อยากตายครั้งแรก
เชื่อว่าทุกคนเคยมีความคิดอยากตาย
แค่สาเหตุต่างกันเท่านั้น
ช่วงนี้พยายามหาพื้นที่ระบายใหม่ เพราะที่เดิมดันลืมล็อกอินไปแล้ว คงได้แต่ปล่อยมันลอยเป็นขยะข้อมูลบนเครือข่ายที่ไร้สิ้นสุดต่อไป คราวนี้หลังจากได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคซึมเศร้า และเข้ารับการรักษามา 1 ปี (ไม่รวมที่หยุดยาไปเองดื้อๆ) จนตอนนี้กลับมาเริ่มต้นรักษาใหม่ จำได้ว่าบางทีสมองเรา ความคิด และความทรงจำมันเปลี่ยนแปลงเยอะมากจนบางทีเราจำไม่ได้ และมันยากที่จะสื่อสารแม้แต่กับหมอเอง เราเลยอยากลองเขียนถึงอาการตัวเองไปเรื่อยๆ เท่าที่นึกออกดีกว่า ซึ่งบางช่วงคงจะถี่...แต่บางช่วงอาจจะหายไปเลย

วันนี้เราลองคิดถึงความรู้สึกอยากตายครั้งแรกในชีวิตของเราดู น่าตลกที่มันดูเบลอๆ ไม่ชัดเจนนัก พอประมาณได้ว่าน่าจะอยู่ในช่วงมัธยมต้น เราไม่รู้ว่าการเล่า Background ชีวิตตัวเองในนี้มันจะดีไหมนะ แต่เออ...ช่างแม่งเหอะ 

เราคิดว่าเราเป็นเด็กที่มีวิธีคิดแปลกกว่าคนอื่น มีความแก่แดดพอตัว และมีความยึดมั่นถือมั่นในความเป็นตัวเองสูงมาก ช่วงนั้นเราถูกบังคับให้ย้ายมาอยู่โรงเรียนรัฐบาลที่แม่มองว่าดีที่สุด เทพสุดล่ะ อะไรงี้ เราสอบไม่ได้ด้วย เพราะเราไม่ได้ตั้งใจจะสอบให้ติด แต่ก็นะ คอรัปชันมีอยู่ทุกที่ ตลกกว่าคือสอบไม่ติด ฝากเข้าไป แต่เสือกวัดระดับปรับพื้นฐานไปอยู่ห้องเด็กเก่ง นั่นล่ะ...ที่มาของความพังในชีวิตครั้งแรก

มันเริ่มจากความแปลกของเรานี่ล่ะ บวกกับความไม่ตั้งใจเรียนแบบคนอื่นเค้า แถมยังชอบไปเล่นกับเพื่อนผู้ชาย พวกผู้หญิงเลยเกลียดเรา แล้วเริ่มจะถอยห่าง จริงๆ มันไม่ได้เริ่มชัดเจนแบบนี้หรอก มันดันเริ่มจากการที่กลุ่มเพื่อนเล็กๆ ของเราที่มีกัน 4 คน เริ่มไม่โอเคกับเพื่อนคนนึง เรากับเพื่อนเลยตัดสินใจเทเค้าออกจากกลุ่ม

เชื่อมะ เราทำแบบนั้นไม่ได้จริงๆหรอก แต่เราเห็นเค้านั่งกินข้าวคนเดียว แล้วร้องไห้ เราก็พากันไปนั่งกับเขา ต้อนรับเขากลับมา อยู่ร่วมกันเหมือนเดิม แต่เคยได้ยินเรื่องชาวนากับงูเห่ามะ?

เราเอ็นดูเค้า เราดีกับเขา เราให้ใจกับเขา ใช่ว่าเขาจะรักเรา หลังจากนั้นสังคมรอบตัวเราพลิกเลย คิดซะว่ากรรมตามทันจากสิ่งที่ทำลงไปแค่สองวันก็ได้ เรากลายเป็นคนที่ถูกเมิน ถูกแบนจากในห้องแทน ไม่มีใครคุยกับเราเลย ไม่มีใครให้เราเข้ากลุ่ม อย่าถามนะว่าเวลาทำงานกลุ่มชีวิตเราเป็นยังไง ก็เหมือนเราไปหาเพื่อนที่ไม่เอาอะไรเลยมาอยู่ด้วย แล้วทำงานแม่งคนเดียวนั่นแหละ

เนื่องจากสภาพครอบครัวก็แย่แล้ว สภาพสังคมในโรงเรียนยังเฮงซวย เราเริ่มคิดว่าทำไมเราไม่ตายๆ ไปวะ เราทำให้คนอื่นไม่พอใจ เราเจ็บปวดกับสภาพที่คนอื่นทำกับเราในโรงเรียน แล้วต้องมาฟังคำกดดันที่บ้านต่อ เราทนไม่ได้ ทำไมเราต้องมาเจออะไรแบบนี้ เราถามตัวเองซ้ำๆ แค่เพราะเราแตกต่างเหรอ? หรือคนอื่นคิดว่าเราเจ็บปวดไม่ได้ ทั้งที่เราเองก็เคยเห็นใจคนอื่น
 
เราเลยเริ่มกรีดข้อมือ ไม่หนัก ไม่เบา มีเลือดนิดหน่อย
แรกๆ มันชา หลังๆ มีความเจ็บปวดเกิดขึ้น

ตอนนั้นเลยตระหนักได้ว่า...แม้ว่าทุกคนทำเหมือนเราไม่มีความรู้สึก ไม่มีชีวิต ไม่มีค่า เฮงซวย แต่ตัวเราก็เป็นมนุษย์ เรามีความรู้สึกเหมือนคนอื่น แม้คนอื่นจะไม่รับรู้ก็ตาม ความเจ็บปวดจากการกรีดข้อมือภายหลังมันจึงไม่ใช่การทำเพื่อให้ตายไปจากโลกนี้ แต่เป็นเพื่อให้รู้สึกว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่

ยังมีเลือดและเนื้อ มีความรู้สึก หายใจได้ ร้องได้เป็น
และเมื่อยังมีชีวิต...จึงต้องสู้ต่อไป 

ตอนนั้นรู้สึกว่าผ่านมาได้แบบ...น้อยคนนักจะทำได้อ่ะ มีความภูมิใจ และไม่อายเลยที่จะบอกคนอื่นว่า เห้ย...ครั้งนึงเคยโดนแบนว่ะ แล้วไง ชั้นก็ยังอยู่รอดมาได้ ผ่านความหมั่นไส้ไร้สาระตรงนั้นมาได้ มันไม่ได้มีทุกคนนะที่จะเคยเจอประสบการณ์แบบนี้ มองโลกในแง่ดีสุดๆ ไปเลย

อา...คิดถึงตอนนั้นจัง หวังว่าจะกลับไปเป็นแบบเดิมได้เร็วๆ




WED  04/01/2017 0:17
Picture : http://guyanachronicle.com/2015/09/12/understanding-from-a-teens-point-of-view-7 
SHARE
Written in this book
บันทึกสีเทาบนถนนลูกกวาด
บอกเล่าบันทึกเกี่ยวกับตัวเอง และการเดินทางผ่านถนนมืดๆ ที่ชื่อว่า "โรคซึมเศร้า"
Writer
LILITU
Vampire
Prof. of Being Dead insides. A Girl who obsessed with Death, Crime, Cat and Night Creatures. Nothing more...nothing less.

Comments

Pumkinz
5 months ago
นี่อยากตายครั้งแรกตอนสอบไม่ติดหมอแล้วอยากดรอปปีนึง แต่ที่บ้านไม่อยากให้ดรอป
ร้องไห้อยู้แปดวันแปดคืนรวด
ข้าวไม่กิน ไม่พูดอะไร ซึมไปเลย
ตอนนั้นในสมองคิดแต่ว่า อยากตายๆไปซะ
อยากเอามีดมาแทงตัวเอง อยากนอนแล้วไม่ตื่น

ตอนนั้นยังไม่รู้หรอกว่าแบบยี้ในคือภาวะซึมเศร้า

จนมาปี1ครั้งแรก
ตอนนั้นเป็นเด็กกทม.คนเดียวในคณะเลยมั้ง
สภาพแวดล้อม นิสัย สังคม ต่างจากที่ที่เราเคยอยู่หมดเลย
เครียด เครียดจนไม่รู้ต้องทำยังไง
กินไม่ได้ นอนไม่ค่อยหลับ เวลานอนก็ต้องเปิดเพลงฟังให้หลับ
แต่ตอนนั้นก็ไม่ได้อยากตายอะไรนะ แค่เครียดจนจะตาย

มาปี1 รองที่2 ย้ายที่เรียนล้ะ
โดนแบน เพราะแปลก
เพราะกล้าพูด เพราะกล้าตั้งคำถาม
เพราะไม่เหมือนคนอื่น
ตอนนั้นก็ภาวะซึมเศร้า อยากตาย
ข้าวไม่กิน นอนทั้งวัน
แต่ก็ผ่านมาได้

จนมาปีสอง ก็ยังโดนแบนอีก
ตอนนั้นอยากตายอีกล้ะ
เวลาเครียดมมากๆหรือคิดภาพเอามีดมากรีดตัวเองเนี่ย
จะอดทนไว้สุดๆ จนตัวสั่น ร้องไห้
จิกเล็บตัวเอง พยายามทำให้ตัวเองเจ็บ
เพราะอะไรไม่รู้
ตอนนั้นแย่มากเลยอ่ะ กลัวว่าจะฆ่าตัวตายจริงๆ
แต่ก็ผ่านมาได้

ทุกวันนี้ไม่มีภาวะนี้มาปีนึงล้ะ
มีเครียดบ้าง แต่ไม่ถึงขั้นซึมเศร้า
รู้สึกดี แต่ไม่ดีมาก...

แต่ชอบมากเวลาบอกคนอื่นว่า เออ ฉันเคยถูกแบน ทั้งเอกเลยแบนฉัน
แต่ฉันก็ผ่านมาได้ ภูมิใจอ่ะ 5555


สู้ๆนะ (จริงๆไม่น่าพูดคำนี้เท่าไหร่)
เอาเป็นว่าอยู่ให้รอดแล้วกัน อย่าตาย พยายามอย่าทำร้ายตัวเอง

วันนึงถ้าหายขาด จะได้เอาไปพูดต่อได้แบบเท่ๆ
ว่าซึมเศร้ากูก็ผ่านมาล้ะ หึ สวยๆไปอีก

ยาวเลย โถ่
Reply
Pumkinz
5 months ago
เหมือนกันเลย ชอบผจญภัย 555555
ช่วงนี้ยิ่วสนุกกับชีวิต ได้ทำอะไรหลายอย่างมากๆ
LILITU
5 months ago
ดีใจด้วยนะคะ แต่ก่อนเราก็ถือว่าเป็นคนที่ใครๆ อิจฉาว่าใช้ชีวิตได้ "เต็ม" กว่าคนอื่นมากๆ จนตอนนี้...อายเกินกว่าจะคุยว่าเมื่อก่อนเคยเป็นคนแบบไหน เคยทำงานที่เท่ขนาดไหนมาก่อน 55 
Pumkinz
4 months ago
:) เอาน่า คนเรามันก็งี้แหละค่ะ กอดๆ

AA
4 months ago
เป็นเหมือนเราเลยค่ะ ชีวิตที่บ้านเราค่อนข้างเฮงซวยพอสมควร ต้องแอบไปร้องไห้ในห้องน้ำ เอาเล็บจิกเนื้อตัวเอง ชกกำแพง เอามีดโกนมากรีดข้อมือ คือไม่ได้อยากตายนะ แต่มันรู้สึก เออ กูผิด กูสมควรเจ็บปวด พอตอนนี้มานั่งย้อนไป เออ มึงนี่ ชีวิตเซอร์ไวเวอร์มากอ่ะ ถึงตอนนี้มันก็ยังดีบ้างแย่บ้างอยู่  
Reply