Review_BLACK MIRROR_The National Anthem มีเซ็กส์กับหมู
หลังจากผ่านปีใหม่มาก็มีเวลาว่าง เพราะปิดเทอมแล้วก็เป็นวันหยุด แน่นอนว่าคนที่ค่อนข้างติดบ้านและชอบอยู่คนเดียวแบบผมก็คงต้องหาอะไรที่มันทำได้ในห้องสี่เหลี่ยม 

ตัดสินใจดู Black Mirror เพราะว่ามีรีวิวตามเพจต่างๆค่อนข้างดี ถึงอย่างนั้นกลับไม่มีการพูดถึงในอินเทอร์เน็ตไทยเป็นวงกว้าง แต่กลับมีกระแสที่ต่างประเทศดีมาก ก็เลยคิดว่าเข้ามารีวิวน่าจะดี(ก็เล่นไม่มีคนมารีวิวเลยแบบนี้ ซับไทยก็หาไม่ได้ต้องดูซับอิ้งเอา) เข้าเรื่องกันเลยดีกว่าเนอะ XD

เนื้อหาต่อไปนี้จะเป็นสปอยและแนววิเคราะห์ที่ผมดูแล้วรู้เรื่องนะครับ

ตอนแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับการลักพาตัวของเจ้าหญิง โดยผู้ร้ายได้อัพโหลดวิดิโอลงอินเทอร์เน็ตโดยให้เจ้าหญิงพูดตามข้อตกลงว่า "นายกรัฐมนตรีต้องมีเซ็กส์กับหมูและไลฟ์ถ่ายทอดสดทางทีวีเวลาบ่าย 4 โมง" ซึ่งเนื้อเรื่องของ Black mirror จะแบ่งเป็น 4 พาร์ท (ไม่แน่ใจว่าทำไมเหมือนกัน 55)

แต่เนื้อเรื่องก็จะแสดงไปเรื่อยๆโดยทั้ง 4 พาร์ทนั้นต่อๆกัน ในเนื้อเรื่องคือนายกต้องไม่มีทางเลือกเพราะถ้าไม่มีอะไรกับหมู เจ้าหญิงจะต้องถูกฆ่า โดยนายกเราก็หาทางต่างๆไม่ให้ตัวเองต้องมีนะครับ เช่นให้หน่วยสืบค้นบุกเข้าพื้นที่หาที่กบดานของผู้ร้าย(แต่สุดท้ายก็ถูกหลอก) หรือมีการพยายามใช้ Green screen ตัดต่อใช้ตัวแทน(แต่นักแสดงก็โง่อัพทวีตจนถูกจับได้) ซึ่งก็มีการขู่ว่าถ้าไม่ทำจะฆ่าเจ้าหญิงและได้ส่งวิดิโอตอนตัดนิ้วเจ้าหญิงและนิ้วเข้ามาทางสถานีโทรทัศน์ที่จะออกอากาศ 

เนื่องจากทั้งตอนมันเป็นแค่วันเดียว เริ่มตอนที่นายกเราตื่นนอนเช้ามืด ก็มีเวลาไม่มากดังนั้นนายกก็เลยต้องยอมจำใจมีอะไรกับหมู และหลังจากเสร็จกิจ ก็พบว่าเจ้าหญิงถูกปล่อยตัวออกมาก่อนแล้ว 30 นาทีก่อนเวลาที่กำหนดไว้ (ถือไม่จำเป็นต้องมี sex กับหมูก็ได้ และเรื่องนี้ถูกปิดเงียบ) และผู้ร้ายคือศิลปินที่คิดว่าการให้นายกมีเซ็กส์กับหมูเป็นศิลปะ และมันคือศิลปะชิ้นสุดท้ายเพราะหลังจากที่เขาเห็นนายก"กำลัง"มีอะไรกับหมู เขาก็ผูกคอตายและเฉลยว่านิ้วมือนั้นจริงๆแล้วเป็นของเขาเอง


ในเรื่องประเด็นหลักๆที่น่าสนใจจนมันน่าจะ talk of the town ได้คือหนังมีความกดดันตลอดทั้งเรื่อง มีการใช้จิตวิทยาค่อนข้างมาก อันดับแรกคือตัวนายกเองต้องเจอกับ Dilemma ว่าต้องถูกกดขี่ โดนฉีกหน้า โดนดูหมิ่น(Humiliation) โดยการมีเซ็กส์กับหมูและปล่อยให้เจ้าหญิงตาย ในเรื่องแม้ว่าเจ้าตัวจะยอมทำ แต่ก็ไม่ใช่เพราะว่าสมัครใจ(แน่ละ) เป็นเพราะตอนแรกทุกคนก็คิดว่าเป็นเรื่องตลก แต่พอมีการขู่ส่งนิ้วเจ้าหญิงและวิดิโอตัดนิ้วออกข่าว ก็ทำให้กระแสสังคมเปลี่ยนและถูกกดดันให้ทำ

เรามักได้ดูหนังหรือซีรีย์ต่างๆที่ต้องพบเจอทางแยกในการตัดสินใจ(Dilemma)เสมอ ตัวเอกก็มักจะตัดสินใจถูก(หรือถ้าตัดสินใจไม่ถูกก้จะมีเหตุผลเท่ๆมารองรับเสมอ) แต่เรามักไม่เห็นภาพรวมของการตัดสินใจที่ยากลำบาก ซึ่ง Black mirror ก็เอามาให้เราดูจนเกิดเป็นคำถามว่า 
ความต้องการช่วยเหลือมันมาจากอะไรมากกว่ากัน ความดีในตัวเราหรือเพราะสังคมบังคับ แล้วถ้าสังคมไม่บังคับเราจะยังทำมันอยู่มั้ย
คือมันเป็นเรื่อง "เลือกแบบไหนถูก" ซึ่งมันไม่มีถูกและผิดแต่ที่น่าสนใจคือกระบวนการถูกหรือผิดที่เราจะเลือก มันมาจากหลายสภาพแวดล้อมเหลือเกิน

ประเด็นถัดมาภรรยาของท่านนายก ในตอนต้นเรื่องภรรยาของเขาเป็นคนที่คอยให้กำลังใจแต่ที่ชัดเจนกว่านั้นคือห่วงภาพลักษณ์อย่างเห็นได้ชัด คือค่อนข้างเป็นตัวปัญหา เข้ามาบ่นๆแต่พอสามีกำลังนั่งรถไปก็มีการโทรหา(ไม่แน่ใจว่าเป็นห่วงหรือว่าอยากให้หยุด) สุดท้ายหลังจบเรื่องภาพฉายเจ้าหญิงมีความสุขดี นายกกับภรรยาก็ออกงานตามปกติ ออกทีวีช่วยเหลือตามหน้า แต่พอหลังบ้านพบว่าตัวภรรยาไม่พูดคุยกับสามีอีกแล้ว 

เดาว่าตัวภรรยาไม่ชอบสิ่งที่เกิดขึ้น แม้ว่ามันจะเป็นการช่วยชีวิตคนก็ตาม เป็นเหมือนกับอีกทางเลือกของตัวนายกที่เขาไม่ไ่ด้เลือก ซึ่งมันก็ไปกันไม่ได้


ประเด็นสุดท้ายคือตัวศิลปินที่เป็นผู้ก่อการร้าย เห็นได้ชัดว่าหมอนี่วิปริตมาก ให้ทำอะไรก็ไม่รู้คือจะมองว่าเป็นศิลปะมั้ยก็อาจจะใช่ บนโลกนี้ศิลปะอยู่ยืนยงตลอดกาลเสมอ เรายังต้องดูโมนาลิซ่า เรายังต้องดูเดวิด หรือแม้แต่รูปผนังถ้ำ เราก็ต้องเกิดมาและดูมัน และจำมัน 

ในเรื่องก็มีคนอออยู่หน้าทีวีกันเยอะไปหมด มีคนอัดวิดิโอหรือแม้แต่คนบอกว่า "มันคือประวัติศาสตร์" 

การก่อการร้ายครั้งนี้ก็คงมีเหตุผลไม่ต่าง สร้างประวัติศาสตร์ที่ต้องจารึกเอาไว้ให้กับโลก โดยใช้มนุษย์กับหมูเข้ามาสร้างศิลปะชิ้นนี้

ภาพ/เสียง : 9/10
การเล่าเรื่อง : 8/10 (ศัพท์เทคนิคค่อนข้างเยอะและบางอย่างตีความยากจัง)
เนื้อเรื่อง : 10/10

SHARE

Comments