ห้ า ร้ อ ย

          เป็นเพราะต้องการหาข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ในการเขียนเรื่องสั้น และอยากเจอเพื่อนอยากเที่ยวด้วยนั่นแหละ ที่ทำให้ผมตัดสินใจข้ามแดนในวันนี้...


          "ขอโทษนะครับ ผมวางหนังสือช่องนี้ได้นะครับ" ผมถามเป็นภาษาไทยเพราะคิดว่าเขาต้องฟังออก และแม้จะมีแผ่นป้ายซึ่งมีข้อความ ចេញ ที่แปลว่าออก และ ចូល ที่แปลว่าเข้าติดไว้เหนือกระจกกั้นของแต่ละช่องโดยมีภาษาอังกฤษกำกับไว้อีกทีก็ตาม แต่ผมก็รู้นั่นแหละว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองขแมร์ทั้งสองช่องนี้สามารถทำงานสลับหน้าที่กันได้ หากอีกฝ่ายยังไม่ว่าง และผมก็คงต้องถามก่อนแม้จะค่อนข้างแน่ใจว่าผมสามารถทำเช่นนั้นได้ เพราะหากผิดพลาดอะไรขึ้นมาคงเสียเวลากันนานโขทีเดียว ยิ่งเป็นวันที่มีคนผ่านเข้าออกด่านชายแดนกันเยอะแบบนี้ด้วย... 
          เจ้าหน้าที่คนนั้นพยักหน้าโดยไม่หันมอง พร้อมกับรับหนังสือเดินทางปึกใหญ่จากชายคนหนึ่งซึ่งชิงส่งตัดหน้าผมไป ผมมองพร้อมกับทำใจว่าคงต้องรอนานแน่ๆ วันนี้ ทั้งแปลกใจที่เขาสามารถยื่นประทับตราหนังสือเดินทางแทนกันได้ด้วย แต่ก็นั่นแหละ จะเอาอะไรกับประเทศที่การติดต่อราชการยังต้องใช้เงินไปเสียหมดแบบนี้ล่ะ การคอรัปชั่นเล็กๆ น้อยๆ แบบนี้คงเป็นเรืองปกติของบ้านเขานั่นแหละ แต่จะว่าไปบ้านเมืองของเราเองก็ยังขึ้นชื่อเรื่องคอรัปชั่นเหมือนกันนี่นา

          "จะมาเสียดายเงินนิดหน่อยไม่เข้าท่า งานของเราสะดวกคุ้มกว่าเยอะ" ผมนึกถึงคำพูดของคนที่มองการคอรับชั่นเป็นเรื่องปกติ มองว่าการติดต่อราชการทุกอย่างต้องใช้เงิน มองคนที่ไม่ยอมเสียใต้โต๊ะว่าเป็นคนขี้เหนียว คนแบบนี้มีมากเสียด้วยในสังคมปัจจุบัน ก็เพราะความคิดแบบนี้กระมังบ้านเมืองของเราจึงเต็มไปด้วยคอรัปชั่นและไม่ก้าวหน้าไปถึงไหนสักที          ด้านหลังของม้านั่งสองตัวซึ่งวางอยู่ระหว่างทางเดินด้านหน้าของช่องทำการนี่ จะเป็นม้านั่งที่สูงหน่อยและมีพนักพิง ผมเดินอ้อมม้านั่งสองตัวไปที่นั่นเพราะคิดว่าคงต้องรอนาน ที่นี่นั้นนอกจากจะเป็นสถานที่ตรวจประทับตราหนังสือเดินทางเข้าออกแล้ว ทางขวามือถัดออกไปหน่อยจะมีการอออกบัตรผ่านรายวันให้กับคนขแมร์ที่จะข้ามไปตลาดชายแดนทางฝั่งไทยกันอีกด้วย และแน่นอน กระดาษแผ่นเล็กๆ ที่มีราคาใบละสิบบาทนั้นสามารถมาขอรับแทนกันได้ เพียงแค่บอกชื่อและอายุเพื่อบันทึกไว้พร้อมจ่ายเงินตามค่าบัตรเท่านั้น...
          ขณะที่ผมพร้อมทำใจแล้วสำหรับการนั่งรอแต่กลับผิดคาด หนังสือเดินทางของผมถูกหยิบไปตรวจก่อนเลย เพียงแต่ว่า...เข้าไปไม่ได้

          เขาพูดห้วนๆ หลังจากกวักมือเรียกผมเข้าไปอีกที คงต้องเข้าใจเองแหละครับว่าเขาคงไม่ถนัดภาษาเรานัก แต่ทำไมถึงเข้าไม่ได้นี่สิ
          "สามเดือนเข้าไม่ได้ หกเดือนเข้าได้" เขาตอบห้วนๆ เหมือนเดิมเมื่อผมถามว่าทำไม ก็ได้แต่คิดว่าอะไรคือสามเดือนหกเดือนที่เขาว่า หรือเขาจะหมายถึงอายุหนังสือเดินทาง เลยชี้ให้ดูว่าหนังสือเดินทางของผมยังไม่หมดอายุนะ อยู่ได้ถึงปีหน้าอีกตั้งสามเดือน... ผมชงักความคิดชั่วขณะ
          กว่าจะเข้าใจกันได้ว่าหนังสือเดินทางนั้นต้องใช้ก่อนหมดอายุหกเดือนก็เสียเวลากันพักใหญ่ แล้วทำอย่างไรกันล่ะที่นี้ เสียเวลานั่งรถมาตั้งครึ่งค่อนวัน เตรียมตัวเตรียมของฝากเพื่อนขแมร์ของผมมาอย่างดิบดีกลับเข้าไม่ได้เสียอย่างนั้นแหละ... ผมเดินออกมาและทอดสายตาไปยังริมทางฝั่งตรงข้าม มองตึกทรงสูงอันเป็นที่ตั้งของคาสิโนหนึ่งในหลายแห่งของที่นี่แล้วก็คิดว่าวันนี้คงได้เห็นเมืองขแมร์แค่นี้ล่ะมัง แต่ไม่ว่าอย่างไรก็คงต้องกลับ ไม่มีทางเลือกอื่นนี่นา ผมบอกกับตัวเองพลางคิดว่าคงต้องแวะไปต่อหนังสือเดินทางใหม่ด้วยเลย แต่ก่อนอื่นต้องไปแจ้งเจ้าหน้าที่ทางฝั่งไทยให้รับทราบเรื่องก่อน เพราะผมถูกบันทึกประวัติว่าเดินทางออกนอกประเทศไปแล้วนี่ อดคิดไม่ได้ว่าเขาไม่ได้ตรวจหนังสือเดินทางผมโดยละเอียดหรืออย่างไรนะถึงไม่ทราบเรื่องนี้

          "ปากน่ะมีไหมล่ะ" เจ้าหน้าที่ซึ่งประทับตราหนังสือเดินทางให้ผมพูดเสียงดังเหมือนต่อว่า หากแต่หัวเราะเหมือนขำไปด้วยมากกว่าหลังจากผมผ่านคิวเข้าแถวยาวเหยียดมาได้ "ไปแค่สามสี่วันใช่ไหมล่ะ นั่นแหละกลับไปหาเขาใหม่ บอกเขาแบบนั้นแหละขอร้องเขาหน่อย" เขาพูดพลางหัวเราะไปพลางเหมือนจะบอกว่าผมนี่ซื่อบื้อสิ้นดี เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ก็ไม่รู้จักแก้ไขหรือใช้ปัญญาให้เป็นประโยชน์
          "ยัดให้เขาหน่อยก็สิ้นเรื่องแล้ว" เป็นคำพูดทิ้งท้ายของเขาก่อนที่ผมจะหันหลังออกมา ผมเดินลอดซุ้มประตู ข้ามสะพานเหล็กเหนือคลองซึ่งแบ่งแยกสองแผ่นดินเข้าไปอีกครั้ง ผ่านแผงไม้กั้นทางกับข้อความหยุดตรวจ (ឈប់ត្រួតពិនិត្រ) ก่อนถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง อดคิดถึงคำพูดที่บอกถึงมุมมองของคนในสังคม กับการคอรัปชั่นอีกไม่ได้

          "ห้าร้อยไหวไหม" เจ้าหน้าที่ ต.ม. ขแมร์คนเดินเอ่ยมาเบาๆ ด้วยสีหน้าเรียบเฉยหลังจากทำเงียบสักพักเมื่อฟังคำขอร้องจากผม วินาทีนี้ผมคงได้แต่บอกตัวเองว่า ถึงอย่างไรผมก็คงไม่สามารถมองการคอรัปชั่นเป็นเรื่องปกติเหมือนใครๆ ได้หรอก เพียงแต่ว่าหากไปต่อได้ ‘ไอ้ครึ่งพัน ผมจะขี้เหนียวมันไปทำไม'


SHARE
Written in this book
เรื่องเล่าของลุงน้อย
ความหลังครั้งเก่า เรื่องเล่า เรื่องโม้
Writer
Lava
ผู้เฒ่าธรรมดา
เจ้าปัญหา จอมโวยวาย

Comments