เข็มขัดนายพราน
 ดาวสามดวงเรียงกันอยู่บนท้องฟ้ามืดอึมครึม
    ลมร้อนอ่อนๆพัดมาปะทะผิวหน้ากลางดึก ลมที่กรุงเทพมันช่างแตกต่างจากลมที่เชียงรายจริงๆ เนื่องด้วยอุณหภูมิรอบตัวที่ดูจะย้อนแยงกับคำว่าฤดูหนาว ลมเย็นอ่อนๆและน้ำค้างเย็นยะเยือกคงไม่อาจปรากฎตัวที่นี่แน่ๆ กลับบ้านมาได้หลายวันแล้วกรุงเทพก็ยังวุ่นวายเหมือนเคย แสงไฟและรถราที่สุดคุ้นเคยมาทักทายเป็นประจำทุกๆวัน เสียงไซเรนแว่วดังตลอดย่านถนนคงเหมือนเสียงหรีดเรไรบนยอดดอยที่ระงมทั่วป่าเขา สูดลมหายใจเข้าอีกครั้งลึกๆคงเพราะอาการอยากนิโครตินกำเริบแต่ต้องยั้งใจไว้เพราะครอบครัวคงไม่ประทับใจเท่าไหร่ที่เราจะ"พบ"กันในเวลานี้ 

มลพิษมันบดบังความสวยงามที่ซ้อนเร้นบนท้องฟ้าซะเกือบหมด
    อย่างที่ท่านทราบกันว่าท้องฟ้ามหานครเป็นดั่งทะเลมลพิษมากกว่าทะเลดาวอย่างที่มนุษย์ปราถนากันตลอดมา มันขุ่นมัวซะจนบดบังแสงไสวของดวงดาวบนฟ้าไปซะเกือบทุกดวง และอย่างที่ทราบกันถ้วนว่าดาวที่ส่องสว่างได้บนทะเลจักรวาลเป็นได้เฉพาะดาวฤกษ์ที่มีพลังงานในตนเองเท่านั้น ดาวน้อยใหญ่ในทะเลแห่งนี้อาจเฉิดฉายรัศมีได้เยอะบนสถาณที่มืดไร้ซึ่งแสงประดิษฐ์ ยิ่งมืดลงยิ่งเห็นดาวเยอะเป็นความรู้พื้นฐานที่ผุดขึ้น คิดๆก็คงเหมือนชีวิตมนุษย์ การมีตัวตนของบุคคลคนหนึ่งในวงจรสังคมหนึ่ง การจะมีตัวตนเป็นที่รู้จัก รัก หรือถูกเกลียดได้ต้องอาศัยระยะห่างและพลังงานเหมือนดาวฤกษ์ ยิ่งใกล้ยิ่งมีตัวตน ยิ่งมีพลังงานยิ่งชัดเจน

    ความสัมพันธ์ของคนเราก็เช่นกัน ยิ่งอยู่ใกล้มากเท่าไหร่ตัวตนก็เด่นชัด แต่เมื่อใดที่ออกห่างจากรัศมีวิสัยทัศของบุคคลนั้นๆ ตัวตนเรากลับดูเลือนลางเหมือเกิน เหลือแต่อดีตที่มีไว้จดจำและระลึกไม่ใช่"สัมผัส" เหมือนที่เคยเป็นมา อ่อนแรงลงก็เหมือนดาวฤกษ์ใกล้มอด ริบหรี่ หมองหม่น ไร้ซึ่งสายตาจะจับต้องและสนใจ ความสัมพันธ์ในวงจรนี้ช่างเปราะบางแม้จะดูเหมือนแข็งแรงก็ตาม ลองนึกภาพเส้นฟางกับใยแมงมุมดูสิ เส้นฟางต้องขาดเมื่อปลายของมันแยกออกจากกัน ต่างจากใยแมงมุมที่ยืดหยุ่นไม่ตัดขาด...ฉันคงยังตามหาความสัมพันธ์แบบใยแมงมุมอยู่ดี..

แต่ทุกหลักการคงใช้ไม่ได้กับเข็มขัดนายพราน
    เข็มขัดนายพรานคือกลุ่มดาวสามดวงเรียงกัน ว่าก็เป็นดาวนายพราน ว่าก็เป็นดาวเต่าหรือดาวไถ
แต่ความพิเศษของกลุ่มดาวนี้คือไม่ว่าท้องฟ้าจะมืดหรือสว่างยังไง การมีตัวตนของมันก็ไม่เคยเลือนลาง มันเป็นตัวของตัวเอง จะเชียงรายหรือกรุงเทพมันก็ยังเจิดจรัสอยู่บนท้องฟ้าเป็นเพื่อนฉันผ่านคืนเงียบสงัดมาทุกๆคืน ค่อนครึ่งชีวิตนี้อาจจะเสียเวลาอย่างมากในการพยายามเป็นทางช้างเผือก เพื่อตัวตนที่ยิ่งใหญ่ มีพลังงาน และโด่งดัง แต่ก็ไม่นึกสำเหนียกตัวตนสักทีว่าจริงๆแล้วคงเป็นไม่ได้อย่างหวัง 

    การมานั่งนึกคำนึงถึงการเป็นเข็มขัดดาวนายพรานจริงๆก็ไม่เลว ถึงจะเป็นส่วนประกอบของกลุ่มดาวมากมายแต่ท้ายสุดแล้วยังไงก็เป็นตัวของตัวเอง ตัวตนที่มีคุณค่าอย่างแท้จริงที่ไม่ต้องวิ่งตาม พยายาม พิสูจณ์ตัวตนแบบทางช้างเผือก ไม่จำเป็นต้องใหญ่โตแค่เพียงมั่นคง กระแสสังคมมนุษย์มันแปรปวร เปลี่ยนแปลงไม่มั่นคงทุกขณะ เทียบกับดวงดาวแล้วมนุษย์ยังห่างไกล

ฉันขอเป็นเข็มขัดนายพรานดีกว่า..ในตอนนี้
เหนื่อยที่ต้องเปลี่ยนแปลง
เหนื่อยที่ต้องรักษาระยะ 
เหนื่อยที่ต้องมีพลัง

เป็นความมั่นคงดีกว่า..สบายใจกว่าเยอะ
เชิญเธอตามหาทางช้างเผือกของเธอต่อไป


SHARE
Writer
Nocturnal
Sincered human being
I​ don't​ fear a​ curtain death, death​ is​ curtain.

Comments

bbeer
4 years ago
อู้วหูววๆๆ
Reply
Nocturnal
4 years ago
คนเขียนหล่อใช่มะ

Nocturnal
4 years ago
คนเขียนหล่อใช่มะ

bbeer
4 years ago
สแปมม

bbeer
4 years ago
บล้อคค  

Reply