Review_BLACK MIRROR_: Fifteen Million Merits ดิสโทเปียบนจักรยาน
เพิ่งดูจบจากตอนที่ 1 เร็วพอๆกันเลยรีบเขียนก่อนกลัวจะลืม 55

ในตอนที่2 ของซีซั่นแรกเกี่ยวกับ บิง หนุ่มผิวสีที่อยู่ในโลกดิสโทเปีย โลกที่มีแต่จอเต็มไปหมด ทุกคนจะมีเงินเรียกว่า merits ได้จากการไปปั่นจักรยาน(แบบในฟิตเนส) ยิ่งปั่นเยอะก็ยิ่งมีเงินเยอะ 

สรุปเร็วๆก็คือในโลกที่ทุกอย่างเป็นหน้าจอ จะซื้อข้าว จะกิน จะนอน ทุกอย่างเหมือนเล่นไอโฟนเลย(ในเรื่องไม่มีใครมีมือถือเลยนะอาจจะเป็นเพราะว่าไม่จำเป็น) ปาดๆ กดๆ เอาทั้งวัน และทุกคนจะใส่เสื้อผ้าสีเทาเหมือนกันหมด แต่เอาเงินไปแต่งตัวใน avatar ของตัวเองในโลกออนไลน์ได้ คือชีวิตส่วนใหญ่คืออยู่ในจอ 

โดยบิงพระเอกของเราบังเอิญได้เจอกับเอบิร้องเพลงในห้องน้ำ ซึ่งเอบิเป็นสาวสวยเสียงดี เนื่องจากบิงค่อนข้างรวยจากเงินมรดกที่ได้จากน้องชายที่ตาย เลยอยากให้เอบิไปประกวดในรายการเรียลลิตี้โดยการร้องเพลง(คล้ายๆ Thailand's Got Talent) ซึ่งมันเป็นทางเดียวที่จะได้ออกจากวังวนการปั่นจักรยาน ถ้าเกิดดังก็คือดัง และตั๋วมันราคา 15 ล้าน merits นั้นก็คือชื่อตอนนี้นั้นเอง

 ซึ่งพระเอกมีอยู่ 15 ล้านพอนิดหน่อย ก็เลยซื้อตั๋วให้เพราะคิดว่าทุกสิ่งที่เขาซื้อมามันไม่มีอะไร"จริง" จนมาได้ฟังเสียงเอบิที่เขาคิดว่ามัน"จริง" จึงคิดว่ายอมเสีย

ในเรื่องแสดงชัดเจนว่าบิงและเอบิมีใจให้กันแต่เมื่อเอบิไปประกวดบนเวที แล้วร้องเพลง แม้ว่าเธอจะร้องเพราะแต่มันก็เป็นแค่ "ดีกว่าปกตินิดหน่อย" ก็คือเพราะแต่มันก็แค่นั้น ความรักของสองคนก็เลยเริ่มบิดเบี้ยว เอบิโดนกรรมการบนเวทีเสนอให้ทำอย่างอื่นที่ไม่ใช่ร้องเพลง เสนอให้เป็น"ดาราหนังโป๊" เนื่องจากนางเอกสวยมาก ซึ่งมันเป็นฉากที่กดดันเพราะบิงโดนลากตัวออกไประหว่างที่พยายามห้าม และก่อนที่จะเข้าไปประกวด ทุกคนก็เหมือนโดนบังคับให้กินยาที่ต้องเออๆออๆไปกับกรรมการ 

จบความรักของทั้งคู่โดยเอบิไปเป็นดาราหนังโป๊และโชคร้ายที่มันเหมือนชีวิตจริง ในชีวิตหน้าจอนั้นเหมือนจริงตรงโฆษณา มีโฆษณามาตลอดและไม่สามารถกดข้ามได้ ถ้ากดข้ามก็คือเสียเงิน(ที่ไปวิ่งๆมา ซึ่งเสียค่อนข้างมาก) บิงมีเงินที่สามารถกดข้ามเท่าไหร่ก็ได้แต่หลังจากพาเอบิไปประกวดทุกอย่างมันก็เปลี่ยนไป เขาต้องดูโฆษณาหนังโป๊ที่เอบิเล่น ซึ่งคาดว่าเขากดข้ามจนไม่เหลือเงินแล้ว (ไม่สามารถไปไหนได้ช่วงโฆษณา ต้องอยู่ดูเท่านั้น ห้ามปิดตาไม่งั้นก้จะมีสัญญาณเตือนซ้ำๆ)

สุดท้ายเขาพยายามทำลายหน้าจอ จนกระจกแตกและเขาก็เก็บเศษกระจกเอาไว้ หลังจากนั้นเขาก็ปั่นจักรยานเป้นบ้าเป็นหลังเพื่อเก็บเงินไปประกวด พออยู่บนเวทีเขาแสดงการเต้นซึ่งทำออกมาได้ดี แต่จู่ๆก็หยิบเศษกระจกขึ้นมาจะปาดคอตัวเอง เขาต้องการให้กรรมการและทุกคนได้ฟังเขา

เขาด่าทุกอย่าง ทั้งระบบทั้งกรรมการทั้งชีวิตแบบนี้ แม้แต่ตัวเขาเองที่มันแปลกปลอมไปทั้งหมด เมื่อเขาได้ระบายทุกอย่างแล้ว กรรมการเจ้ากรรมก็เสนอให้เขามีรายการเป็นของตัวเอง ออกมาพูดแบบนี้ 30 นาทีต่อวัน ซึ่งเขาก็ตอบตกลง(ไม่รู้เพราะฤทธิ์ยารึเปล่าซึ่งในซีรีย์ไม่มีฉากเขาดื่มแบบตอนเอบิ)

สุดท้ายมันเหมือนเขาได้เป็นยูทูปเบอร์ มีช่องของตัวเอง มีห้องที่ใหญ่ขึ้น มีอาหารที่ดี มีของตกแต่งในห้อง เหมือนเอบิที่ไปเป็นดาราหนังโป๊หรือคนอื่นๆที่กรรมการให้โอกาสที่จะดัง 


ในส่วนของการวิเคราะห์ผมมองเป็นเรื่องใหญ่ๆคือ ความจริง(Reality) ทั้งเรื่องพระเอกไม่ค่อยมีความรู้สึกมากนักจนมาเจอเอบิ เพราะทั้งชีวิตมันเหมือนเดิม มันมีแต่ของในโลกออนไลน์ ไม่มีอะไรที่มันจริง จนมาเจอกับเสียงนางฟ้าที่เขาสามารถจับต้องได้และได้มีความรัก(ในช่วงเวลาที่มันสั้น)

เขาเป็นตัวตนที่สู้กับระบบ ไม่ใช่คนที่ตามระบบ(ติดโลกออนไลน์) ไม่ใช่คนที่ไม่ทันระบบ(ไม่รู้อะไรเลย) แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งที่เขาต้องเป็นคนที่ต้องเลือกเส้นทางที่ดีกว่า กลายเป็นตัวเขาก็ไม่ได้ต่างไปจากคนอื่น เขาก็เป็นคนที่อยากมีชีวิตที่ดี(ไม่รู้ว่าฤทธิ์ยารึเปล่าเลยเลือกตามกรรมการ) เหมือนในโลกแห่งนั้นไม่มีใครฝืนโชคชะตาได้ 

สุดท้ายในห้องที่กว้างขึ้นของเขามีภาพวิว(ที่ไม่มีทางที่จะได้เห็นในห้องเดิม) คือห้องเดิมมีเพียงแค่ภาพการ์ตูนกับโฆษณาหรือเล่นเกมส์เท่านั้น ไม่มีภาพให้พักสายตาเลยแต่ห้องใหม่นั้นกลับมีแต่มันเหมือนกับว่า
ห้องใหม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายแต่สุดท้ายมันก็คือกรงที่ใหญ่ขึ้น

ความจริงที่เขาสู้มาตลอดจริงๆแล้วมันอาจจะไม่มีในโลกแห่งนั้น เศษกระจกที่เขาใช้ขู่เพื่อฆ่าตัวตายกลายเป็นพรอพสำหรับทำรายการมากกว่าเครื่องมือทางเสรีภาพ(และเป็นเครื่องแต่งกายสำหรับ avatar) หนีมาในอีกกรงขังนึงก็ไม่อาจเจอความจริงได้ มีเพียงแค่ออกจากความเบื่อหน่ายเพื่อฆ่าเวลา หรือความจริงมันมีเพียงแค่ความรักเพียงไม่กี่เสี้ยววินาทีหรือมันคือความตาย ณ ช่วงเวลานั้น ที่อาจจะมากพอที่ทำให้ระบบสั่นคลอน 

ภาพ/เสียง : 9/10
การเล่าเรื่อง : 9/10 
เนื้อเรื่อง : 8/10

SHARE

Comments

per_specs_tive
4 years ago
ดูค้างอยู่ที่ซีซั่น2 เป็นอะไรที่ฉลาดเล่าเรื่อง เสียดสี ตลกร้ายมากๆ ดูจบแต่ละตอนแล้วรู้สึกตึงๆ ชาๆทุกครั้ง
Reply
Vatchanun
4 years ago
เพิ่งดูซีซั่นแรกตอนที่ 3 จบเอง เดี๋ยวจะรีบตามไปครับ แต่พูดได้ว่าดูจบแล้วก็ต้องคิดตามไปพักๆใหญ่เลย