พอเขาอยู่ก็ชอบไล่ พอเขาไปก็หงอยเหงา

เวลาคนที่คุณรักเริ่มทำตัวไม่น่ารัก จนคุณรู้สึกหงุดหงิด รำคาญ หรือโมโห คุณเคยคิดไหมว่า ถ้าวันหนึ่งไม่มีเขาอีกต่อไป คุณจะเสียใจมาก และอยากได้เขากลับคืนมา แม้ว่าเขาจะทำตัวงี่เง่าเหมือนเดิมก็ตาม

วันนี้ ผมได้ดูคลิปของคุณขุนเขา เรื่อง “สิ่งที่คุณรำคาญแทบตาย อาจกลายเป็นสิ่งที่คุณคิดถึงจับใจ” เป็นคลิปสั้นๆ ประมาณสามนาที ที่เตือนสติคนฟังได้เป็นอย่างมาก

พอคิดตาม ผมก็อดไม่ได้ที่จะประหลาดใจว่า เออ! จริงแฮะ! ผมเองก็เคยได้ยินคนพูดแบบนี้บ่อยๆ แล้วทำไมคนเราถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ

เพราะเห็นคนรักเป็นของตาย?
เพราะเป็นความเคยชิน?
หรือ เพราะประมาทคิดไปเองว่าคนๆ นี้ จะไม่มีวันหนีไปไหน

มันเลยเข้ากับภาษิต ไม่เห็นโลงศพ ไม่หลั่งน้ำตา
พอเขาอยู่ก็ชอบไล่ ครั้นจากไปก็เรียกหา

สุดท้ายแล้ว ก็คว้าอะไรกลับมาไม่ได้สักอย่าง ได้แต่บอกว่า ถ้าเป็นไปได้... อยากได้ยินเสียงบ่นเหมือนเดิม อยากถูกเรียกให้ไปกินข้าวเหมือนเดิม อยากถูกหึงเหมือนเดิม อยากให้กลับมานั่งเฉยๆ ตรงที่เดิม


เหรอครับ?


แต่ผมว่าไม่จริงหรอก เพราะถ้าคนๆ นั้นกลับมาแล้วทำตัวแบบเดิมอีก เราก็จะทำนิสัยเดิมตอบโต้อย่างที่เคยทำนั่นแหละ เวลาที่คนเราหงุดหงิด รำคาญ กราดเกรี้ยว โมโห เราจะหลงลืมความรักไปชั่วขณะ แล้วด้านร้ายๆ ก็จะถูกขุดออกมาปะทะกันโดยอัตโนมัติ

สิ่งที่เราต้องการ จึงไม่ใช่นิสัยแย่ๆ ของพวกเขา อย่างการบ่น การต่อว่า การรบกวน การหึงหวง ฯลฯ

เราแค่ต้องการเขา... คนที่เรารัก

แต่พวกเราส่วนใหญ่มารู้ตัวเมื่อสายว่า เรารักเขามากจนสามารถมองข้ามนิสัยแย่ๆ ของเขาได้ ก็จำเพาะในวันที่ ไม่เหลืออะไรแล้ว

นั่นมัน... เป็นเรื่องน่ากลัว และน่าเศร้ามาก

ผมเชื่อว่า คงไม่มีใครอยากพูดคำว่า “สายเกินไป” เราจึงต้องระลึกไว้เสมอว่า ความตายและการพลัดพราก ยังไงซะ วันหนึ่งมันก็ต้องมาถึง แต่เราเลือกได้ว่า จะใช้วันเวลาที่ยังเหลือให้มีคุณภาพ หรือปล่อยให้มันเป็นวินาทีที่สูญเปล่า

ถ้าเขาทำให้หงุดหงิดหรือรำคาญ เราแค่ยึดมั่นความรักที่มีต่อกันไว้ก็พอ เพราะความรักนี้เอง จะทำให้ใจเย็นลงได้ ทำให้อดทนได้ แล้วสุดท้าย ก็ร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขปัญหา เพื่อปรับตัวเข้าหากัน

อย่าหมางเมิน... จนต้องอยากให้เขากลับมาในวันที่สาย
อย่าเก็บกลั้นเอาไว้... จนคับข้องใจแล้วกลายเป็นความเกลียด
 
ความรักก็เป็นอย่างนี้ มีช่วงเวลาที่ทำผิด มีช่วงเวลาที่ทำตัวงี่เง่า แต่ถ้าเรามั่นคงในความรัก มันก็จะมีเวลาที่รู้จักให้อภัย และช่วงเวลาแห่งการปรับนิสัยเข้าหากัน

แต่ถ้าไม่มีอย่างนั้น... บางทีอาจเป็นไปได้ว่า ความรักของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเริ่มหมดลง

แม้วันนี้ จะมีคลิปดีๆ ช่วยแนะนำและเตือนล่วงหน้า แต่ผมก็ยังคิดว่า โดยธรรมชาติของมนุษย์แล้ว ต่อไปภายหน้า ผมก็ยังคงจะได้ยินเรื่องราวทำนองนี้อีก เพราะพวกเรา เป็นสปีชี่ส์ที่หลงลืมง่าย โดยเฉพาะสิ่งที่ซ่อนลึกจากสายตา... สิ่งที่อยู่ข้างในหัวใจ... ความหวังจึงมีแค่ เสียงที่พูดคำว่า “สายเกินไป” จะลดน้อยลง ก็เท่านั้นเอง



SHARE
Written in this book
สัญญะ "รัก"
Writer
Number6
sleeper
ความรักไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก

Comments