ประโยคเดียวกัน
 เร็วๆ นี้ฉันเพิ่งได้ยินประโยคหนึ่งจากเพื่อนสองคน มันเป็นประโยคเดียวกันในช่วงเวลาที่ใกล้เคียงกัน ฉันเห็นทั้งสีหน้าได้ยินทั้งน้ำเสียงของทั้งคู่

ทั้งคู่รู้ว่าฉันผ่านอะไรมาในชีวิต และกำลังจะต้องทำอะไรต่อ

คนแรกเราเพิ่งรู้จักกันไม่นาน เราคุยกันถึงเรื่องสนุกสนาน ความฝันเราต่างกันลิบลิ่ว เรียกได้ว่าอาจจะเดินคนละทางกันตลอดชีวิต เรานับถือกันและกันเหมือนพี่น้อง เธอมีสิ่งที่ฉันขาด ฉันมีสิ่งที่เธอขาด นั่นทำให้เวลาไม่ถึงปีเราสนิทกันมาก
“เธอทำได้อยู่แล้วแหละ”
ประโยคนั้นทำให้ฉันมีพลังมาก ฉันรู้สึกว่าฉันทำมันสำเร็จแล้วทั้งๆ ที่ยังไม่ได้เริ่มด้วยซ้ำ ฉันรู้สึกได้ถึงความนับถือ ความเชื่อมั่นและความปรารถนาดีจากคนๆ นี้
หลังจากคุยเสร็จฉันลงมือทำทุกอย่างทันที ด้วยอารมณ์ที่มีความสขสดใส ตั้งใจมองสิ่งที่สวยงามกำลังจะเกิดขึ้นอย่างใจจดใจจ่อ และวันหนึ่งที่ฉันก้าวไปถึงจุดนั้นฉันอยากให้คนๆ นี้ยืนอยู่ด้วย

เราจะได้กินคาเรปังอร่อยๆ ที่ขายอยู่ที่โอโมเตะซันโดร้านโปรดเธอเป็นการฉลอง และคราวนี้ฉันขอชิ้นที่เป็นชีส ถ้าเธอไม่ถือสาอะไรนะ

ส่วนอีกคนนึง เป็นเพื่อนที่รู้จักกันมานานมาก ตั้งแต่ฉันยังพูดเช้าฟาดผัดฟัก เย็นฟาดฟักผัด ไม่ได้ จนถึงตอนนี้ 14 ปีแล้วมั้ง หรืออาจจะนานกว่านั้น เราแทบไม่ได้แยกโรงเรียนกันเลย เราเคยตัวพอๆ กัน ชอบดาราคนเดียวกัน กินของเหมือนๆ กัน

“เธอทำได้อยู่แล้วแหละ”

นั่นคือสิ่งที่เธอพูดเรียงตามคำพูด แต่น้ำเสียงท่าทางสีหน้าของเธอ เหมือนจะบอกว่า 
“เธอทำได้แหละกับไอ้ความบ้าบอแบบนั้น ฉันมันไม่มีโอกาสอย่างเธอนี่ เธอได้ไปหลายๆ ที่ แต่ถ้าเธอทำพลาดฉันจะบอกให้ว่ามันต้องพลาดแน่ๆ” ไม่ได้มโนไปเองแต่อย่างใด
สีหน้าที่เหยียดยิ้มดูถูก สายตาอิจฉาปิดไม่มิดนั้น
มันรู้สึกได้จริงๆ นะ ความจริงใจที่แตกต่างกัน หลังจากคุยกับเธอจบ ฉันเกือบจะรู้สึกผิดกับการเป็นตัวฉันเอง ฉันเกือบคิดว่าฉันเดินผิดทาง ฉันสับสน แต่ขอบคุณตัวฉันที่ฉันรักตัวเองมากพอที่จะลบความเห็นเธอทิ้ง

น่าแปลกที่ประโยคเดียวกัน สถานการณ์ไม่ต่างกันมาก จากคนที่ต่างกันจะทำให้รู้สึกแตกต่างกันขนาดนี้ คนเราไม่ได้เรียนรู้ที่จะฟังแล้วเชื่อเพียงอย่างเดียวเท่านั้น เพียงแต่คนเราเรียนรู้ที่จะฟัง พิจารณา และอีกสิ่งที่ห้ามกันไม่ได้คือ รู้สึก นั่นทำให้ประโยคเดียวกันจากเบื้องลึกที่แตกต่างกันจึงให้ความหมายที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง...

แต่น่าแปลกกว่านั้น ที่ทำไมเราถึงเลือกคบคนที่บั่นทอนจิตใจเรามานานขนาดนี้...

เราเคยคิดว่าเรารู้จักเธอดีมาตลอดกว่าสิบปี จนวันนี้ทำให้เรารู้ว่าเราเข้าใจผิดคิดไปเองตลอด และวันนี้เรารู้จักเธอดีขึ้น...

…ขอบคุณเวลาที่ผ่านมา ฉันคงไม่อยู่ให้เธออิจฉา รำคาญตา หรือหงุดหงิดใจต่อไป มันดีกับฉันเองด้วย...

เพื่อนใหม่เหมือนของขวัญ เพื่อนเก่าเหมือนขุมสมบัติ
ประโยคนี้ไม่ผิด ถ้าเขาเป็นเพื่อนจริงๆ บางคนก็แค่คนรู้จักหรือศัตรูที่ใส่หัวเพื่อนเท่านั้น

สุดท้ายนี้.... ฉันรู้ว่า"ฉันทำได้อยู่แล้วแหละ" ไม่ว่าใครจะพูดอย่างไรก็ตาม
SHARE
Writer
semiColon
perfectly incomplete
ⓒ1993 | นักเขียน | นักเดินทาง เขาว่ากันว่าคุณน่าจะมีเพื่อนราศีธนูสักคน คุณน่าจะลองเป็นเพื่อนเราดูนะ

Comments