หนังสือเล่มนั้นกับไอด้อลของไอด้อล
จู่ๆเราก็สงสัยในตัวเอง เราชอบอะไรกันแน่ แล้วเราก็นึกอยากสำรวจตัวเอง สำรวจสิ่งที่เราชอบและยึดถือ สำหรับนักอยากเขียนแล้ว ถึงจะอ่านมาเยอะแค่ไหน(ในความรู้สึกของตัวเอง)ก็พบว่าบางครั้งเราอาจคิดคำออกมาอธิบายได้ไม่ทันใจกับความคิดคร่าวๆและความรู้สึกที่ไปไวเสียเหลือเกิน มายเองก็เช่น หลายครั้งที่มายพบว่าตัวเองมีไอเดียคร่าวๆในหัวแต่พอเขียนไปสักพักก็ตันซะอย่างงั้น แล้วพอไอเดียใหม่แทรกขึ้นมาก็เกิดความตื่นตระหนกว่าจะทำอันไหนก่อนดี อันนั้นก็อยากทำอันนี้ก็น่าสนใจ สุดท้ายก็ทิ้งมันค้างเติ่งไว้เฉยๆ หลายๆภาพวาดของมายเป็นอย่างงั้น ไหนปีใหม่ทั้งทีก็อยากเริ่มปรับวิธีการทำงานของตัวเองดูบ้าง ถ้าไม่เริ่มวันนี้จะไปเริ่มเมื่อไหร่ล่ะจริงไหม?

มีหนังสือเล่มหนึ่งที่จำได้ว่าบังเอิญไปรู้จักจากการแนะนำโดยพี่นิชคุณ(นักร้องไอด้อลวงเกาหลีแต่พี่แกเป็นคนไทย) ถ้าจำไม่ผิดช่วงเวลาที่วงของเขาโลดแล่นบนวงการบันเทิงเกาหลีได้ไม่กี่ปี เขาแนะนำหนังสือเล่มนี้ซึ่งมีส่วนช่วยให้ตัวเขาเองได้พบวิธีการทำงานในฐานะศิลปิน คิดแบบศิลปิน และเล่มนี้เองก็ได้กลายเป็นหนึ่งในหนังสือเล่มสำคัญในชีวิตมาย หนังสือเล่มนั้นคือ “Steal like an artist” หรือเล่มแปลไทยชื่อ “ขโมยให้ได้อย่างศิลปิน” เขียนโดย Austin Kleon ศิลปิน/นักเขียน(ที่เจ๋งโพ้ดดดดยกนิ้วโป้งให้รัวๆ) มายพยายามวางมันไว้ใกล้ๆมือบนโต๊ะเพื่อที่เวลาคิดอะไรไม่ออกหรือละล้าละหลังไม่ยอมลงมือทำอะไรสักทีก็จะหยิบมาอ่าน เหมือนได้เจอพี่ชายคนหนึ่งที่จะคอยอยู่ตรงนั้น บอกให้เราลงมือ บอกให้เราไม่ต้องกลัว ทำไปเล้ยยยย

ย้อนกลับไปที่ภาพประกอบบทความด้านบน ใช่แล้ว นี่เป็นหน้าหนึ่งในหนังสือ เป็นบทที่พูดถึง “การศึกษาที่มาของความคิด” เอิ่ม...ภาษาสวยจัง พูดง่ายๆคือให้เราลองวิเคราะห์คนที่เราชอบหรือไอด้อลของเรานั่นเอง ว่าเราชอบเขาตรงไหนและสิ่งที่เราชอบนั่นเขาไปได้วัตถุดิบ อิทธิพล มาจากไหนกันนะ วิธีการคือให้เราเลือกไอด้อลที่เราชอบมาซัก3คน แล้วเริ่มขุดไอด้อนของไอด้อลอีกที หาไอด้อลของคนนั้นอีกสามคนเช่นกัน ทั้งหมดดูเหมือนจะเป็นกระบวนการที่ทำให้เราเข้าใจสิ่งที่เราชอบและสิ่งที่เรามีแนวโน้มจะสร้างสรรค์ได้มากขึ้น แล้วมายก็นึกอยากเล่นขึ้นมา เลยลองเขียนขึ้นมาเผื่อว่ามีคนอยากลองเล่นบ้าง เกริ่นมาเยอะเกินไปแล้ว มาเรามาเริ่มที่คนแรกกัน
 
Lemony Snicket
ผลงาน(ที่มายชอบมาก): วรรณกรรมเยาวชนชุดอยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย (The series of unfortunate evens)

ที่ต้องพูดถึงเลโมนี่ก่อนใครอื่นเพราะเขาเขียนผลงานที่ฝังลึกอยู่ในความทรงจำวัยเด็กของมาย จนมีประโยคที่เอาไว้ล้อตัวเองกับเพื่อนว่า นี่เราโตมากับนิยายดาร์กๆแบบนี้เหรอวะแก(ฮา) เป็นหนังสือท่ี่ทำให้มายเกิดนิสัยเก็บเงินซื้อหนังสือตั้งแต่ประถมและฝังตัวอยู่ในห้องสมุดบ่อยพอๆกับห้องซ้อมดนตรี อันที่จริงนอกจากผลงานข้างต้น โลกจะรู้ข้อมูลของชายคนนี้น้อยมาก เพราะ...เพราะ...เพราะเขาไม่มีตัวตนอยู่จริง เลโมนี่ สนิกเก็ต เป็นนามปากกาของ แดเนียล แฮนด์เลอร์(Daniel Handler) ตาลุงชาวอเมริกันเชื้อสายยิวที่ชอบเขียนนิยายแกล้งเด็กเพราะว่ามันสนุกดี(!?) มายคิดว่าในการสร้างผลงานของเขามีความซับซ้อนมากพอสมควร เพราะนอกเหนือจากการสร้างตัวตนสมมติขึ้นให้นักอ่านตามหาเล่นๆซึ่งสอดคล้องกับโลกที่เขาสร้างขึ้นในหนังสือ องค์กรลับ ความทุกข์ระทม ตัวละครพวกผู้ใหญ่โง่ๆที่ไม่เคยฟังเด็กกำพร้าโบ้ดแลร์เลย ฉากหลังที่ดูไร้กาลเวลาแม้ความรู้สึกที่เราได้รับจะทำให้นึกถึงเสื้อผ้าแนวโกธิค-วิคเตอเรียนแต่เราก็ไม่อาจรู้แน่ชัดว่ามันเป็นยุคใดกันแน่ ส่วนตัวคิดว่าน่าจะเป็นยุค80เพราะช่วงนั้นวัฒนธรรมโกธิคกลับมาเฟื่องฟูดูได้จากดนตรีพังค์ร็อคที่ผู้ชายผมยาวชี้ๆนั่นล่ะ เจ๋งที่สุดก็วิธีเขียนที่อาจพูดได้ว่า กวนทีนคนอ่าน(มารู้ตอนโตอีกแหนะว่าแบบนั้นน่ะเขากวนคนอ่าน)แต่กลับขายของได้น่าซื้อที่สุด โดยใช้วิธีการบอกว่า หนังสือเล่มนี้มีแต่อะไรที่ไม่ดีๆ อย่าซื้อไปอ่านเลย ท่านจะพบแต่เรื่องเล่าจากชะกรรมอันโหดร้ายของเด็กกำพร้าสามคนนี้ มีสิ่งเหล่านี้อยู่ในเล่ม(แอบเผยเนื้อหาแบบเนียนๆให้เราอยากอ่านต่อ) สำหรับเราแล้ว งานเขียนชุดนี้จะไม่อาจสมบูรณ์ไปได้หากขาดนักวาดที่มาช่วยเติมภาพและคุมโทนรูปเล่มให้ อย่าง Brett Helquist ที่รับหน้าที่วาดให้ตั้งแต่ต้นจนจบ ไม่ว่าไปเห็นงานแกที่ไหนก็นึกถึงงานเลโมนี่อยู่ดี

ไอด้อลของไอด้อล: คนแรกและคนเดียวที่เจอคือ William Keepers Maxwell Jr. ไม่เคยได้ยินมาก่อน และดูเหมือนหนังสือเขาไม่น่าจะเคยแปลเป็นภาษาไทย ตามประวัติคุณตาวิลเลี่ยมเป็นปรมาจารย์ด้านงานเขียน เป็นทั้งบรรณาธิการ และออกงานเขียนบทความ เรื่องสั้น นิยาย และวรรณกรรมเด็ก พอเห็นคำนี้เราก็ข้ามไปดูผลงานทันที เพราะดูน่าจะสอดคล้องกับไอด้อลของเรา คุณตาแกออกวรรณกรรมเด็กมา2เล่มคือ Mrs. Donald's Dog Bun and His Home Away from Home (ออกในปี 1995) กับเรื่อง The Heavenly Tenants (ออกในปี 1946) เรื่องหลังเกี่ยวเหล่าดวงดาวตามจักราศีบนท้องฟ้าที่ลงมาเยี่ยมครอบครัวชาวนาครอบครัวหนึ่ง แอบไปดูเล่มตัวอย่างมา น่าสนใจทีเดียว


ทรงศิล ทิวสมบูรณ์
ผลงาน(ที่มายชอบมาก): หนังสือนิยายภาพชุดถั่วงอกกับหัวไฟ, Nine Live และเรื่องเล่าของ
บ๊อบบี้ สวิงเกอร์

พี่อัพน่าจะเป็นนักเขียนกลุ่มที่สร้างผลงานแนวนิยายภาพ(Graphic novel) เป็นคนแรกๆของเมืองไทย เขามักจะพูดถึงผลงานช่วงแรกว่าคนไม่รู้ว่าจะจัดงานเขาเข้าหมวดไหน มายได้อ่านผลงานพี่อัพครั้งแรกสมัยม.ปลาย ไม่แน่ใจว่าเพื่อนแนะนำหรือเห็นก่อนแล้วไปแนะนำเพื่อนอีกที และในสมัยนั้นมีนักเขียนชื่อดังอีกหนึ่งท่านที่ทำงานแนวเดียวกัน(เพื่อนอีกคนคลั่งมาก) เอาเป็นว่าเพื่อนสองคนนี้ปัจจุบันไม่ได้เป็นเพื่อนกันแล้วอย่างน่าเสียดาย ข้ามค่ะ และอาจจะเพราะนักเขียนไอด้อลท่านนี้เป็นคนไทยด้วยแหละ มายเลยค่อนข้างรู้สึกว่าเรารู้เรื่องของพี่อัพเยอะกว่าไอด้อลของเราคนอื่น พี่อัพเองก็พูดถึงไอด้อลของตัวเองค่อนข้างบ่อย เปิดเผย และเรียบง่าย งานของพี่อัพส่วนใหญ่จะพาเราไปสัมผัสความดาร์กที่อบอุ่น ด้วยวิธีการวาดส่วนใหญ่ที่จะเห็นรอยดินสอฝนนุ่มๆเผยผิวกระดาษ(เป็นคนโรคจิต ชอบเห็นผิวกระดาษ 555) ภาษาที่พี่อัพใช้ทำให้เราสัมผัสได้ว่าเขาเป็นชายหนุ่มที่อบอุ่นครุ่นคิด บางครั้งเขาก็พาเราไปเจอกับจิตวิญญาณวัยรุ่นดิบๆของเขาผ่านเนื้อหาร็อคๆที่เขาชอบสอดแทรกเข้ามา เช่น ความคลั่งเพลงร็อคของตัวละครหัวไฟและบ๊อบบี้ สวิงเกอร์ ความเหมือนกันอย่างหนึ่งของพี่อัพกับตาลุงแดเนียลคนข้างบนคือ การสร้างตัวละครที่เป็นตัวแทนของตัวเอง เหมือนพาตัวเองเข้าไปมีตัวตนอยู่ในโลกจินตนาการที่สร้างขึ้นมาอีกทีแบบที่เราไม่ตะขิดตะขวงใจ ตบท้ายด้วยการเนียนใช้ตัวนั้นเล่าเรื่องอีก สุดยอดอ่ะ

ไอด้อลของไอด้อล: พี่อัพพูดบ่อยว่าเขาชอบ Neil Gaiman มาก และเราก็กลายเป็นติ่งนีลไปเพราะพี่อัพนี่แหละ พอรู้ข่าวว่าพี่อัพวาดปกฉบับแปลไทยของหนังสือสตาร์ดัสท์ ก็เลยลองซื้อมาอ่านดู ซึ่งปรากฏว่ามันคือเรื่องเดียวกับที่ทำเป็นหนังเมื่อปี2007 จนไปซื้อเล่มอื่นอีก ตรงนี้จะขอยกยอดไปพูดถึงนีลเต็มๆข้างล่างเลยเพราะลุงเป็นไอด้อลมายเหมือนกัน(ฮา) ส่วนศิลปินท่านอื่นที่พี่อัพเหมือนจะพูดถึงบ่อยก็มี วงเรดิโอเฮด(Radiohead) ที่มีเพลง Creep เป็นเพลงดังเพลงเดียวที่มายรู้จักและร้องได้ สงสัยต้องไปลองหาฟังอีกเยอะๆละ เท่าที่ฟังผ่านๆมารู้สึกว่ามีรายละเอียดตรงเนื้อเพลงที่ใช้คำได้น่าสนใจอยู่


Neil Gaiman
ผลงาน(ที่มายชอบมาก):
 สตาร์ดัส(Stardust), ดินแดนใต้พิภพ(Neverwhere) และแคโรไลน์
(Caroline)

จุดเริ่มต้นการชอบนีลจึงเป็นตัวอย่างของการขุดไอด้อลของไอด้อลโดยแท้จริง จุดเด่นในผลงานนีลของการคงโครงสร้างของนิทานเทพนิยายแต่เล่าใหม่ในแบบที่เซอไพร้คนดูอยู่หมัด แม้นีลจะไม่ใช่นักเขียนที่วาดภาพได้อย่างที่พี่อัพเป็น แต่เราพบว่าแต่ละเล่มของเขา เขาหานักวาดมาจับคู่ได้ค่อนข้างลงตัวทีเดียว คนหนึ่งที่ได้เราเป็นติ่งคือ Chris Riddell ที่มาวาดปกหนังสือชุด The Graveyard books เลเวลความดาร์กมายให้สูงกว่าทั้ง Brett Helquist คู่บุญของเลโมนี่ และดาร์กกว่าพี่อัพ เพราะเส้นของลุงคริสแกใช้ปากกาหมึกซึมเป็นหลัก หรืออย่างทีมผู้สร้างการ์ตูนสต๊อปโมชั่นอย่าง Caroline นั่นก็เจ๋ง โดยรวมงานเขียนของนีลเท่าที่ได้อ่านมาให้อารมณ์เดียวกับงานของพี่อัพ คือ มีความดาร์กที่อบอุ่น (จะเจอเราใช้คำนี้ไปเรื่อยๆจนกว่าจะเบื่อ ชอบอ่ะ 5555) อนึ่ง นีลเป็นตัวอย่างของนักเขียนปีศาจที่ทำงานเยอะและหลากหลายมาก ตั้งแต่เขียนเนื้อเรื่องคอมมิคทั้งของดีซีและมาเวล(!!) เรื่องสั้น นิยาย วรรณกรรมเด็ก เขียนบทหนัง เล่นหนัง พากษ์หนัง ที่สำคัญคือหนังสือหลายเล่มที่เขาเขียนถูกนำไปทำหนังและซีรี่ย์ ล่าสุดที่เรากำลังรอก็ American gods ที่จากตัวอย่างสั้นๆแล้ว ความดาร์กแบบผู้ใหญ่มาเต็ม โอ๋ยนี่มันปีศาจชัดๆ เหมือนเรารู้จักเขา สัมผัสงานเขามาแค่เสี้ยวขี้เล็บความสามารถเขาเอง

ไอด้อลของไอด้อล: ไอด้อลของนีลแต่ละคนนี่ระดับตำนานหมด ไม่แปลกใจเลยที่งานนีลได้อิทธิพลมาเยอะมากและมีแนวทางชัดเจน Dennis Wheatley คนนี้แอบไม่รู้จัก ในวิกิบอกว่างานของลุงสร้างผลกระทบต่อนีลวัยเด็กมาก คนต่อมา J. R. R. Tolkien นักเขียนเจ้าของมหากาพย์ The Lord of the Rings และผลงานที่นีลกล่าวถึงตอนรับรางวัลว่ามีอิทธิพลต่อเขาอย่างมากคือ The Chronicles of Narnia ของ C. S. Lewis สุดท้ายคนโปรดในวัยเด็กและโปรดตลอดกาลของเขา Lewis Carroll เจ้าของ Alice's Adventures in Wonderland จากเนื้อหาที่เขียนไว้ในวิกิดูเหมือนส่วนใหญ่จะไม่ได้กล่าวชื่นชมนักเขียนโดยตรงแต่เป็นการกล่าวชื่อชมผลงานเสียมากกว่า

เรารู้สึกว่าทุกคนที่เราชอบมี “ความดาร์กที่อบอุ่น” เหมือนกัน
จุดที่เพิ่งมาเอะใจว่าเราให้ความสำคัญกับภาพประกอบมากพอๆกับเนื้อหาก็น่าจะตอนโตนี่แหละ อาจเป็นนิสัยของกราฟฟิคดีไซเนอร์ด้วยที่มีส่วนทำให้สายตาเรากวาดหางานภาพมากกว่าแต่ก่อน ตอนเด็กๆมายคิดว่ามายอินกับเนื้อเรื่องอย่างเดียวเลย แต่ถึงอย่างนั้นเราก็จำภาพประกอบของหนังสือได้แม่นอยู่ดี พอเขียนเสร็จตอนนี้แล้ว รู้ตัวอีกทีก็ได้การบ้านให้ไปตามต่อเยอะเลยทีนี้ แค่ตามงานที่มีแปลไทยแล้วของนีล เกแมนก็ตาค้างแล้ว รู้สึกมีพลังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เหมือนไอด้อลของไอด้อลได้ส่งผลพลังมาที่เราแล้ว ใครหลงเข้ามาอ่านก็ลองขุดไอด้อลของตัวเองดูเล่นๆนะคะ เราเองก็ต้องขุดเพิ่มอีก(ถ้าว่าง)เพราะส่วนใหญ่เนื้อหาภาษาอังกฤษ แอบใช้เวลาเยอะนิดนึง สิ่งที่รู้สึกหลังจากเขียนเสร็จ เรารู้สึกว่าทุกคนที่เราชอบมี “ความดาร์กที่อบอุ่น” เหมือนกัน งานเขียนถูกแฝงความนุ่มลึกเหมือนสีดำทึบแน่นๆที่ค่อยๆไล่โทนเผยความอ่อนโยนออกมาบนผิวกระดาษ เราชอบความรู้สึกแบบนี้จริงๆ มันอุ่นหัวใจบอกอธิบายไม่ถูก สงสัยต้องหัดอธิบายออกมาในงานตัวเองบ้างแล้ว ฮา


 
SHARE
Written in this book
Hey...แล้วเราจะเติบโต
ความคิดหรือกิจกรรมประหลาดๆที่มายคิดขึ้นเพื่อพัฒนาตัวเอง และมองเห็นคุณค่าในตัวเอง...ในทุกๆวัน
Writer
ManyMilds
Graphic designer
นักออกแบบกราฟฟิคที่อยากลองเป็นนักเขียนฝึกหัด ตั้งใจว่าจะค่อยๆทำสิ่งที่อยากทำไปทีละอย่าง มีเป้าหมายในชีวิตสูงสุดคือ มีความสุขในทุกๆวัน

Comments

THUNYAMON_P
7 months ago
อ่านเหมทอนคุณทุกเรื่องเลยค่ะ ชอบ ทรงศิลป์มาก มีทุกเล่มเลย ขอบคุณที่เขียนบทความดีดีให้อ่านกันค่ะ
Reply
ManyMilds
7 months ago
ขอบคุณมากค่า ^^
imonkey7
7 months ago
^^ อ่านจนจบจึงพบว่าไม่รู้เลยว่าไอด้อลของไอด้อลเราคือใครฟร่ะ!!!
Reply
ManyMilds
7 months ago
ต้องลองขุดค่ะ ^^