ความไม่เคยโกรธ
No.23  

มนุษย์เราควรเรียนรู้จากความผิดพลาด

แม้ไม่สามารถกลับไปแก้ไขเหตุการณ์เลวร้ายในอดีตได้

แต่เราจะนำมาเป็นบทเรียนแก้ไขพัฒนาตัวเองในวันพรุ่งนี้และวันต่อๆ ไป'


ครั้งหนึ่ง ฉันเคยพลาดบันดาลโทสะใส่เพื่อนของฉันคนหนึ่ง ทุกคนในห้องต่างตกตลึงเพราะไม่คาดคิดว่าการกระทำแย่ๆ และดูขาดสติแบบนั้นจะออกมาจากคนที่เรียบร้อยและสุภาพมากที่สุดคนหนึ่งของห้อง

ต้องบอกก่อนว่าฉันเป็นเด็กค่อนข้างเรียบร้อย มารยาทดี แต่ก็เฮฮาสนุกสนานไปกับเพื่อนๆ ไม่เคยโกรธ พูดจาว่าร้ายหรือหาเรื่องใครก่อน แต่แล้วเหตุการณ์วันนั้นก็เหมือนตั้งใจเข้ามาให้ฉันได้เรียนรู้ด้านมืดๆ ที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวฉัน มันประกาศตัวกับฉันเสียงดังและรวดเร็วจนฉันไม่ทันได้ตั้งตัว มันสะสมพลังจนเต็มสูบและก็สูบเอาสติของฉันไปด้วย มารู้ตัวอีกทีมันก็พร้อมที่จะระเบิดตัวออกมาให้โลกได้รับรู้ผ่านการกระทำอันรุนแรงของฉันไปซะแล้ว


ฉันจำเหตุการณ์โดยละเอียดได้ไม่มากนัก จำได้แต่ว่าแรกนั้นเหตุการณ์ไม่ได้เกิดขึ้นจากความโกรธ มันอาจเป็นเพียงการหยอกล้อตามประสาเพื่อนและลุกลามไปสู่ความไม่พอใจ แต่แล้วเหตุการณ์และเสียงในหัวที่ขอเรียกมันว่า 'ตัวเสี้ยม' ก็เชียร์ให้เรางัดเอาอารมณ์ขึ้นมาเป็นใหญ่โดยไม่รู้ตัว มันเกิดขึ้นรวดเร็วมาก มารู้ตัวอีกทีเพื่อนคนนั้นก็พลอยต้องมาเจ็บตัวและร้องไห้จากการกระทำของฉันเพียงเพราะเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ไปซะแล้ว


หลังจากอารมณ์สงบลง ฉันรู้สึกผิดมาก พยายามขอโทษเพื่อนจากใจจริงซึ่งเธอก็ให้อภัยแม้จะยังไม่หายเจ็บ แต่ความรู้สึกผิดก็ยังกินอยู่ในใจฉันไปอีกหลายสัปดาห์ เพื่อนๆ ในห้องต่างมองฉันด้วยสายตาแปลกๆ อาจารย์ที่รู้ข่าวก็แสดงท่าทีผิดหวัง เพื่อนหลายคนต่างกล่าวโทษฉันด้วยสายตาและไม่กล้าที่จะเข้ามาพูดคุยใกล้ๆ ฉันเหมือนเดิม พวกเขารับไม่ได้กับพฤติกรรมแย่ๆ ของฉันหรือไม่ก็คงกลัวจะเจอระเบิดอารมณ์จากฉันอีก ฉันได้แต่ก้มหน้ายอมรับผิดทุกประการและก็สำนึกผิดด้วยใจจริงที่ทำเรื่องแย่ๆ แบบนั้นลงไป แม้รู้ว่าคงกลับไปแก้ไขอะไรไม่ทันแล้ว ตอนนั้นยอมรับว่าทั้งเครียดและรู้สึกแย่มากจริงๆ รู้สึกกดดันจนไม่อยากไปโรงเรียนอยากหนีหน้าเพื่อนๆ ไปสักพัก ฉันรู้ในเวลานั้นฉันคงไม่สามารถไปบอกใครต่อใครให้เลิกโกรธหรือให้อภัยฉันได้ในเวลาอันสั้น แต่ฉันก็ไม่อยากขาดเรียนเพียงเพราะอยากหลบหน้าหรือไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริง


การที่ใครคนหนึ่งทำผิดจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตาม การให้อภัยเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็น เพราะคนเรามีผิดพลาดกันได้ แต่สำหรับการให้อภัยของคนรอบข้างแล้ว เราอาจต้องใช้เวลาสักหน่อย และเราต้องทนให้ได้กับเสียงรอบข้างที่ผ่านเข้ามากระทบจริงใจ เราไม่ควรไปกล่าวโทษใครเขาเพราะต้นเหตุเกิดขึ้นที่ตัวเรา แม้ถึงคนรอบข้างต้องขอเวลาให้อภัยอาจเร็วบ้างช้าบ้าง แต่คนที่จะให้อภัยเราได้เร็วก่อนใครๆ นั่นก็คือ การให้อภัยตัวเอง ตอนนั้นฉันเลือกที่จะให้อภัยตัวเองและกลับมาให้โอกาสตัวเองได้เป็นคนที่สุภาพ สนุกสนานเฮฮาและมีน้ำใจกับเพื่อนๆ อีกครั้ง และนั่นก็เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ที่ทำให้ฉันล้มเลิกความตั้งใจที่จะหาข้ออ้างขาดเรียน

การไปโรงเรียนหลักจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหมาดๆ ในครั้งนั้น บรรยากาศรอบๆ ห้องเรียนสำหรับฉันมันดูแปลกไปไม่เหมือนก่อน ซึ่งฉันก็รู้ว่าเกิดจากอะไร เหตุการณ์เกิดขึ้นแล้วไม่อาจกลับไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ช่วงเวลาต่อจากนี้ไปคือช่วงเวลาที่เราต้องต่อสู้กับเสียงรอบข้างและโดยเฉพาะอย่างยิ่งเสียงข้างในตัวเราเอง หากเราผ่านมันไปได้ เราจะเติบโตไปอีกขั้น


ความผิดพลาดย่อมส่งผลเสียหายและสร้างความเจ็บปวดให้แก่ทั้งผู้ถูกกระทำและผู้กระทำ เราต่างเจ็บปวดไม่แพ้กัน แต่เรี่องราวร้ายๆ ย่อมมีสิ่งดีซ่อนอยู่เสมอหากเรามองให้ดีเหตุการณ์นี้ก็เช่นกัน มันทำให้ฉันได้รู้จักกับอีกด้านมืดที่นำไปสู่พฤติกรรมแย่ๆ หากเราขาดสติและการยับยั้งชั่งใจมันก็พร้อมที่จะเล่นงานเราเสมอ และทุกๆ วันหลังจากนั้นฉันพยายามใช้ชีวิตอย่างมีสติมากขึ้น ไม่ประมาท รอบคอบ และเรียนรู้ที่จะรู้เท่าทัน ควบคุมและจัดการความโกรธที่ก่อตัวขึ้น เพราะฉันเคยได้เรียนรู้แล้วว่า ชีวิตที่ขาดสตินั้นก่อให้เกิดความเจ็บปวดและเสียหายทั้งต่อตัวเองและคนรอบข้างมากมายเพียงใด แต่ถึงอย่างไรก็ต้องขอขอบคุณมัน หากยังไม่รู้จักกันครั้งนั้น ฉันก็คงไม่มีวันนี้ วันที่ฉันรู้ว่าจะจัดการกับความโกรธเช่นไร



ขอบคุณภาพจาก www.pixabay.com
SHARE
Writer
TadsaniofLove
นักคิด-ขีด-เขียน-เรียนรู้
Stay simple,learn dhamma,exercise,explore the world

Comments