New Year's Resolution: ทำอย่างไรให้สำเร็จ
เมื่อปีที่แล้วเราตั้งเป้าว่าจะอ่านหนังสือให้ได้ 35 เล่ม และพอถึงสิ้นปี เราก็ทำได้สำเร็จ เราทำแบบนี้มาสองปีติดกันแล้ว และรู้สึกได้ว่ามันเปลี่ยนแปลงชีวิตของเราไปในทางที่ดีขึ้น (อ่านเรื่อง Reading Challenge 2016 ของเราได้ที่นี่ค่ะ: http://bit.ly/2iqqZ6Q) เราแบ่งปันเรื่องราวของเราให้เพื่อนฟัง ดีใจมากที่หลายคนเกิดแรงบันดาลใจและอยากลงมือเปลี่ยนแปลงตัวเองบ้าง วันนี้เลยอยากจะแบ่งปันวิธีทำ New Year's Resolution หรือปณิธานปีใหม่ให้สำเร็จ 

1. เข้าใจถึงความสำคัญของเป้าหมายก่อน
หลายคนตั้งเป้าปีใหม่ โดยที่อาจไม่ได้คิดถึงประโยชน์ของมันอย่างจริงจังเลย บางคนตั้งใจอยากเลิกเหล้า มีความคิดคร่าวๆ ในหัวว่าเพราะมันไม่ดี...แค่นั้น แล้วไงต่อ? การจะทำอะไรให้สำเร็จสักอย่างหนึ่ง เราต้องตระหนักในความสำคัญของมันจริงๆ เสียก่อน ไม่เช่นนั้นเมื่อเวลาผ่านไป เราก็จะรู้สึกว่า ไม่รู้จะทำไปทำไม เลิกดีกว่า ลองคิดดูให้ดีว่าคุณตั้งเป้าเพื่ออะไร มันสำคัญกับคุณอย่างไร ชีวิตคุณจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรหากทำสำเร็จ นึกย้อนกลับมาหามันทุกครั้งที่อยากล้มเลิก 

2. วางแผนระยะยาว ไม่มีอะไรสำเร็จภายในชั่วข้ามคืน
เราเป็นแบบนี้ของเรามาทั้งชีวิต อย่าคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ในระยะเวลาสั้นๆ คำว่า "ปีใหม่ เปลี่ยนเป็นคนใหม่" ไม่ได้หมายถึงเปลี่ยนได้ภายในช่วงปีใหม่แค่ไม่กี่วัน แต่การเปลี่ยนแปลงนี้ต้องใช้เวลาอาจจะทั้งปีหรือมากกว่านั้น ให้มองเป้าหมายของคุณว่าเป็นแผนระยะยาวที่ต้องทำไปตลอดทั้งปี หรืออีกหลายปีข้างหน้า ลองนึกดูว่าถ้าเราเป็นคนไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนเลย การจะทำให้ติดนิสัย มันต้องใช้เวลานานขนาดไหน ไม่ว่าจะตั้งเป้าว่าจะทำอะไร ทำให้มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน และวางแผนให้ชัดเจนไปเลย  เช่น ถ้าปณิธานปีใหม่คือการออกกำลังกาย ก็ให้วางตารางไว้เลยว่าเดือนแรกจะออกสัปดาห์ละกี่วัน เดือนต่อๆ ไปจะทำเพิ่มขึ้นกี่วัน และทำตามแผนที่วางไว้ 

3. ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้
ต่อเนื่องจากข้อข้างบน คนเราเปลี่ยนแปลงกันยาก และเราก็ควรรู้จักตัวเอง และข้อจำกัดของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน อย่างเช่น ถ้าปีนี้ตั้งเป้าเกี่ยวกับการอ่านหนังสือ ถ้าตัวเองเป็นคนที่ปกติไม่เคยอ่านหนังสือเลย แต่กลับตั้งเป้าว่าปีนี้อ่านหนังสือ 25 เล่ม มันก็คงดูเป็นไปได้ยาก พอทำเข้าจริงๆ จะรู้สึกว่ายากและเป็นไปไม่ได้ สุดท้ายเราก็จะท้อและล้มเลิกไป เพราะฉะนั้น ให้ตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ อย่างเช่น อ่านหนังสือเดือนละ 1 เล่ม อย่าลืมว่าการพัฒนาตัวเองเป็นแผนระยะยาว ถ้าหากปีนี้อ่านได้เดือนละ 1 เล่ม แสดงว่าปีหน้าอย่างน้อยคุณก็จะสามารถอ่านได้เท่านี้หรือมากกว่านี้ ดังนั้นอย่ามองแค่ปีนี้ปีเดียว

4. ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
อย่าตั้งเป้าแบบลอยๆ ขึ้นมา เช่น ปีนี้จะรักสุขภาพ ปีนี้จะลดน้ำหนัก ปีนี้จะอ่านหนังสือให้มากขึ้น ให้ระบุแบบชัดเจนไปเลย ปีนี้จะลดน้ำหนัก 5 กิโล ปีนี้จะอ่านหนังสือ 10 เล่ม ปีนี้จะกินเหล้าแค่เดือนละไม่เกิน 1 ครั้ง การตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนจะทำให้เราเห็นภาพรวม และทำให้เราวางแผนสำหรับเป้าหมายของเราได้ง่ายขึ้น แต่อย่าลืมว่าจะต้องตั้งเป้าหมายที่เป็นไปได้ด้วย 

5. อดทน ไม่ล้มเลิกไปกลางคัน
เมื่อเราตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นไปได้แล้ว มันก็จะง่ายขึ้น แต่ชีวิตเรามันมักไม่เป็นไปตามแผน ใน 1 ปี เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้นมากมาย บางครั้งสิ่งที่เราวางไว้ไม่เป็นไปตามที่คิด และระหว่างทาง คุณอาจจะพบว่ามันยากที่จะทำให้สำเร็จ การประเมินของเราอาจจะคลาดเคลื่อน แต่จำไว้ว่าอย่าท้อ ให้อดทนต่อไป ระลึกถึงความสำคัญของเป้าหมายเสมอ (ข้อ1) นึกย้อนกลับไปว่าทำไมเราถึงตัดสินใจทำมัน มันสำคัญต่อเราอย่างไร และถ้าปีนี้มันแย่มากๆ อย่างน้อยเราก็ต้องทำให้ดีที่สุด

เมื่อปีที่แล้ว เราเป็นคนหนึ่งที่ทำได้สำเร็จ ความรู้สึกที่ทำอะไรสักอย่างหนึ่งสำเร็จมันสุดยอด มันยิ่งใหญ่ เราทั้งรู้สึกภูมิใจ และยังได้เห็นว่าสิ่งที่เราทำมีประโยชน์ต่อเราอย่างไรบ้าง แต่เราเองก็เคยผ่านความล้มเหลวมามาก หากลองทำทุกอย่างแล้วมันไม่สำเร็จ หรือไม่เป็นไปตามที่คิด ก็อย่าโทษตัวเอง หรือจมอยู่กับความล้มเหลว ให้คิดว่าอย่างน้อยเราก็ทำดีที่สุดแล้ว ทุกอย่างเป็นแผนการระยะยาว หากปีนี้เราเดินไปได้เพียงหนึ่งก้าว แต่อย่างน้อยเราก็ก้าวไปข้างหน้า และ อย่าลืมว่ายังมีพรุ่งนี้ให้เริ่มใหม่เสมอ 

SHARE
Writer
Pachara_Y
Translator
I came from the past.

Comments