สิ่งที่เรียนรู้จากการทำงานของปี 2016
ชีวิตเราก็เป็นเช่นนี้…
เราเหมือนหูฟังที่ยุ่งเหยิงเพราะไม่ได้จัดระเบียบ
และแม้เราจะพยายามเก็บมันในห่อผ้าเล็กๆ 
ทุกครั้งที่ถูกโยนไปที่ก้นกระเป๋า มันก็ยุ่งยับเหมือนเดิม
หรือชีวิตเราก็เป็นแบบนี้ แทนที่จะเสียเวลากับการโมโหเจ้าหูฟัง
เรามามีความสุขกับการแกะหูฟังเล็กๆ น้อยๆ ของเราดีกว่า



เชียงราย
8.42


อยู่เชียงรายที่นี่ เหมือนนาฬิกาถ่านอ่อน...
เพราะมันค่อยๆ หมุน และดูเหมือนว่าวันหนึ่งวันจะมีมากกว่า 24 ชั่วโมงเสมอ
ความรู้สึกของฉันเป็นอย่างนั้น
แม้แพลนที่วางไว้คือ อยู่เชียงรายสัก 4-5 วันแล้วค่อยลงเชียงใหม่ต้นปี 
แต่พอเอาเข้าจริงก็ชอบบรรยากาศเงียบ สงบ แบบ “เชียงรายๆ” อย่างนี้ 
จนต้องขออยู่ยาวจนถึงวันที่กำหนดไว้แล้วกัน

เอาเข้าจริงจะโทษกรุงเทพฯ อย่างเดียวก็ไม่ได้
เพราะนึกถึงกรุงเทพฯ ทีไรก็นึกถึงความวุ่นวาย สับสน ไม่นิ่ง
และเต็มไปด้วยความเร่งรีบ
แต่ในความเร่งรีบ วุ่นวายที่บ่นไปนั้น 
ก็แลกมาด้วยความสะดวกสบาย สังคมที่เราเกิดและคงตายอยู่ที่นั่น

อยู่นี่เราตื่นเช้ามากๆ
สิ่งแรกที่ทำคือการคว้าหาเสื้อหนาวสักตัวมาใส่ ลุกไปล้างหน้า ก่อนที่จะไปตลาด
คนที่นี่จะเรียกว่า “ไปกาด” ตลาดของที่นี่จะเรียบๆ คล้ายตลาดนัดบ้านเรา
มีแผงขายของไม่กี่แผง มองไปก็เห็นหมดแล้ว ทั้งหมู เนื้อ สารพัดผัก 
ถ้าไปเช้าๆ หน่อยเราก็จะได้กินน้ำเต้าหู้กับหมูปิ้งไม้ละสามถึงห้าบาท

คนในตลาดรู้จักกันหมด
ถ้าเราไปตามหาผักแปลกๆ แล้วที่นี่ไม่มี แม่ค้าก็จะชี้ให้ไปซื้ออีกแผง
ที่ชอบใจสุดๆ ก็คือ ราคาของที่ถูกมากๆ 
พูดง่ายๆ กำแบงค์ร้อยไปแบงค์เดียวก็ได้กับข้าวสามมื้อแล้ว
ฉันตื่นแต่เช้าไปตลาดทุกวัน เหตุผลเพราะอยากไปซึมซับบรรยากาศของชีวิต

การเดินตลาดกับฉันเป็นของคู่กัน
ฉันชอบเดินซื้อผัก ปลาพร้อมๆ กับการสนทนากับพ่อค้าแม่ขาย
ฟังสำเนียงเขาก็รู้แล้วว่าฉันเป็นคนกรุงเทพฯ 
ยิ่งรู้อย่างนี้ พ่อค้าแม่ขายก็พากันแถมผักใส่ถุงมาให้เพียบเลย
เป็นความสุขแบบง่ายๆ ที่หาได้ไม่ยาก


ฉันอยู่เชียงรายมาหลายวันแล้ว
พอย่างเข้าวันที่สาม ฉันก็ตัดสินใจเปิดคอมพ์ที่พกมาด้วย 
เพื่อเขียนและทบทวนชีวิตของปีที่เพิ่งผ่านมา

หลายๆ เรื่องราวเกิดขึ้นและดับไป
เมื่อคิดถึงปี 2016 ฉันคิดถึงหูฟังที่อยู่ก้นกระเป๋าเสมอ
เพราะมันยุ่งและไม่เคยถูกจัดระเบียบ
ทุกครั้งที่ฉันจะใช้มัน ฉันต้องเสียเวลากว่า 5 นาทีในการแกะ

ชีวิตเราก็เป็นเช่นนี้…
เราเหมือนหูฟังที่ยุ่งเหยิงเพราะไม่ได้จัดระเบียบ
และแม้เราจะพยายามเก็บมันในห่อผ้าเล็กๆ 
ทุกครั้งที่ถูกโยนไปที่ก้นกระเป๋า มันก็ยุ่งยับเหมือนเดิม
หรือชีวิตเราก็เป็นแบบนี้ แทนที่จะเสียเวลากับการโมโหเจ้าหูฟัง
เรามามีความสุขกับการแกะหูฟังเล็กๆ น้อยๆ ของเราดีกว่า



ฉันตั้งต้นปี 2016 ด้วยการย้ายงาน
เป็นการย้ายงานครั้งแรกในชีวิต 
ทุกครั้งที่คิดถึงการย้ายงาน ฉันจะนึกถึงภาพโต๊ะใหญ่ๆ ที่มีกองหนังสือกองเท่าหัว
ภาพของต้นฉบับวางตั้ง และงานเลย์เอาท์กองสุมให้ฉันตรวจทุกเช้า
แม้งาน “บรรณาธิการ” จะเรียกความเหนื่อยอย่างสาหัส (โดยเฉพาะฤดูกาลปิดเล่ม)

แต่พูดแบบจริงใจ คือฉันหลงรักหนังสือมาก
มากแบบที่ไม่รู้ว่าถ้าต้องเปลี่ยนอาชีพจะไปทำอะไรได้แล้ว
แต่แล้วต้นปี 2016 ฉันตัดสินใจลาออกจากตำแหน่งหัวหน้ากองบรรณาธิการ
โดยไม่ฟังเสียคัดค้านจากคนบางคนรอบข้าง
ตัดสินใจเดินออกจาก “โซนปลอดภัย” ที่อยู่มา 4 ปี
กระโดดออกมาทำบริษัท Startup มีชื่อที่หนึ่ง
ตอนนั้นไม่กลัวอะไรเลย…กลัวอย่างเดียว
กลัวไม่ได้ใช้ชีวิต กลัวตัวเองเคยชินกับความเคยชิน
และกลัวว่าจะติดอยู่กับ “ความกลัว” นี้ไปตลอด


ไม่มีอะไรยากเท่าการเผชิญหน้ากับความกลัวที่แสนตัวใหญ่
และเดินออกมาจากบังเกอร์ที่เคยอยู่
ฉันเริ่มงานวันที่ 15 มกราคม เริ่มต้นทุกอย่างใหม่เหมือนเด็กหัดเดิน
จากที่เคยคิดว่าเข้าใจทุกอย่าง กลับไม่ใช่
ฉันต้องเรียนรู้ทุกอย่างใหม่ จะเรียกว่าเริ่มต้นจากศูนย์ก็ไม่เชิง
เพราะมีความตั้งใจและความรักในหนังสือเป็นทุนเดิม
แต่ดูเหมือนจะเป็น “ทุนเดิม” ที่เก่าจริงๆ
เพราะเมื่อมาลงงานแล้ว เราต้องเจอมรสุมมากมาย 
เจออุปสรรคใหม่ๆ  
ไม่มีอาวุธไหนที่ดีกว่าการเรียนรู้…หลายครั้งที่เราท่องอยู่ในใจ
เรียนรู้ๆ เดี๋ยวก็เก่งขึ้น

เรียนรู้ๆ เดี๋ยวก็เก่งขึ้น
 
……

อย่างน้อยก็เป็นการให้กำลังใจตัวเองที่ดีที่สุด



 
1 ปีกับการทำงาน Storylog / Fictonlog
เป็น 1 ปีที่ได้เรียนรู้ชีวิตการทำงานอย่างมหาศาล
เราจดได้เป็นข้อๆ ประมาณนี้



1. อย่ากลัวที่จะผิดพลาด เพราะความผิดพลาดมันรอเราอยู่ข้างหน้าอยู่แล้ว 
เราแค่ต้องเดินไปเจอความผิดพลาดบ่อยๆ และเรียนรู้กับมันเยอะๆ 
คนที่ล้มเหลวคือคนที่ผิดพลาดแล้วไม่ยอมเรียนรู้

และบางอย่างเราไม่รู้หรอกว่ามันเวิร์กไหม 
จะรู้ก็ต่อเมื่อลองกล้าที่จะก้าวขาออกมาก่อน 
มันไม่เวิร์กถ้าเราไม่กล้า

2. ซื่อสัตย์กับตัวเองเสมอ 
ชีวิตเราต้องแกว่งอยู่แล้วเป็นธรรมดา 
แต่ที่สำคัญต้องรู้ว่าเราทำอะไรอยู่
เราต้องรู้ว่าเราทำอะไรอยู่

 
3. ทำงานเหมือนเป็นเจ้าของบริษัท 
ไม่ได้หมายถึงการทำงานหนัก 
แต่คือการทำงานอย่างมีเป้าหมายและรู้ “จังหวะ”
ทำงานแบบฉลาดๆ
ว่าตรงไหนต้องผ่อน 
ตอนไหนต้องลุย
4. ถ้าถึงจังหวะลุย ให้ลุย
อย่ากลัว  

5. อย่าทำงานซ้ำๆ และได้ผลลัพธ์แบบเดิม 
ถ้าได้ผลลัพธ์แบบเดิมต้องเรียนรู้แล้วว่าเราจะทำอย่างไรให้ดีขึ้น (Build Measure Learn)

6. ความรับผิดชอบจะทำให้เราทำงานเสร็จ 
และวินัย + สมาธิและ “พาสชั่น” จะทำให้เราทำงานได้ดีกว่า

7. เวลาที่หมดแรง “ทัศนคติที่ดี” สำคัญที่สุด
 
8. ถ้าเราทำงานคนเดียว สิ่งสำคัญคือ Performance 
แต่ถ้าทำงานเป็น “ทีม” อย่าลืมให้ความสำคัญกับ “คน” 

9. การพัฒนาคนคือการที่ต้องมองเห็น “Best” ของเขาคนนั้น 
และสนับสนุนให้เขาก้าวไปอยู่ในจุดนั้น

10. คนต่างกัน วิธีผลักไปข้างหน้าต่างกัน 
อย่าใช้ “วิธีการเดียว” กับทุกคน 
แต่จงเลือกทางที่ส่งเสริมเขาในวิธีการที่ทำให้เขาโตได้มากกว่านี้
 
11. ให้คนอื่นเยอะๆ ฝึกใจให้กว้างๆ อย่าคิดเล็กคิดน้อย 
การคิดเล็กคิดน้อยเหมือนยุง กัดบ่อยๆ น่ารำคาญ 
ยิ่งฝึกใจให้กว้างเรายิ่งแข็งแรง

12. หากมีทีมที่ดีจงพูดตรงๆ และเสนอความเห็นอย่างตรงไปตรงมา 
เพราะทีมที่ดีจะฟังความเห็นของเราและนำไปพัฒนางานให้ดีที่สุด
 
13. ยิ่งโต เพื่อนยิ่งน้อยลง 
ไม่ต้องสะสมเพื่อนจำนวนมากในชีวิตก็ได้ 
แค่รักษาคนที่รักและอยู่กับเราให้ดีก็พอ

14. “ปัญหา” เกิดขึ้นในการทำงานเป็นเรื่องธรรมดา 
ไม่ต้องกลัวปัญหา 
เพราะปัญหานี่แหละที่ทำให้เรามีงานทำ
ถ้าคนคนเดียวแก้ปัญหาได้ทั้งหมด เขาจะจ้างเรามาทำงานทำไม
 
15. การทำ To-Do- List ดีมากๆ 
 
16. ทำงานเช้าดีที่สุด (สำหรับเรา)
 
17. อย่าน้อยใจที่ไม่เก่ง 
เพราะงานบางอย่างต้องอาศัย “ชั่วโมงบิน” ด้วย

18. ความสำเร็จเหมือนรองเท้า 
แต่ละคนใส่ไม่เหมือนกัน 
อย่าเอาความสำเร็จของตัวเองไปวัดคนอื่น 
และอย่าทุกข์เพราะอยากเป็นเหมือนเขา

19. อย่าพัฒนาแต่งาน พัฒนาคนด้วย
 
20. สุขภาพสำคัญมาก

21.สนใจภาพลักษณ์น้อยๆ ใส่ใจ "ข้างใน" เยอะๆ

22. ทำงานดีด้วย มีความสุขด้วย- มีอยู่จริง 
ทำงานดีไม่จำเป็นต้องเครียด หรือกดดัน

23. อย่าละเลยวันเล็กน้อย
สิ่งเล็กน้อยในวันนี้ จะรวมเป็นสิ่งใหญ่ในวันข้างหน้า 


24. เราให้ความสำคัญกับทุกคนไม่ได้  
แต่เมื่อใครมีปัญหาจงใส่ใจเเหมือนเป็นปัญหาของเรา

25.ถ้ารู้จักยอมแพ้ซะบ้าง 
เราจะกลายเป็นคนใหม่ที่แกร่งกว่าเดิม


บันทึกไว้
เดี๋ยวปีหน้าเจอกันใหม่นะ  : )


SHARE

Comments

Pippo
6 months ago
ทำไมเยอะจุง!
Reply
pafun
6 months ago
ดีจัง 
Reply
Artemisnidnoi
6 months ago
ขอบคุณบทความดีๆ...จะลองเอามาปรับใช้กับตัวเองในปีนี้ดูค่ะ..😊😊
Reply
TUNDUNK
6 months ago
สุดยอดครับ...เป้าหมายและความคิดอย่างเป็นระบบ
Reply
jaruwan7
5 months ago
สุดยอดเลยค่ะ
Reply