ผมกับการนวด


เมื่อวานผมไปนวดมาครับ

ผมหมายถึงนวดจริงๆน่ะครับ นี่เป็นการนวดครั้งแรกในชีวิตของผม

เนื่องจากช่วงนี้ผมพยายามออกกำลังกายเพื่อลดน้ำหนัก จริงๆก็เพราะพ่อของผมจ้าง พ่อจะให้กิโลละสองพัน พ่อขอแปดกิโล นั่นหมายความว่าถ้าผมทำสำเร็จ ผมจะได้เงินก้อนถึงหนึ่งหมื่นหกพันบาทเลยทีเดียว
พ่อผมเป็นคนคลั่งการออกกำลังกายและความผอมน่ะครับ เลยทนไม่ได้ที่เห็นช่วงนี้ผมออกจะเจ้าเนื้อขึ้นนิดหน่อย ส่วนผมก็เป็นคนชอบกินและเห็นแก่เงินน่ะครับ เรื่องราวมันเลยดำเนินมาเป็นแบบนี้



ผมไม่แน่ใจว่าที่ผมเมื่อยตัวสองสามวันที่ผ่านมามันเป็นเพราะผมพยายามจะออกกำลังกายตามคลิปยูทูปเพื่อล่าเงินรึเปล่า หรือบางทีผมอาจจะแค่นอนผิดท่าก็ได้ ผมก็บ่นๆกับเมทว่าอยากไปนวดบ้างจัง เมื่อยตัวมาก


พูดถึงเมทผม เมทผมเป็นคนค่อนข้างมีไลฟ์สไตล์เหมือนคนแก่น่ะครับ ซึ่งก็เข้ากับผมได้ดีนั่นแหละ เวลาเราอยู่ด้วยกันดูเหมือนคู่รักวัยเกษียณมากกว่ารูมเมทของเด็กวัยมหาลัยด้วยซ้ำไป แถมมักจะมีกิจกรรมแปลกๆที่ผมไม่คิดว่าเด็กมหาลัยทั่วไปจะทำกันซักเท่าไหร่ เช่นเคยมีวันนึงที่มีเรียนแค่ครึ่งวัน ครึ่งบ่ายเมทขับรถพาผมไปเที่ยวฟาร์มจระเข้ มีแต่คุณพ่อคุณแม่พาเด็กๆมาเที่ยวกันทั้งนั้นเลย
ตอนปิดเทอมก็เคยไปเที่ยวพาต้ากัน พาต้าดูไม่ใช่สถานที่ที่วัยรุ่นจะมาเดินเที่ยวเท่าไหร่ใช่มั้ยล่ะครับ จริงๆแล้วพาต้าก็เป็นห้างของคนแก่แทบจะเต็มรูปแบบอยู่แล้ว (ในความคิดผมนะ) มองไปรอบๆก็มีแต่ลูกค้าสูงวัยเต็มไปหมด แต่ที่ไปกันก็เพราะผมอยากไปดูกอริลลาว่ามันยังอยู่ดีมั้ย (มันยังอยู่ดีนะครับ ค่าบัตรเข้าสวนสัตว์ 80 บาท มีสองชั้น อาจจะมีสัตว์น้อยถ้าเทียบกับคำว่าสวนสัตว์ แต่ผมว่าเค้าดูแลดีเลยนะ ค่อนข้างสะอาดเลย แต่ผมก็ตอบไม่ได้หรอกนะว่าสัตว์มันมีความสุขรึเปล่า คือชอบมีคนเอารูปดวงตาเศร้าๆของสัตว์ในสวนสัตว์มาแชร์ ดูเป็นความดรามาติค แต่ถ้าคุณลองไปเสิชหารูปสัตว์ตระกูล primate ดูแล้ว ผมก็เห็นว่าตัวที่มันอยู่ในธรรมชาติมันก็มีดวงตาที่เราคิดไปเองว่ามันเศร้าเหมือนกันนะ ผมไม่ได้เห็นด้วยกับการกักขังสัตว์หรืออะไรหรอกนะ แต่ผมก็ไม่รู้จริงๆว่าที่เค้าบอกว่ามันเศร้า มันเศร้าจริงๆรึเปล่า)

อีกความเหมือนคนแก่ของเมทผมก็คือเมทผมติดการนวดมาก ไปนวดมาหลายร้าน จนเคยมีความคิดจะทำรีวิวร้านนวดทั่วราชอาณาจักรที่เคยไป ก็นั่นแหละครับ พอผมเอ่ยปากว่าอยากไปนวด เมทผมก็หวั่นไหว ถึงจะไม่ได้อยากไปนวดขนาดนั้น แต่ถ้าผมจะไป มันก็จะนวดด้วย
สรุปแล้วเราก็เลยไปลองร้านนวดที่อยู่ข้างมอใกล้ๆหอที่เราอยู่กัน มีสองร้านอยู่ติดกัน วิธีเลือกของพวกผมก็คือเป่ายิงฉุบ
แต่สุดท้ายก็เลือกร้านที่มีรองเท้าอยู่หน้าร้านน้อยกว่า ซึ่งมันก็มีหลายคู่อยู่เหมือนกัน แต่พอเข้าไปก็มีคนนวดอยู่แค่คนเดียวเท่านั้น รองเท้าหน้าร้านคงจะเป็นกลยุทธ์การตลาดของเค้าล่ะมั้ง ผมคิดว่าแบบนั้นนะ



การไปนวดครั้งแรกของผม ผมรู้สึกเด๋อด๋ามาก เพราะผมกับเมทถูกจับแยกห้องกัน แต่ก็คงไม่แปลกมั้งครับ ร้านนวดร้านไหนๆก็น่าจะต้องมีที่กั้นระหว่างลูกค้าแต่ละคนอยู่แล้ว ผมไม่รู้วัฒนธรรมของร้านนวดเลย ผมนี่เอ๋อตั้งแต่เปลี่ยนชุดแล้วก็สื่อสารกับหมอนวดไม่รู้เรื่องซักทีว่าผมใส่กางเกงถูกด้านแล้วหรือยัง เริ่มต้นจากการนอนคว่ำหรือหงาย แล้วตอนที่ต้องนอนคว่ำ เตียงมีรูสำหรับเอาหน้าวางลงไป ผมก็ถามหมอนวดว่าหน้าผมควรจะอยู่ตรงไหน ตรงหมอนหรือลงรู คือผมสับสนน่ะครับ

ระหว่างการนวด ผมก็ค่อนข้างทำตัวไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรเล่นโทรศัพท์รึเปล่า หรือจะชวนหมอนวดคุยเรื่องต่างๆ หรือแค่นอนเฉยๆ แล้วผมต้องทำหน้ายังไงล่ะ ต้องสบตาหมอนวดมั้ย หรือหลับตาไปเลย แต่มันจะดีหรอถ้าผมไม่เห็นความเคลื่อนไหวของโลกภายนอก มันรู้สึกแปลกมากเลยที่ผมต้องมานอนบนเตียงในห้องเล็กๆที่ไม่ใช่โรงแรมหรือห้องพยาบาล แถมยังอยู่กับคนไม่รู้จักหนึ่งคนที่ผมต้องจ่ายตังให้เค้ามายุ่งกับร่างกายของผม

ระหว่างที่ผมนอนงงๆ ห้องข้างๆก็ส่งเสียงประหลาดมากจนผมไม่แน่ใจว่านี่ใช่สิ่งปกติที่เจอได้ในร้านนวดทั่วไปรึเปล่า จนผมเผลอสบตากับหมอนวดแล้วหัวเราะแบบไม่มีเสียง ผมก็แอบเห็นว่าหมอนวดของผมก็แอบหันไปส่งสัญญาณบางอย่างผ่านสายตากับหมอนวดห้องข้างๆ ก็คือเมทผมนั่นแหละครับ คือผมคิดว่าเค้าคงเห็นว่ามาด้วยกัน เลยเปิดประตูเชื่อมสองห้องไว้ แต่ผมก็มองไม่เห็นอะไรเลยนอกจากตีนมัน แต่ก็สรุปได้ว่าเสียงห้องข้างๆนั้นน่าจะไม่ได้เป็นเหตุการณ์ปกติซักเท่าไหร่

หลังจากที่ผมตัดสินใจได้ ว่าผมก็จะนอนเฉยๆหลับตาบ้าง ลืมตาสำรวจห้องเล็กๆนี้บ้าง ผมก็เห็นราวอันนึงอยู่ใกล้ๆเพดานเตี้ยๆของห้อง ตอนนั้นผมก็พยายามจะคิดว่ามันเอาไว้ทำอะไร เอาไว้ใส่ผ้าม่านหรอ แต่จะมีผ้าม่านตรงนั้นไว้ทำอะไร แต่ก็ได้แต่ตั้งคำถามไว้ในใจ

หมอนวดถามผมว่าทำนู่นได้มั้ยทำนี่ได้มั้ย ผมก็จำไม่ค่อยได้ว่าเค้าใช้คำว่าอะไร แต่ก็มีประโยคประมาณเช่น ดึงเส้นได้มั้ยคะ เหยียบได้มั้ยคะ ผมก็ตอบว่าได้ครับไปทุกคำถาม ก่อนที่สมองจะประมวลผลด้วยซ้ำว่าร่างกายของผมจะต้องเจอกับอะไรบ้าง คือผมคิดว่าไหนๆก็มาครั้งแรก ลองๆมันให้ครบน่ะแหละ อีกอย่างผมก็ไม่รู้จะตอบยังไงถ้าผมไม่อยากทำ 

เอ่อ 'ไม่ครับ คุณจะเหยียบผมไม่ได้' 

ผมว่ามันก็ดูออกจะแปลกๆไปซักหน่อย 

พอพูดถึงการเหยียบ ผมก็รู้สึกถึงน้ำหนักของหมอนวดที่ขึ้นมายืนบนเตียง ผมก็คิดได้ตอนนั้นแหละครับ ว่าราวนั้นมันเอาไว้ให้หมอนวดจับเพื่อทรงตัวแล้วขึ้นมาเหยียบบนตัวผมอย่างไร้ความปราณี
มันก็ไม่ได้เจ็บมากเท่าไหร่หรอกครับ แต่ผมก็ไม่ได้รับรู้ถึงความสบายเท่าไหร่
ภาพที่ผมจินตนาการไว้ตอนแรกก็มีแค่นอนคว่ำ แล้วก็มีหมอนวดมานวดๆบีบๆที่ไหล่ ที่หลัง นวดขา ผมก็นอนคว่ำ หลับตาฟินๆไป แต่มันไม่เกิดเหตุการณ์เหล่านี้เลยครับ

ในใจตอนที่กำลังนวด ผมก็สงสัยว่าที่เมทผมมันชอบการนวดนักหนาเนี่ย มันคือแบบนี้จริงๆหรอ ถ้างั้นครั้งหน้าผมคงจะไม่มาด้วยแล้วดีกว่า ระหว่างนั้นห้องข้างๆก็ยังคงส่งเสียงประหลาดออกมาอย่างสม่ำเสมอ คือตอนแรกผมก็คิดว่ามันสบายจนเค้าหลับแล้วกรน แต่ผมก็ได้ยินเสียงเค้าชวนหมอนวดคุยตลอดเลยนะ มีตอนที่รับโทรศัพท์ด้วย นั่นก็แปลว่าเค้าส่งเสียงแบบนั้นแบบที่เค้ายังมีสติอยู่งั้นหรอ ผมก็ออกจะแปลกใจ มันมีเรื่องให้ผมสงสัยเยอะจนอยากจะส่งโทรจิตไปคุยกับเมทในห้องข้างๆว่านี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่


มาถึงตอนใกล้จะปิดคอร์ส
นวดคอและนวดหัว
เป็นพาร์ทที่ทำให้ผมนึกถึงแฟนเก่าขึ้นมา ตอนนวดคอผมก็นึกถึงเมื่อก่อนตอนเวลาขึ้นบันไดเลื่อนกับแฟน ที่แฟนผมมักจะยืนบนขั้นที่สูงกว่าและบีบไหล่ผมเล่น ส่วนตอนนวดหัวเนี่ย ก็เป็นโพสิชั่นที่ต้องนอนบนหมอนที่อยู่บนตัก แต่ก็เป็นตักของหมอนวดน่ะครับ จริงๆผมค่อนข้างเศร้ามากเลยนะที่มีภาพแฟนเก่าแฟลชแบคเข้ามาในหัว แต่หมอนวดก็ปล่อยให้ผมเศร้าได้ไม่นานก็ถามผมว่าดัดหลังได้มั้ย ผมก็ตอบว่าได้ครับไปแบบไม่ประมวลผลเช่นเดิม
ก็นั่นแหละครับ ผมก็โดนดัดหลังไป ผมอธิบายท่าการดัดหลังไม่ถูก แต่เอาเป็นว่าภาพแฟนเก่าผมกระเจิดกระเจิง ความเศร้าของผมเปลี่ยนไปเป็นความช็อค น้ำตาที่เกือบจะไหลออกมากับเรื่องอกหักไหลกลับเข้าไปจนแห้งเหือด

การนวดครั้งแรกของผมก็จบลงไปเท่านี้

พูดกันตามตรงผมก็ไม่ค่อยประทับใจเท่าไหร่ แต่ผมก็ไม่เคยนวดมาก่อน เลยไม่มีประสบการณ์มาเปรียบเทียบ ก็เลยคิดไปเองว่าผมคงจะเข้าไม่ถึงการนวดเหมือนเมทของผม

แล้วก็มาถึงช่วงเวลาที่ผมได้ออกมาเจอโลกภายนอก ได้มาเจอเมทของผม ให้ผมได้ถามไถ่ไขข้อสงสัย ผมก็ได้ความว่า 

หนึ่ง เสียงของคุณคนห้องข้างๆแปลกมาก และยิ่งแปลกมากที่เค้าไม่ได้หลับแล้วส่งเสียงแบบนั้นออกมาโดยยังมีสติสัมปชัญญะ

สอง ร้านนี้ไม่มีมาตรฐานเอาซะเลย ผมกับเมทลองเล่าเหตุการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น แล้วพบว่าเราได้รับการนวดที่ต่างกัน เมทผมโดนประคบร้อน โดนเหวี่ยงแขน ส่วนผมโดนดัดหลัง และได้นวดหัว ซึ่งทั้งผมและเมทก็ไม่ประทับใจเท่าไหร่นัก แถมยังมีการบลัฟร้านข้างๆว่ามาเปิดทีหลัง แต่ผมกับเมทก็เข็ดกับร้านนวดแถวนี้แล้ว ไม่รู้ว่ามันเป็นมาตรฐานเดียวกันรึเปล่า เพราะว่าราคาเท่ากันหมดเลย

และสาม ปกติแล้วเมทผมมันก็ไม่ได้มานวดแผนไทยขนาดนี้ นี่มันออกจะเอ็กโซติคเกินไปสำหรับมัน (มันใช้คำว่าเอ็กโซติคจริงๆนะ) มันก็ดูสงสารผมเหมือนกันที่การมานวดครั้งแรกก็เจอแบบนี้เข้าไป
ครับ ผมก็สงสารตัวเอง

แต่ผมก็รู้สึกโชคดีที่ตื่นมาวันนี้ผมก็ไม่ได้ระบมหรือปวดตัวไปมากกว่าเดิม แต่ก็ไม่ได้รู้สึกสบายตัวขึ้นเลยแม้แต่น้อยเช่นกัน 

ไว้ครั้งหน้าผมก็อยากจะลองไปนวดอีกนะ แต่คงต้องหาข้อมูลและรีวิวดีๆซะก่อน







SHARE
Written in this book
ขอให้นี่เป็นไดอารี่
I'm free to say whatever I like if it's wrong or right it's alright
Writer
sweetshit
a piece of shit
เพื่อนเรามีชื่อเป็นสัตว์ \ ขอให้นี่เป็นไดอารี่

Comments

tututor
4 years ago
ว้าว ให้หนูนวดให้มั้ยคะพี่💕
Reply
xxxxxxxxx
4 years ago
ตลกกถถถถถถ
Reply