามีไอเดียว่า คำว่า "ความสำเร็จ" ของเราในช่วงห้าปีสิบปีข้างหน้าเป็นยังไง

แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องเรียนรู้ที่จะสามารถแบ่งเป้าหมายนั้นๆ เป็นเป้าหมายย่อยๆ หลายๆ อันในรูปแบบของ SMART Goal ที่เราจะสามารถจัดการได้ เป็น milestones ที่จะทำให้เราสามารถค่อยๆ ขยับเข้าใกล้กับ Stretch Goal ของเราให้ได้

 
-- เป้าหมายที่ตั้งควรที่จะอยู่ในรูปแบบ 3P - Personal, Positive, and in Present tense

กล่าวคือ ต้องเขียนเป็นเป้าหมายที่ใช้คำสรรพนามบุคคลที่หนึ่ง เช่น "เรา", ต้องเป็นคำพูดในเชิงบวก เช่น เราทำอะไรซักอย่างได้ ไม่ใช่เรื่องการห้ามตัวเองทำอะไร และต้องเขียนในกาลปัจจุบันให้เสมือนหนึ่งว่าเราสามารถทำได้แล้วเพื่อที่ทำให้เราสามารถเห็นภาพตัวเองในภาวะที่ประสบความสำเร็จสำหรับเป้าหมายนั้นแล้ว ซึ่งการที่เราสามารถ visualize นึกภาพตัวเราเองในวันที่เราประสบความสำเร็จนั้นจริงๆ ได้ ก็จะทั้งทำให้เรามีแรงบันดาลใจในการไปถึงเป้าหมายมากขึ้น

 
-- เป้าหมายควรมีการทบทวนอยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่ตั้งครั้งเดียวแค่ตอนต้นปีแล้วก็จบ

เราควรที่ให้เวลาตัวเองมาประเมินตัวเองอย่างสม่ำเสมอว่าเราเข้าใกล้เป้าหมายของเรามากขึ้นแล้วรึยัง และควรที่จะทบทวนเป้าหมายเราอยู่เรื่อยๆ ด้วยว่ามันยังเป็นสิ่งที่เราต้องการอยู่รึเปล่า


-- ถามคำถาม "ทำไม" กับตัวเองไปเรื่อยๆ เพื่อเพิ่มแรงบันดาลใจให้กับเป้าหมายของเรา และเพื่อทำให้เรามั่นใจได้ว่าสิ่งที่เราเลือกเป็นเป้าหมายคือสิ่งที่เราอยากทำจริงๆ

เช่นสมมติว่าบอกว่าเป้าหมายเราคือ "การทำ A" ก็ต้องถามตัวเองต่อไปว่า "ทำไมเราถึงอยากทำ A ให้ได้?" ซึ่งคำตอบของเราอาจจะเป็น "เพราะเราต้องการ B" พอได้คำตอบนี้มาแล้วก็ต้องถามต่อว่า "แล้วทำไมเราถึงต้องการ B"... ถามไปเรื่อยๆ คำตอบเราอาจจะเป็น A เพราะ B เพราะ C เพราะ D เพราะ E, F, G.... ขุดไปจนถึงความต้องการที่อยู่ลึกที่สุดของตัวเอง

การถามตัวเองว่า “ทำไม” จะเป็นการทำให้เราเห็นภาพรวม ทำให้เราเห็นว่า สิ่งเล็กๆ ที่เราเลือกที่จะทำในตอนนี้ มันไม่ใช่แค่เป็นเรื่องเล็กๆ เรื่องนึงนะ แต่มันเป็นส่วนนึงของสิ่งใหญ่ๆ สิ่งที่สำคัญที่เราต้องการ และที่เราแคร์ในชีวิต ซึ่งถ้าเราสามารถมีคำตอบนี้ให้กับตัวเองได้ ในเวลาที่เราท้อ หรือเวลาที่เราอาจจะรู้สึกขีเกียจบ้าง ก็จะสามารถใช้คำตอบของคำถามพวกนี้เป็นแรงผลักดันให้เราทำต่อไปในสิ่งที่เราตั้งใจว่าจะทำ

ในทางกลับกัน ถ้าเราตั้งเป้าหมายอะไรซักอย่างที่เราไม่สามารถตอบได้เลยว่า "ทำไม" เราถึงอยากทำเรื่องนั้นให้สำเร็จ ก็เป็นสัญญาณว่าเราอาจจะต้องกลับมาทบทวนดูใหม่ว่าเป้าหมายนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องการจริงๆ หรือไม่


-- ระมัดระวังในการเลือกตัววัดความสำเร็จของเราว่ามันเป็นตัววัดความสำเร็จของเราจริงๆ รึเปล่า

หลายๆ ครั้งเห็นบางคน (หรือบางองค์กร) มัวแต่ไปมุ่งเน้นกับตัววัดหรือ KPI อะไรซักอย่างที่ไม่ได้ตอบโจทย์สิ่งที่เราอยากประสบความสำเร็จจริงๆ ซึ่งมันก็จะทำให้เป้าหมายเราผิดเพี้ยนไปได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ต้องมานั่งพิจารณากันดีๆ ว่าความสำเร็จ สิ่งที่เราต้องการคืออะไร และเราสามารถวัดความความก้าวหน้าของเราได้ด้วยตัววัดอะไรบ้าง


-- พยายามอย่ามีเป้าหมายหลายอันเกินไปในเวลาเดียวกัน

ควรที่จะสามารถ focus เป้าหมายเราให้ได้ทีละอย่างสองอย่างพอ เราจะได้ไม่รู้สึกว่ามันเยอะเกินจนหมดกำลังใจ ส่วนตัวคิดว่าในแต่ละส่วนของชีวิตก็ควรมีเป้าหมายที่เน้นอยู่จริงๆ ไม่เกินหนึ่งอย่าง เช่นเป้าหมายเกี่ยวกับที่ทำงานซักอัน และก็เป้าหมายในชีวิตส่วนตัวซักอันนึง พอทำได้อยู่ตัวแล้วค่อยๆ เพิ่มขึ้นก็ได้


-- บอกคนที่เราสนิทด้วยให้รู้ไว้ว่าเป้าหมายเราคืออะไร

การให้คนอื่นที่เราไว้ใจมามีส่วนร่วมกับเราในเรื่องนี้ก็จะทำให้เราสามารถมีกำลังใจมากขึ้น มีความรู้สึกว่า accountable ได้มากขึ้น เผื่อว่าวันไหนเรารู้สึกท้อ ก็อาจจะหันไปถามคนข้างๆ ให้ช่วยมาเตือนเราว่าเป้าหมายเราคืออะไรและทำไมเราถึงอยากทำเป้าหมายนั้นได้


-- เราต้องมี Growth Mindset เชื่อว่าเราสามารถเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ สามารถพัฒนาตัวเองขึ้นไปได้

ถ้าเราจะมีเป้าหมายอะไร สิ่งที่สำคัญมากๆ คือการเชื่อว่าเราสามารถพัฒนาตัวเอง พัฒนาความสามารถตัวเองให้ไปถึงเป้าหมายของเราให้ได้ ยิ่งพยายามมาก ก็ยิ่งพัฒนาได้มาก เพราะว่าถ้าเราเชื่อว่าเราทำไม่ได้ ก็คงไม่รู้ว่าจะทำไปทำไม แล้วก็คงจะหมดแรง หมดกำลังใจไป

หนึ่งในสิ่งสำคัญที่ต้องคิดถึงเสมอคือ ถ้าเรายังทำอะไรไม่ได้ ก็ให้เน้นคำว่า “ยัง” กล่าวคือให้คิดว่าตอนนี้ยังไม่ได้แต่ถ้าพยายามก็น่าจะทำได้ดีขึ้น

สุดท้ายแล้วการพัฒนาตัวเองมันไม่ใช่แค่เรื่องที่ทำให้เสร็จเป็น resolution ปีเดียวได้หรอกนะ เพราะการพัฒนามันต้องมีไปเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด เพราะฉะนั้นการมี Growth Mindset ว่าเราสามารถทำได้ดีกว่าตัวเองในอดีตไปได้เรื่อยๆ จึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

---------------------------------------------------------

เดี๋ยวหนหน้าจะมาเขียน part ต่อไปเรื่อง Actions Required สิ่งที่ต้องทำหลังจากมีเป้าหมายแล้วละกันนะคะ

ถ้าใครมีคำแนะนำอะไรเกี่ยวกับการตั้งเป้าหมาย ตั้ง new year resolution อะไรเพิ่มเติมก็มาเขียนแบ่งปันกันได้เสมอนะคะ

หรือถ้าใครอยากมาแบ่งปันกันว่าปีนี้มีเป้าหมายอะไรบ้างก็เขียนมาได้เต็มที่เลยค่า เป็นกำลังใจให้ทุกคนสามารถไปถึงเป้าหมายของตัวเองกันให้ได้เต็มที่เลยค่ะ


Originally Posted On:
http://on.fb.me/2iOcQzZ


Related Posts:
Smarter Faster Better: Goals - SMART Goals, Stretch Goals
http://on.fb.me/1riCXCT

Pokemon Go กับการสร้างและเปลี่ยนแปลงนิสัยความเคยชิน (Habits)...
http://on.fb.me/2b5BYkJ

Smarter Faster Better: Motivation - เริ่มจากคำถามว่า “ทำไม”
http://on.fb.me/1M5gORw

Take the Stairs - การสร้างนิสัยใหม่ๆ โดยการใช้สิ่งของรอบๆ ตัว
http://on.fb.me/1QwtBOA

Practicing Mind: Process vs Product
http://on.fb.me/1QrAr1a

Fixed vs. Growth Mindset: ความสามารถพัฒนาขึ้นได้มั้ย
http://on.fb.me/1R8KcSw


Books:
Getting Things Done: The Art of Stress-Free Productivity by David Allen: http://amzn.to/2h6jC5j

Smarter Faster Better: The Secrets of Being Productive in Life and Business
by Charles Duhigg: http://amzn.to/1M2anP7

A Mind for Numbers: How to Excel at Math and Science (Even If You Flunked Algebra) by Barbara Oakley: http://amzn.to/1WH6Upf

How to Fail at Almost Everything and Still Win Big: Kind of the Story of My Life by Scott Adams: http://amzn.to/1MMjfsJ

The Power of Habit: Why We Do What We Do in Life and Business by Charles Duhigg: http://amzn.to/1Og50Wt

The Practicing Mind: Developing Focus and Discipline in Your Life — Master Any Skill or Challenge by Learning to Love the Process by Thomas M. Sterner: http://amzn.to/1WxEEJW

Bull's-Eye: The Power of Focus by Brian Tracy: http://amzn.to/2ilVhu9


Image Credit: https://pixabay.com/en/depth-of-field-headpins-map-1868723/
SHARE
Writer
Cloud9
นักอ่านแอบเขียน
https://www.facebook.com/1Thing.1Thing

Comments